xs
xsm
sm
md
lg

ตามรวบใน 20 ชม.มือฆ่าโชเฟอร์แท็กซี่ป้ายดำทิ้งศพกลางทุ่งนาอยุธยา รับวางแผนปมทวงมือถือ 400 บาท

เผยแพร่:   ปรับปรุง:   โดย: ผู้จัดการออนไลน์



พระนครศรีอยุธยา - ตำรวจภูธรภาค 1 ระดมทีมสืบสวนไล่ล่าคนร้ายฆ่าชิงทรัพย์คนขับแท็กซี่ป้ายดำที่อยุธยา ก่อนตามรวบผู้ต้องหาได้ในห้องเช่าปทุมธานี สารภาพลวงออกไปก่อเหตุ หลังถูกทวงโทรศัพท์ไม่ยอมเปลี่ยนฟิล์มแทนหนี้ค่าโดยสาร

จากกรณีเจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.ช้างใหญ่ อำเภอบางไทร จังหวัดพระนครศรีอยุธยา รับแจ้งพบศพคนขับรถแท็กซี่ถูกทำร้ายเสียชีวิต ทิ้งร่างกลางทุ่งนา ห่างจากถนนกาญจนาภิเษก (ทางหลวงหมายเลข 9 สายบางปะอิน–บางบัวทอง) ประมาณ 1 กิโลเมตร เมื่อช่วงเย็นวันที่ 5 พฤษภาคม 2569 ผู้เสียชีวิตทราบชื่อ นายประหยัด บุทอง อายุ 65 ปี มีบาดแผลฉกรรจ์บริเวณศีรษะ คาดถูกทำร้ายเพื่อชิงทรัพย์

ล่าสุดวันนี้( 6 พ.ค.) ที่ สภ.ช้างใหญ่ พล.ต.ต.วิชิต บุญชินวุฒิกุล รองผู้บัญชาการตำรวจภูธรภาค 1 พร้อม พล.ต.ต.สุรวุฒิ แสงรุ่งเรือง ผู้บังคับการตำรวจภูธรจังหวัดพระนครศรีอยุธยา และ พ.ต.อ.ภูริธัช โฆษิตวนิชพงศ์ รอง ผบก.ภ.จว.พระนครศรีอยุธยา ประชุมติดตามความคืบหน้าคดีนานกว่า 2 ชั่วโมง โดยใช้ข้อมูลเทคโนโลยี พยาน และหลักฐานทางนิติวิทยาศาสตร์ประกอบการสืบสวน

พล.ต.ต.วิชิต เปิดเผยว่า จุดเกิดเหตุเป็นพื้นที่เปลี่ยว การทำงานค่อนข้างยากลำบาก จากการสอบสวนทราบว่าผู้ตายขับแท็กซี่ป้ายดำในพื้นที่จังหวัดปทุมธานี ภรรยาขายพวงมาลัยและดอกไม้ โดยติดต่อกันครั้งสุดท้ายช่วงค่ำวันที่ 4 พฤษภาคม ก่อนขาดการติดต่อและมาพบเป็นศพในวันถัดมา

ผลชันสูตรพบแผลฉกรรจ์ที่หน้าผากยาวประมาณ 8 เซนติเมตร เป็นบาดแผล致命 ภายในรถมีร่องรอยต่อสู้ทั้งฝั่งคนขับและผู้โดยสาร ทรัพย์สินที่หายไป ได้แก่ โทรศัพท์มือถือ นาฬิกาข้อมือ และเงินสด 2,000 บาท ขณะที่บัญชีธนาคารและบัตรเอทีเอ็มยังอยู่ครบ จึงตั้งประเด็นหลักเป็นคดีฆ่าชิงทรัพย์

ต่อมาในช่วงบ่ายวันเดียวกัน ชุดสืบสวนสามารถติดตามจับกุมผู้ต้องสงสัยได้ คือ นายนาราธร พลายแก้ว อายุ 29 ปี หรือ “บังเลาะห์” ภายในห้องเช่า ตำบลบางขะแยง อำเภอเมือง จังหวัดปทุมธานี ใกล้บ้านพักผู้เสียชีวิต

จากการซักถาม ผู้ต้องหาให้การว่า มีความขัดแย้งกับผู้ตายเรื่องโทรศัพท์มือถือ หลังผู้ตายให้เงิน 400 บาทไปติดฟิล์มกระจกแต่ไม่ดำเนินการ เมื่อถูกทวงหลายครั้งจึงเกิดความโกรธ วางแผนลวงผู้ตายออกจากที่พักโดยอ้างว่าจะพาไปเอาเงิน ก่อนใช้ท่อนไม้ทำร้ายจนเสียชีวิต

เจ้าหน้าที่สามารถตรวจยึดโทรศัพท์มือถือของผู้ตายได้จากตัวผู้ต้องหา ส่วนเงินสดและนาฬิกาอยู่ระหว่างขยายผล พร้อมพบประวัติผู้ต้องหาเคยกระทำความผิดเกี่ยวกับยาเสพติดมาก่อน

ตำรวจระดมกำลังสืบสวน ตรวจสอบกล้องวงจรปิด และรวบรวมพยานหลักฐาน ก่อนขอศาลจังหวัดพระนครศรีอยุธยาออกหมายจับในข้อหา “ฆ่าผู้อื่นโดยเจตนา” และ “ชิงทรัพย์” ใช้เวลาติดตามจับกุมไม่ถึง 24 ชั่วโมงหลังพบศพ

ช่วงเย็นวันเดียวกัน เจ้าหน้าที่คุมตัวผู้ต้องหาไปทำแผนประกอบคำรับสารภาพในจุดเกิดเหตุ พร้อมตรวจยึดท่อนไม้ยูคาลิปตัสยาวประมาณ 1 เมตร มีคราบเลือดเป็นอาวุธที่ใช้ก่อเหตุ เก็บเป็นหลักฐานทางคดี

ทั้งนี้ กล้องวงจรปิดยังบันทึกภาพนาทีสุดท้ายก่อนเกิดเหตุ ผู้เสียชีวิตเดินออกจากห้องเช่าพร้อมผู้ต้องหา ก่อนขึ้นรถแท็กซี่และหายตัวไป กระทั่งพบเป็นศพกลางทุ่งนาในเวลาต่อมา ถือเป็นคดีสะเทือนขวัญที่ตำรวจใช้เวลาเพียง 20 ชั่วโมงในการคลี่คลายและจับกุมผู้ก่อเหตุได้สำเร็จ.