xs
xsm
sm
md
lg

ชลประทาน 14 รับน้ำ “อ่างปราณบุรี” วิกฤต เหลือแค่ 22% ปรับแผนลดส่งน้ำเกษตร รับมือภัยแล้งปี 69

เผยแพร่:   ปรับปรุง:   โดย: ผู้จัดการออนไลน์



ประจวบคีรีขันธ์ – สำนักงานชลประทานที่ 14 ยอมรับสถานการณ์น้ำอ่างเก็บน้ำปราณบุรีปี 2569 น่าเป็นห่วง หลังปริมาณน้ำต้นทุนลดฮวบเมื่อเทียบปีก่อน เร่งปรับแผนบริหารจัดการน้ำ ลดส่งน้ำภาคเกษตรช่วง พ.ค.–ส.ค. เน้นสำรองน้ำอุปโภคบริโภคเป็นอันดับแรก

วันนี้ ( 6 พ.ค.) นายนรเศรษฐ สองทอง ผู้อำนวยการสำนักงานชลประทานที่ 14 เปิดเผยว่า ข้อมูล ณ วันที่ 1 พฤษภาคม 2569 อ่างเก็บน้ำปราณบุรี ซึ่งมีความจุ 391 ล้านลูกบาศก์เมตร ปัจจุบันมีปริมาณน้ำคงเหลือเพียง 68.97 ล้านลูกบาศก์เมตร หรือร้อยละ 22.75 เท่านั้น จัดอยู่ในเกณฑ์น้ำน้อย จำเป็นต้องบริหารจัดการอย่างใกล้ชิด

เมื่อเปรียบเทียบกับช่วงเดียวกันของปี 2568 พบว่ามีปริมาณน้ำอยู่ที่ 129.02 ล้านลูกบาศก์เมตร หรือร้อยละ 33.05 สะท้อนให้เห็นว่าปีนี้มีน้ำต้นทุนลดลงอย่างชัดเจน ขณะที่ปริมาณน้ำไหลเข้าอ่างตั้งแต่ต้นปี (มกราคม–ปัจจุบัน) อยู่ที่เพียง 3.94 ล้านลูกบาศก์เมตร ต่ำกว่าค่าเฉลี่ยซึ่งอยู่ที่ประมาณ 30.33 ล้านลูกบาศก์เมตรอย่างมาก

จากข้อมูลด้านอุตุนิยมวิทยา คาดการณ์ว่าปีนี้ปริมาณฝนจะต่ำกว่าค่าปกติ และมีแนวโน้มเกิดฝนทิ้งช่วง ประกอบกับอิทธิพลของปรากฏการณ์เอลนีโญ อาจทำให้ฝนมาล่าช้าและตกน้อย ส่งผลให้ปริมาณน้ำไหลเข้าอ่างต่ำกว่าที่ประเมินไว้

สำนักงานชลประทานที่ 14 จึงได้ปรับแผนลดการส่งน้ำเพื่อการเกษตรในช่วงเดือนพฤษภาคม–สิงหาคม 2569 จากแผนเดิม เพื่อรักษาปริมาณน้ำต้นทุน โดยยืนยันว่าไม่ใช่การงดส่งน้ำทั้งหมด แต่เป็นการลดปริมาณลงเพื่อป้องกันการขาดแคลนน้ำในระยะยาว

ทั้งนี้ คาดว่าหลังปรับแผนจะมีปริมาณน้ำคงเหลือประมาณ 69.05 ล้านลูกบาศก์เมตร และภายในสิ้นปี 2569 จะมีน้ำเหลือประมาณ 103.34 ล้านลูกบาศก์เมตร หรือร้อยละ 26

การบริหารจัดการน้ำในระยะนี้ จะให้ความสำคัญตามลำดับ ได้แก่ น้ำเพื่ออุปโภคบริโภคของประชาชน การรักษาระบบนิเวศ การใช้น้ำที่จำเป็น โดยยึดหลักตามพระราชบัญญัติทรัพยากรน้ำ พ.ศ. 2561

หน่วยงานที่เกี่ยวข้องได้เตรียมความพร้อมทั้งบุคลากร เครื่องสูบน้ำ และรถบรรทุกน้ำ เพื่อช่วยเหลือพื้นที่เสี่ยงภัย พร้อมติดตามสถานการณ์อย่างใกล้ชิด

พร้อมกันนี้ ขอความร่วมมือจากประชาชนและเกษตรกรใช้น้ำอย่างประหยัด ลดกิจกรรมที่ไม่จำเป็น ตรวจสอบการรั่วไหลของระบบน้ำ และติดตามข่าวสารจากภาครัฐอย่างต่อเนื่อง เพื่อให้สามารถผ่านพ้นวิกฤตภัยแล้งในปีนี้ไปได้โดยมีผลกระทบน้อยที่สุด