สมุทรสงคราม – สส.พรรคประชาชนสมุทรสงคราม เผยพบโรงงานต้องสงสัยเพิ่มในพื้นที่ จี้หน่วยงานรัฐเร่งตรวจสอบวัตถุดิบและสินค้ากระจายสู่ตลาด หวั่นใช้ปลาอื่นแทนซาร์ดีน กระทบความเชื่อมั่นผู้บริโภค
วันนี้ (8 พ.ค. 69) นายอานุภาพ ลิขิตอำนวยชัย ส.ส.สมุทรสงคราม พรรคประชาชน เปิดเผยกรณีตรวจพบโรงงานผลิตปลากระป๋องต้องสงสัยเพิ่มเติมในพื้นที่ตำบลบางแก้ว อำเภอเมือง จังหวัดสมุทรสงคราม หลังจากก่อนหน้านี้พบโรงงานลักษณะเดียวกันในพื้นที่ตำบลกาหลง จังหวัดสมุทรสาคร โดยมีประชาชนร้องเรียนว่า ซื้อปลากระป๋องที่ระบุบนฉลากว่าเป็น “ปลาซาร์ดีน” แต่เมื่อเปิดกระป๋องกลับพบว่าลักษณะปลาไม่ตรงกับที่ระบุไว้ สร้างความกังวลให้กับผู้บริโภคจำนวนมาก
นายอานุภาพ กล่าวว่า เบื้องต้นมีข้อสังเกตว่า ปลาในกระป๋องอาจไม่ใช่ปลาซาร์ดีนตามฉลาก ทำให้ประชาชนวิตกกังวลว่าอาจมีการนำปลาชนิดอื่นมาใช้แทน โดยเฉพาะ “ปลาหมอคางดำ” ซึ่งกำลังแพร่ระบาดในหลายพื้นที่ จึงเรียกร้องให้ สำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา (อย.) สำนักงานสาธารณสุขจังหวัด และ กรมประมง เร่งตรวจสอบโรงงานปลากระป๋องในพื้นที่สมุทรสาคร สมุทรสงคราม และจังหวัดใกล้เคียงอย่างละเอียด
พร้อมกันนี้ ขอให้ตรวจสอบวัตถุดิบที่ใช้ผลิตว่าเป็นปลาซาร์ดีนหรือปลาแมคเคอเรลตามที่ระบุในฉลากจริงหรือไม่ รวมถึงติดตามสินค้าที่กระจายออกสู่ตลาดแล้วว่ามีการเรียกคืนครบถ้วนหรือยัง เนื่องจากขณะนี้สินค้าบางส่วนได้กระจายไปยังหลายพื้นที่ ส่งผลให้ผู้บริโภคได้รับความเสียหายจากการซื้อสินค้าที่ไม่ตรงกับฉลาก
สำหรับจังหวัดสมุทรสงคราม ขณะนี้พบโรงงานที่เข้าข่ายเพียง 1 แห่ง ในพื้นที่ตำบลบางแก้ว อำเภอเมืองสมุทรสงคราม โดยหน่วยงานภาครัฐทั้งสำนักงานสาธารณสุขจังหวัด อย. และกรมประมง ได้ลงพื้นที่ตรวจสอบแล้ว เพื่อดำเนินการตามขั้นตอนต่อไป
นายอานุภาพกล่าวเพิ่มเติมว่า แม้กรมประมงจะชี้แจงว่า ปลาในกระป๋องที่ตรวจพบเป็น “ปลานิล” แต่ประชาชนจำนวนมากยังมีข้อสงสัย จึงอยากให้กรมประมงเปิดเผยรายละเอียดวิธีตรวจสอบ รวมถึงหลักฐานทางวิทยาศาสตร์ประกอบ เพื่อสร้างความเชื่อมั่นให้กับสังคม
นอกจากนี้ ตนและทีมงานจะติดตามตรวจสอบเรื่องดังกล่าวอย่างต่อเนื่อง โดยเตรียมนำตัวอย่างปลาไปตรวจสอบกับภาคเอกชนและนักวิชาการจากมหาวิทยาลัย รวมถึงอาจมีการตรวจดีเอ็นเอ เพื่อพิสูจน์ชนิดปลาอย่างละเอียดว่าเป็นปลานิลตามที่ระบุจริงหรือไม่ หรืออาจเป็นปลาชนิดอื่น
ส่วนกรณีที่โรงงานออกมายอมรับว่าเป็นความผิดพลาดในช่วง “ทดลองผลิต” และพร้อมเยียวยาผู้บริโภคนั้น นายอานุภาพมองว่า หากเป็นเพียงการทดลองจริง สินค้าไม่ควรถูกปล่อยออกสู่ตลาด และหากจะผลิตเพื่อจำหน่ายต้องดำเนินการขออนุญาตจาก อย. รวมถึงจัดทำฉลากให้ถูกต้องก่อน จึงตั้งข้อสังเกตว่าเรื่องดังกล่าวอาจมีเจตนาอื่นแอบแฝง และจำเป็นต้องตรวจสอบอย่างละเอียดต่อไป
ทั้งนี้ นายอานุภาพ ย้ำว่า แม้ปลาที่นำมาใช้แทนอาจไม่ก่อให้เกิดอันตรายต่อร่างกายโดยตรง แต่การใช้วัตถุดิบไม่ตรงกับฉลาก ถือเป็นการหลอกลวงผู้บริโภค และกระทบต่อความเชื่อมั่นในมาตรฐานอุตสาหกรรมอาหารของประเทศอย่างรุนแรง.


