xs
xsm
sm
md
lg

เกษตรกรชาวขอนแก่นเลิกฟาร์มหมูเลี้ยงไส้เดือนดินแทน ผลิตได้เท่าไหร่ขายเกลี้ยง

เผยแพร่:   ปรับปรุง:   โดย: ผู้จัดการออนไลน์



ศูนย์ข่าวขอนแก่น - เกษตรกรชาวขอนแก่นเปลี่ยนจากทำฟาร์มเลี้ยงหมูมาเพาะเลี้ยงไส้เดือนดิน เพื่อนำมูลไส้เดือนมาผลิตเป็นปุ๋ยสูตรธรรมชาติที่มีคุณสมบัติในการเร่งรากและปรับปรุงสภาพดิน ส่งขายให้กับร้านจำหน่ายต้นไม้และลูกค้าทางออนไลน์ สร้างรายได้ไม่ต่ำกว่า 10,000 บาทต่อเดือน เผยความต้องการของตลาดสูงมาก


ที่ฟาร์ม “มูลไส้เดือน สามพี่น้อง” ตั้งอยู่เลขที่ 282 หมู่ 14 บ้านโคกน้อย ต.พระลับ อ.เมือง จ.ขอนแก่น สถานที่เพาะเลี้ยงไส้เดือนดินเพื่อนำมูลไส้เดือนไปทำเป็นปุ๋ยสูตรธรรมชาติ นายภูมินทร์ โภโต และ นางสาวธัญกมล วงวันศรี สองสามีภรรยา พร้อมด้วยสมาชิกในครอบครัว เป็นกำลังหลักในการหมักบ่มขี้วัวนม ด้วยการเปิดน้ำให้ท่วมมูลวัวที่อยู่ภายในบ่อหมัก พร้อมกับคลุกเคล้าให้ขี้วัวเปียกชุ่มทั่วกันทุกชั้น ซึ่งเป็นหนึ่งในขั้นตอนเริ่มต้นของการทำแหล่งอาหารให้กับไส้เดือน

หลังจากนั้นจะนำขี้วัวที่ผ่านการหมักเพื่อลดกรดและกลิ่น เข้าสู่ขั้นตอนการเพาะเลี้ยงไส้เดือนในกะละมังที่เตรียมไว้ ไส้เดือนส่วนหนึ่งที่เลี้ยงในกะละมังครบกำหนด ก็จะถูกนำมาร่อนเอามูลไส้เดือน เพื่อเตรียมบรรจุส่งขายให้กับลูกค้า


นายภูมินทร์ โภโต เจ้าของฟาร์มมูลไส้เดือนสามพี่น้อง เล่าถึงจุดเริ่มต้นของการเพาะเลี้ยงไส้เดือนเพื่อนำมูลไปผลิตเป็นปุ๋ยส่งขาย มาจากการชักชวนและระดมความคิดเห็นกันของสมาชิกในครอบครัวที่อยากจะมีอาชีพที่สามารถสร้างรายได้ โดยใช้พื้นที่บ้านที่มีอยู่ จึงได้ใช้คอกเลี้ยงหมูเก่ามาทำเป็นฟาร์มเพาะมูลไส้เดือน เนื่องจากการเพาะมูลไส้เดือนทำปุ๋ยขายในปัจจุบันมีคนทำน้อย จึงหันมาทดลองเพาะมูลไส้เดือน โดยช่วงแรกสิ่งที่ต้องเตรียมคือ โรงเรือน ชั้นวางกะละมังที่ใช้เพาะมูลไส้เดือน บ่อสำหรับบ่มหมักมูลวัว

รวมทั้งระบบการให้น้ำ ซึ่งหลังจากทดลองทำมาได้ประมาณ 2 เดือน ปรากฏว่าประสบความสำเร็จ ได้ผลผลิตตามที่ต้องการ และมีลูกค้าสนใจสั่งซื้อมูลไส้เดือนจำนวนมาก มีทั้งสั่งซื้อผ่านทางออนไลน์ และเดินทางมาซื้อถึงฟาร์ม

สำหรับการเพาะมูลไส้เดือน มีขั้นตอนไม่ยุ่งยาก แต่ต้องใช้เวลาและความเอาใจใส่ เริ่มจากเตรียมแหล่งอาหารให้กับไส้เดือน โดยนำขี้วัวนม ซึ่งขายในราคากระสอบละ 35 บาท ใช้จำนวน 100 กระสอบ หรือแล้วแต่ความสามารถในการผลิต มาหมักบ่มด้วยการแช่น้ำไว้ 5 วัน โดยต้องเปลี่ยนน้ำทุกวันเพื่อเจือจางกรดและกลิ่น รวมทั้งความร้อนของขี้วัวออก เมื่อครบแล้ว นำขี้วัวขึ้นจากบ่อนำมาปั้นพอให้ชุ่มๆ ไม่เปียกชื้นเกินไป แล้วนำขี้วัวใส่ในกะละมังให้เหลือจากขอบกะละมังประมาณ 2 นิ้ว ทำตรงกลางให้เป็นแอ่งเล็กน้อย


จากนั้นนำเอาไส้เดือนใส่ลงไปในแอ่งประมาณ 1 หยิบมือ แล้วนำเอาขี้วัวผสมที่มูลไส้เดือนจากแหล่งเพาะเดิมโรยทับ แล้วนำไปพักไว้บนชั้นวาง หลังจากขั้นตอนนี้ให้สังเกตดูว่า หากไส้เดือนมุดลงไปใต้ขี้วัวถือว่าใช้ได้ แต่หากไส้เดือนเลื้อยออกจากกะละมัง แสดงว่า ขี้วัวที่นำมาทำเป็นแหล่งอาหารมีความชื้นหรือมมีกรด จะต้องทำการบ่มหมักล้างขี้วัวใหม่

หลังจากนำไส้เดือนลงเพาะในกะละมังเรียบร้อยแล้ว จะต้องดูแลไม่ให้ขี้วัวในกะละมังแห้ง เพราะไส้เดือนจะตาย โดยสามารถรดน้ำได้ 2-3 วันต่อครั้ง หรือแล้วแต่สภาพขี้วัว แต่การรดต้องไม่เปียกชุ่มเกินไป คอยป้องกันมดไม่ให้ไต่ขึ้นกะละมัง โดยหลังจากการเพาะวันแรกให้นับไปอีก 20 วัน ก็สามารถยกกะละมังเพาะมูลไส้เดือนลงมาร่อนเอามูลไปใช้เป็นปุ๋ยได้ โดยไม่ต้องผสมสารใดๆ อีก ส่วนตัวไส้เดือนก็สามารถนำไปใช้ในการเพาะเลี้ยงครั้งต่อไปได้


นายภูมินทร์บอกว่าแม้จะเพิ่งเริ่มต้นทำอาชีพนี้ได้เพียง 2 เดือน แต่ก็สามารถสร้างรายได้ให้กับครอบครัวเดือนละกว่า 10,000 บาท จากการทดลองเลี้ยงเพียง 400 กะละมัง หรือใช้ขี้วัวนมเพียง 1 ตัน ราคา 3,500 บาท โดยมีลูกค้าสนใจสั่งซื้อไปใช้เพาะปลูกพืช ดอกไม้ และปรับปรุงดิน จำนวนมาก ผลิตกี่รอบก็หมดทุกรอบ


สำหรับราคาขายเริ่มต้นที่ 15 บาทต่อ 1 กก. มี 3 ขนาดให้เลือกซื้อ คือ ถุงบรรจุ 1 กก. ราคา 15 บาท ถุงบรรจุ 4 กก. ราคา 60 บาท และกระสอบบรรจุ 20 กก. ราคา 300 บาท สั่งซื้อ 4 กก. 120 บาท จัดส่งฟรี สามารถติดต่อสอบถามหรือสั่งซื้อได้ที่เพจเฟซบุ๊ก “มูลไส้เดือน สามพี่น้องขอนแก่น” โทร. 08-4670-9386