xs
xsm
sm
md
lg

ผู้ว่าฯ สตง.ลุยตรวจโครงการ “คลองซองเกซอน” โคราช 238 ล้าน โยธาฯ แจงสร้างล่าช้าเหตุโควิด-งบสะดุด ล่าสุดเฟส 1 แล้วเสร็จ เร่งต่อเฟส 2

เผยแพร่:   ปรับปรุง:   โดย: ผู้จัดการออนไลน์



ศูนย์ข่าวนครราชสีมา- ผู้ว่าฯสตง.ลุยตรวจความคืบหน้าก่อสร้างโครงการพัฒนาและปรับปรุงภูมิทัศน์ลำตะคอง หรือ“คลองซองเกซอน” โคราช 238 ล้าน โยธาธิการฯยันไม่ทิ้งร้าง แจงยิบก่อสร้างล่าช้าเหตุติดปัญหาโควิด ได้รับงบไม่ต่อเนื่องและภาคปชช.ร้องเรียน ล่าสุดก่อสร้างเฟส 1 งบฯ 118 ล้านเสร็จแล้ว อยู่ระหว่างเดินหน้าเฟส 2 งบฯ 120 ล้าน ด้าน นายกฯนครโคราชพร้อมรับมอบพื้นที่หลังสร้างแล้วเสร็จปี’71 ดันพัฒนาเป็นแหล่งท่องเที่ยวสำคัญแห่งใหม่เมืองโคราช

วันนี้ ( 8 พ.ค.69) ผู้สื่อข่าวรายงานความคืบหน้าการดำเนินการก่อสร้างโครงการพัฒนาและปรับปรุงภูมิทัศน์ลำตะคอง ตามผังเมืองรวมเมืองนครราชสีมา (คลองซองเกซอน) อ.เมือง จ.นครราชสีมา ซึ่งมีปัญาหาการก่อสร้างล่าช้าและถูกร้องเรียนเรื่องผลกระทบจากประชาชนในพื้นที่โครงการฯ นั้น


ล่าสุด นายมณเฑียร เจริญผล ผู้ว่าการตรวจเงินแผ่นดิน พร้อมคณะได้ลงพื้นที่ตรวจความคืบหน้าของโครงการพัฒนาและปรับปรุงภูมิทัศน์ลำตะคอง ตามผังเมืองรวมเมืองนครราชสีมา (คลองซองเกซอน) ที่บริเวณด้านข้างวัดสุสาน ตำบลในเมือง อ.เมืองนครราชสีมา จ.นครราชสีมา โดยมี นายไพรัตน์ ทรงเย็น โยธาธิการและผังเมืองจังหวัดนครราชสีมา วิศวกรและนายช่างโยธาสำนักงานโยธาธิการและผังเมืองจังหวัดนครราชสีมา และ นายแพทย์วรรณรัตน์ ชาญนุกูล นายกเทศมนตรีนครนครราชสีมาให้การต้อนรับ


นายไพรัตน์ ทรงเย็น โยธาธิการและผังเมืองจังหวัดนครราชสีมาได้รายงานความคืบหน้าของโครงการว่า รัฐบาลได้เล็งเห็นความสำคัญของการพัฒนาในเขตผังเมืองรวมเมืองนครราชสีมา จึงได้มอบหมาย ให้กรมโยธาธิการและผังเมืองศึกษาเพื่อพัฒนาพื้นที่ในเขตผังเมืองรวมเมืองนครราชสีมาให้เกิด การพัฒนาสภาพแวดล้อมทางภาพให้เป็นมาตรฐาน มีความเป็นระเบียบสวยงาม ปลอดภัยและเป็น เมืองน่าอยู่มีทรัพยากรธรรมชาติที่สมบูรณ์ เป็นสถานที่ท่องเที่ยวที่มีคุณภาพและสภาพแวดล้อมที่ดี ยั่งยืน

กรมโยธาธิการและผังเมืองจึงได้วางแผนจัดทำโครงการปรับปรุงภูมิทัศน์และสาธารณูปโภค พื้นฐาน เพื่อพัฒนาแหล่งท่องเที่ยวพื้นที่ลำตะคอง เพื่อเป็นที่พักผ่อนหย่อนใจ เป็นสวนสาธารณะ ขนาดย่อม อีกทั้งเป็นการช่วยการกระจายนักท่องเที่ยวจากเมืองหลักสู่เมืองรองและชุมชน ใน ลักษณะเครือข่ายเชื่อมโยงการท่องเที่ยวได้ตลอดทั้งปี โดยมีวัตถุประสงค์ เพื่อจัดการบริหารระบบระบายน้ำให้มีประสิทธิภาพ เพื่อบรรเทาปัญหาอุทกภัยในอนาคตต่อไป เพิ่มการใช้ประโยชน์จากพื้นที่ริมคลองลำตะคอง เพิ่มเขื่อนป้องกันตลิ่งสองฝั่งเพื่อป้องกันการกัดเซาะและป้องกันการรุกล้ำลำตะคอง เพื่อพัฒนาพื้นที่ให้เป็นแหล่งนันทนาการของชุมชนเมือง เพื่อส่งเสริมการท่องเที่ยวของจังหวัดนครราชสีมา


โครงการนี้มีจุดเริ่มต้นจากการนำโมเดล "คลองชองเกซอง" ของเกาหลีใต้ มาเป็นต้นแบบ โดยปรับ โฉมให้เข้ากับเอกลักษณ์ "เมืองเครื่องปั้นดินเผา" ของนครราชสีมา ภายใต้งบประมาณรวม 238 ล้านบาท มีเป้าหมายหลัก 4 ด้าน ได้แก่ ด้านจัดการน้ำ: เพิ่มประสิทธิภาพการระบายน้ำและป้องกันตลิ่งทรุด ด้านสิ่งแวดล้อม: วางระบบท่อรวบรวมน้ำเสียไม่ให้ไหลลงลำตะคอง ด้านพื้นที่สาธารณะ: สร้างลาน นันทนาการและที่ออกกำลังกาย 2.5 กม. (อัสสัมชัญ - อ่างเก็บน้ำอัษฎางค์) และด้าน เศรษฐกิจ: "เปลี่ยนหลัง บ้านเป็นหน้าบ้าน” กระตุ้นการท่องเที่ยวและวิสาหกิจชุมชน

โดยแบ่งการดำเนินงานโครงการออกเป็น 2 ระยะ ดังนี้ ระยะที่ 1 มีการจัดสรรงบประมาณกว่า 118 ล้านบาท เพื่อพัฒนาคลองช่วงสะพาน โรงเรียนอัสสัมชัญนครราชสีมา ถึงบริเวณวัดสุสาน ระยะทางประมาณ 725 เมตร โดยห้างหุ้นส่วนจำกัด อึ้งแซเฮง เป็นคู่สัญญา เริ่มก่อสร้างตั้งแต่ปีงบประมาณ 2564 และกำหนด ก่อสร้างแล้วเสร็จในปีงบประมาณ 2567 แต่มีการก่อสร้างล่าช้าเนื่องจากสถานการณ์การระบาดของโควิด -19 และมีขยายระยะเวลาสัญญาให้กับผู้รับจ้าง


นอกจากนี้ ระหว่างการก่อสร้างมีการร้องเรียนผ่านศูนย์ดำรงธรรม จังหวัดนครราชสีมา โดยตัวแทนภาคประชาชน (นายปกป้อง ปุสิรินทร์คำ) เมื่อวันที่ 11 สิงหาคม 2566 ว่ามีการก่อสร้างมีการปักเสาปูน เทหิน และดินจำนวนมากในลำน้ำ (กินพื้นที่กว่าครึ่งของความกว้าง คลอง) เกรงว่าจะขวางทางไหลของน้ำและทำให้น้ำท่วม และอาจกระทบต่อสถานที่สำคัญของทางราชการ ใกล้เคียงบริเวณดังกล่าว เช่น โรงพยาบาลขนาดใหญ่ 2 แห่ง โรงเรียน 2 แห่ง และสถานีขนส่งผู้โดยสารนครราชสีมา แห่งที่ 2 เป็นต้น รวมทั้งโครงการดังกล่าวไม่ได้รับฟังความคิดเห็นจากประชาชน

ทั้งนี้ สำนักงานโยธาธิการและผังเมือจังหวัดนครราชสีมาได้ชี้แจงว่า โครงการนี้ ได้มีการการออกแบบทางวิศวกรรมและใช้แบบจำลองคณิตศาสตร์ InfoWorks ICM ในการวิเคราะห์การไหลของน้ำ ซึ่งผลการวิเคราะห์ชี้ว่าหลังปรับปรุง อัตราการไหลของ น้ำจะดีขึ้นและเป็นไปตามเกณฑ์ที่กรมชลประทานกำหนด มีการจัดประชุมรับฟังความคิดเห็นรวม 4 ครั้ง ระหว่างเดือนกันยายน 2562 ถึง ตุลาคม 2563 ครอบคลุมทั้งภาครัฐ เอกชนและผู้นำชุมชน มีการ เร่งรัดกระบวนการขออนุญาตก่อสร้างในพื้นที่ของกรมชลประทานการแก้ไขเอกสารคำขออนุญาตถึง 13 ครั้ง และยังติดขัดเรื่องการอนุญาตจากกรมชลประทานในบางช่วง


รวมทั้งกำหนดมาตรการ เพื่อลดผลกระทบกับประชาชนในพื้นใกล้เคียง ดังนี้ 1.กำหนดช่วงเวลาก่อสร้างที่เกิดเสียงดัง (08.00น.-17.00 น.) 2.มีการควบคุมการจราจรบริเวณพื้นที่ก่อสร้าง 3.กำจัดเศษวัสดุก่อสร้างไม่ให้ตกค้างในลำ น้ำ 4. มีการชดเชยค่าเสียหายหากสิ่งปลูกสร้างของประชาชนได้รับผลกระทบ ซึ่งภายหลังการก่อสร้างใน ระยะที่ 1 แล้วเสร็จ มีการวิพากษ์วิจารณ์ผ่านสื่อโซเชียลฯ อย่างกว้างขวาง ถึงความดำเนินโครงการและ โครงการมีสภาพทรุดโทรมและถูกทิ้งร้างไม่มีการก่อสร้างต่อแต่อย่างใด

ทางกรมโยธาธิการและผังเมืองร่วมกับจังหวัดนครราชสีมายืนยันว่า ได้ดำเนินการก่อสร้างแล้วเสร็จ เป็นไปตามสัญญาและคณะกรรมการตรวจรับพัสดุได้ตรวจรับงานในระยะที่ 1 ไปแล้ว ช่วงประมาณ ปลายปี 2568 แต่ไม่สามารถดำเนินการก่อสร้างในระยะที่ 2 ต่อได้ทันที เนื่องจากต้องรอการอนุมัติ งบประมาณปี 2569 จำนวน 120 ล้านบาท และ ดำเนินการจัดหาผู้รับจ้างมาดำเนินการต่อในระยะ ที่ 2 ทำให้โครงการภายหลังก่อสร้างในระยะที่ 1 แล้วเสร็จ ไม่มีหน่วยงานที่รับผิดชอบดูแลรักษาความ สะอาดพื้นที่ก่อสร้าง เนื่องจากเทศบาลฯ ยังไม่รับโอนจนกว่าจะก่อสร้างเสร็จ 100 เปอร์เซ็นต์ ตามแผน ดำเนินการโครงการทั้งหมด ทำให้โครงการมีสภาพเหมือนก่อสร้างไม่เสร็จและถูกทิ้งร้างระหว่างรอ กระบวนจัดหาผู้รับจ้างรายใหม่มาดำเนินการ ประกอบกับโครงการยังไม่มีการติดตั้งไฟสว่าง และกำหนด ทางเข้าออกโครงการที่สะดวก ทำให้โครงการมีสภาพทรุดโทรมไม่สวยงามเกิดตะกอนดินทับถมบริเวณ พื้นที่ก่อสร้าง


สำหรับ ระยะที่ 2 ได้รับการจัดสรรงบประมาณจากรัฐบาลแล้ว จำนวน 120 ล้านบาท มีการ กำหนดรายการก่อสร้างสำคัญ 4 รายการ ดังนี้ 1.งานเขื่อนป้องกันตลิ่ง ความยาว 1 กิโลเมตร (60 ล้านบาท) 2. งานก่อสร้างสะพานข้ามลำตะคอง จุด A (25 ล้านบาท) 3. งานก่อสร้างสะพานทางเดินเชื่อมหน้าอ่างเก็บน้ำอัษฎางค์ (2,๐๐๐,๐๐๐ บาท) 4.งานก่อสร้างสะพานคนเดินข้าม อ่างเก็บน้ำอัษฎางค์ (5,๐๐๐,๐๐๐.๐๐ บาท) 5.งานสถาปัตยกรรมทางเดินริมน้ำและรอบอ่างเก็บน้ำ อัษฎางค์ (4๐,๐๐๐,๐๐๐.๐๐ บาท) 6.งานก่อสร้างสวนสาธารณะบริเวณสะพานข้ามลำตะคอง (3,๐๐๐,๐๐๐.๐๐ บาท 7.งานปรับปรุงสวนสาธารณะบริเวณอ่างเก็บน้ำอัษฎางค์ (3,5๐๐,๐๐๐.๐๐ บาท) 8.งานระบบไฟฟ้าแสงสว่าง (4,๐๐๐,๐๐๐.๐๐บาท)

โดยโครงการในระยะที่ 2 มีความคืบหน้า อยู่ ระหว่างดำเนินการจัดหาผู้รับจ้างมาดำเนินก่อสร้างต่อจากระยะที่1 ได้หาผู้รับจ้างในช่วง มีนาคม 2569 และดำเนินการก่อสร้างได้ในปีงบประมาณ 2569 จะสิ้นสุดสัญญาในปี 2571 จากนั้นก็จะส่งมอบให้กับทางเทศบาลนครนครราชสีมาเป็นผู้ดูแลบริหารจัดการต่อไป


นายมณเฑียร เจริญผล ผู้ว่าการตรวจเงินแผ่นดินกล่าวว่า จากการรับฟังรายงานและตรวจความคืบหน้าของโครงการฯ ทราบว่าโครงการระยะที่ 1 ได้รับงบประมาณไม่ต่อเนื่องและล่าช้าเพราะติดปัญหาการระบาดของโควิด -19 และปัญหาการร้องเรียนในระหว่างก่อสร้าง แต่ขณะนี้ในระยะที่ 1 การก่อสร้างโครงสร้างเสร็จสิ้นแล้วและปัจจุบันก็ได้รับงบประมาณในระยะที่ 2 มาแล้วและกำลังจะเริ่มก่อสร้างในระยะที่ 2 ซึ่งโยธาธิการจะรับผิดชอบเฉพาะเรื่องของโครงสร้างและปรับปรุงภูมิทัศน์เมื่อการก่อสร้างเสร็จสิ้นตรวจรับงานเรียบร้อย

จากนั้นทางโยธาธิการฯก็จะส่งมอบให้พื้นที่ให้กับทางเทศบาลนครนครราชสีมาไปดูแลบริหารจัดการให้เป็นไปตามวัตถุประสงค์ของโครงการคือพัฒนาให้เป็นแหล่งท่องเที่ยวสถานที่พักผ่อนที่สำคัญของจังหวัด ซึ่งต่อไปทางโยธาธิการฯและเทศบาลนครฯจะต้องประสานงานกันใกล้ชิดมากขึ้นเพื่อให้งบประมาณของแผ่นดินที่ได้รับจัดสรรมาเกิดความคุ้มค่าและเป็นประโยชน์กับประชาชนอย่างแท้จริง


ด้าน นายแพทย์วรรณรัตน์ ชาญนุกูล นายกเทศมนตรีนครนครราชสีมากล่าวว่า ทางเทศบาลนครฯยินดีพร้อมที่รับมอบพื้นที่โครงการพัฒนาและปรับปรุงภูมิทัศน์ลำตะคองตามผังเมืองรวมเมืองนครราชสีมาซึ่งคาดว่าจะได้รับมอบจากโยธาฯในปี 2571 หลังสิ้นสุดสัญญาก่อสร้าง โดยทางเทศบาลนครนครราชสีมาซึ่งโครงการนี้จะป้องกันปัญหาน้ำท่วม น้ำเซาะตลิ่งพัง และการรุกร้ำลำคลองสาธารณะและจะเป็นสวนสาธารณะและที่ออกกำลังกายของประชาชนอีกด้วยซึ่งหลังรับมอบแล้วเทศบาลได้เตรียมแผนรองรับที่จะดำเนินการต่อในส่วนใดบ้างเพื่อให้โครงการนี้เป็นไปตามวัตถุประสงค์และเป็นแลนมาร์คแหล่งท่องเที่ยวแห่งใหม่ของจังหวัดนครราชสีมา

อย่างไรก็ตามสิ่งสำคัญจะต้องเร่งดำเนินการเป็นอันดับแรกคือการทำแผนงานและโครงการขอรับการสนับสนุนงบประมาณจากืกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมเพื่อมาก่อสร้างระบบรวบรวมบำบัดน้ำเสียริมสองฝั่งลำตะคองและผันน้ำให้ไปลงที่บ่อบำบัดน้ำเสียที่ทุ่งทะเล ต.หัวทะเลระยะทาง 13 กิโลเมตร เป็นเงินประมาณ 800 ล้านบาทในปีงบประมาณ 2571 ซึ่งปัจจุบันไม่ได้มีการบำบัดน้ำเสียจึงทำให้น้ำลำตะคองที่ไหลผ่านตัวเมืองนครราชสีมาเน่าเสียมีกลิ่นเหม็น ถ้าบำบัดน้ำให้ใสสะอาดไม่มีกลิ่นเหม็นก็จะดึงดูดนักท่องเที่ยวเป็นสถานที่พักผ่อนออกกำลังกายของคนเมืองได้ ขณะเดียวกันก็มีแผนงานที่จะตกแต่งภูมิทัศน์ มีแสง สี เสียง ที่สวยงาม มีการจัดเป็นตลาดน้ำเปิดโอกาสให้คนในชุมชนนำสินค้ามาจำหน่ายให้กับนักท่องเที่ยว และจะเป็นแหล่งท่องเที่ยวที่สำคัญของจังหวัดนครราชสีมาต่อไปในอนาคต นายแพทย์วรรณรัตน์ กล่าวในตอนท้าย