xs
xsm
sm
md
lg

รวบหนุ่มจีน-หญิงไต้หวันซุกอาวุธสงครามจำนวนมากในบ้านพัก จ.ชลบุรี ตรวจมือถือพบคลิปสอนการใช้อาวุธทหารเขมร

เผยแพร่:   ปรับปรุง:   โดย: ผู้จัดการออนไลน์



ศูนย์ข่าว​ศรี​ราชา -​ ตะลึงพบ "อู่สงคราม" กลางเมืองบางละมุง จ.ชลบุรี รวบชาวจีนพร้อมหญิงไต้หวั่นซุกอาวุธสงครามจำนวนมากในบ้านพักตรวจมือถือยังพบคลิปภาพซ้อมยิงปืนและปาระเบิดให้ทหารเขมร ตำรวจคุมตัวสอบเข้ม กันพื้นรอบบ้านระยะ 100 เมตร ให้ EOD เก็บกู้วัตถุระเบิด​

เมื่อเวลา 18:00 น.วันนี้ (8พ.ค.) พล.ต.ต.พงศ์พันธ์ วงษ์มณีเทศ ผู้บังคับการตำรวจจังหวัดชลบุรี พร้อมเจ้าหน้าที่สืบสวนจังหวัด สนธิกำลังร่วมตำรวจตรวจคนเข้าเมืองชลบุรี, ตำรวจ สภ.นาจอมเทียน, ตำรวจ สภ. ห้วยใหญ่ บุกเข้าตรวจค้นบ้านเลขที่ 45 / 90 ภายในหมู่บ้านแห่งหนึ่งใน ต.ห้วยใหญ่ อ.บางละมุง จ.ชลบุรี

หลังได้รับรายงานจากเจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ. นาจอมเทียน ว่าเกิดเหตุรถเก๋งพลิกคว่ำและจากการตรวจค้นภายในรถยังพบอาวุธสงคราม ซึ่งรถคันดังกล่าวมีผู้ขับขี่เป็นชาวต่างชาติทราบชื่อคือ นาย หมิงเฉิน ซัน อายุ 31 ปี ซึ่งถือพลาสปอร์ตจีน และมีบัตรประตัวสีชมพู และยังมีหญิงสัญชาติไต้หวันโดยสารมาด้วย ทราบชื่อคือ MA, YU-HSIN อายุ 33 ปี


และเมื่อนำตัวชาวต่างชาติทั้ง 2 คนมาตรวจค้นภายในบ้านพัก เจ้าหน้าที่ถึงกับตะลึงเมื่อพบอาวุธสงครามอีกเป็นจำนวนมาก อาทิ ระเบิดซีโฟร์ 4 ลูก น้ำหนัก 8 ปอน ระเบิดเค 75 ดัดแปลง ระเบิดเอ็มโฟ ปืนเอ็มโฟ กระสุนปืนเล็กขนาด 5.56 มม. แบบธรรมดา M193 (Ball, M193) ที่ระบุเครื่องหมาย LOT RTA ผลิตโดยโรงงานผลิตกระสุนของกรมสรรพาวุธทหารบก (Royal Thai Army Ammunition Plant) เพื่อใช้ในราชการทหาร

นอกจากนั้นจากการตรวจสอบโทรศัพท์​มือถือ ยังพบคลิปภาพการซ้อมยิงปืนและปาระเบิดให้กับทหารกัมพูชาอีกด้วย

เบื้องต้นเจ้าหน้าที่ได้กันพื้นที่โดยรอบ 100 เมตรบริเวณบ้านหลังนี้ เพื่อป้องกันไม่ให้ผู้ที่ไม่เกี่ยวข้องเข้ามายุ่งเกี่ยว เนื่องจากภายในบ้านมีลักษณะ​เป็นอู่สงคราม พร้อมประสานหน่วย EOD เข้าทำการเก็บกู้ระเบิดที่พบภายในบ้าน


เบื้องต้น นาย หมิงเฉิน ซัน ให้การกับเจ้าหน้าที่ตำรวจ​ว่าเดิมตนเองมีอาชีพเปิดร้านขายสุราอยู่ที่ประเทศกัมพูชา แต่ได้ย้ายเข้ามาอยู่ในเมืองไทยหลังเกิดจากข้อพิพาทชายแดน ส่วนอาวุธสงครามที่พบภายในบ้านอ้างว่าซื้อมาจากกลุ่ม LINE และได้ไปรับสินค้าที่ จ.ระยอง ไม่ทราบว่าเป็นจุดใด ส่วนระเบิดที่พบต้องการนำมาใช้เพื่อระเบิดฆ่าตัวตายเนื่องจากตนเองป่วยเป็นโรคซึมเศร้า

ทั้งนี้เจ้าหน้าที่ไม่ปักใจเชื่อและจะได้ทำการสอบสวนอย่างละเอียด เพื่อหาข้อเท็จจริงและที่มาของอาวุธ​สงครามเหล่านี้ต่อไป ส่วนชาวต่างชาติทั้ง 2 รายจะได้ดำเนินการตามขั้นตอนของ​กฎหมาย​ต่อไปเช่นกัน