xs
xsm
sm
md
lg

เคลียร์ชัดอนาคต "วอเตอร์ฟรอนท์ พัทยา" รอกรมที่ดินวินิจฉัยโฉนดออกโดยมิชอบหรือไม่

เผยแพร่:   ปรับปรุง:   โดย: ผู้จัดการออนไลน์



ศูนย์ข่าว​ศรี​ราชา​-  นายกเมืองพัทยา เคลียร์ชัดโครงการมหากาพย์​ " วอเตอร์ฟรอนท์" รอ กรมที่ดิน วินิจฉัยโฉนดออกโดยมิชอบหรือไม่ หากใช่​ต้องเข้าสู่กระบวนการรื้อถอนคืนเป็นพื้นที่สาธารณะ แต่หากไม่ใช่ผู้ประกอบการต้องยื่นขออนุญาตดัดแปลงอาคารใหม่

วันนี้ (7พ.ค.) นายบรรลือ กุลละวณิชย์ ประธานสภาเมืองพัทยา เป็นประธานเปิดประชุมสภาเมืองพัทยา สมัยสามัญ สมัยที่สอง ครั้งที่ 1 ประจำปี 2569 โดยมีคณะผู้บริหาร สมาชิกสภาเมืองพัทยา และหัวหน้าส่วนราชการเข้าร่วมประชุม ณ ห้องประชุมสภาเมืองพัทยา จ.ชลบุรี 

โดยวาระที่ได้รับความสนใจจากที่ประชุม คือการตั้งกระทู้ถามเรื่องแนวทางดำเนินการในอนาคตของ "โครงการอาคารวอเตอร์​ฟรอนท์ ( Waterfront)" และโครงการที่จอดเรือแหลมบาลีฮาย ที่ถูกปล่อยทิ้งร้างและเกิดความเสียหายมาเป็นเวลานาน ของนายอนุพงษ์ พุทธนวรัตน์ สมาชิกสภาเมืองพัทยา 


ซึ่ง นายปรเมศวร์ งามพิเชษฐ์ นายกเมืองพัทยา ได้ย้อนลำดับปัญหาอาคารวอ​เตอร์​ฟรอนท์​พัทยา ว่าเริ่มมาตั้งแต่ปี 2560 ที่เมืองพัทยา มีคำสั่งให้ทำการรื้อถอนอาคารจากกรณีการก่อสร้างผิดแบบ และต่อมา บริษัท บาลีฮาย จำกัดได้ยื่นอุทธรณ์ และในปี 2565 คำสั่งรื้อถอนถูกเพิกถอน เนื่องจากคณะกรรมการอุทธรณ์เห็นว่าผู้มีอำนาจลงนามคำสั่งเดิมไม่มีอำนาจตามกฎหมาย 

กระทั่งในปี 2566 สำนักงาน ป.ป.ช. มีหนังสือแจ้งมายัง เมืองพัทยา กรณีที่ดินบางส่วนอาจออกเอกสารสิทธิ์โดยมิชอบเนื่องจากอยู่ในพื้นที่ภูเขาและพื้นที่หวงห้าม ซึ่งปัจจุบันอยู่ระหว่างรอการวินิจฉัยจากกรมที่ดิน

" ทั้งนี้หาก กรมที่ดิน วินิจฉัยว่าโฉนดออกโดยมิชอบก็จะต้องเข้าสู่กระบวนการเพิกถอนโฉนด และดำเนินการรื้อถอนอาคารตามระเบียบของกระทรวงมหาดไทยร่วมกับอำเภอบางละมุง เพื่อคืนพื้นที่เป็นสาธารณะ แต่หาก กรมที่ดิน มีมติว่าเอกสารสิทธิ์ถูกต้อง ผู้ประกอบการก็จะต้องยื่นขออนุญาตดัดแปลงอาคารใหม่ให้เป็นไปตาม พ.ร.บ.ควบคุมอาคาร พ.ศ.2522 ของเมืองพัทยา ก่อนดำเนินการใด ๆ ต่อไป" นายกเมืองพัทยา กล่าว


ส่วนโครงการที่จอดเรือแหลมบาลีฮายที่เดิมมีขีดความสามารถในการรองรับเรือท่องเที่ยวได้กว่า 200 ลำ แต่ที่ผ่านมาได้ผลกระทบที่เกิดจากการได้รับความเสียหายจากพายุ รวมทั้งยังมีข้อพิพาททางกฎหมายกับผู้ออกแบบจึงทำให้ไม่สามารถดำเนินการใดๆได้

แต่ขณะนี้กระบวนการทางกฎหมายได้ข้อยุติแล้ว จากนี้ เมืองพัทยา จึงจะดำเนินการประกาศขายทอดตลาดทรัพย์สินและครุภัณฑ์ที่ชำรุดบริเวณท่าเรือ จำนวน 7 รายการอาทิ โครงเหล็กไฮโดรลิฟต์ บันได เครื่องกำเนิดไฟฟ้า และอุปกรณ์ควบคุมต่าง ๆ

 โดยได้มีการกำหนดวันประมูลในวันที่ 15 พ.ค.นี้ และ เมืองพัทยา ได้ตั้งราคากลางไว้ที่ประมาณ 500,000 บาท เพื่อเคลียร์พื้นที่ให้แล้วเสร็จ เพื่อรองรับการพัฒนาพื้นที่ใหม่ในอนาคต


" เมืองพัทยาได้จัดสรรงบประมาณสำหรับโครงการศึกษาและออกแบบปรับปรุงท่าเรือแหลมบาลีฮายไว้แล้ว โดยแนวทางเบื้องต้นยังคงวางให้เป็นพื้นที่จอดเรือควบคู่พื้นที่สันทนาการ แต่เนื่องจากวาระการบริหารของชุดปัจจุบันกำลังจะสิ้นสุดลง จึงเห็นควรให้ผู้บริหารและสภาชุดใหม่เป็นผู้ดำเนินการต่อ เพื่อความเหมาะสมตามหลักธรรมาภิบาล" นายกเมืองพัทยา กล่าว

นายปรเมศวร์ งามพิเชษฐ์ นายกเมืองพัทยา