xs
xsm
sm
md
lg

เศรษฐกิจอีสานไตรมาสแรกปี 69 ชะลอตัว น้ำมันแพง/สินค้าเกษตรทรุดกระทบใช้จ่ายหดตัว

เผยแพร่:   ปรับปรุง:   โดย: ผู้จัดการออนไลน์



ศูนย์ข่าวขอนแก่น - แบงก์ชาติอีสาน แถลงข่าวเศรษฐกิจอีสานไตรมาสแรกปีนี้หดตัว เหตุการบริโภคภาคเอกชนที่ชะลอลง ห่วงสงครามตะวันออกกลาง ดันน้ำมันราคาพุ่งซ้ำเติมเศรษฐกิจ ห่วงแนวโน้มเศรษฐกิจน่ากังวลจากน้ำมันแพง ราคาสินค้าเกษตรตกต่ำ กระทบการบริโภคหดตัวต่อเนื่อง

ดร.ทรงธรรม ปิ่นโต ผู้อำนวยการอาวุโส ธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) สำนักงานภาคตะวันออกเฉียงเหนือ
วันนี้ (6 พ.ค.) ที่ห้องประชุมปัญญาวิจิตร ธนาคารแห่งประเทศไทย สำนักงานภาคตะวันออกเฉียงเหนือ (ธปท.สภอ.) อ.เมือง จ.ขอนแก่น ดร.ทรงธรรม ปิ่นโต ผู้อำนวยการอาวุโส ธนาคารแห่งประเทศไทย สำนักงานภาคตะวันออกเฉียงเหนือ เป็นประธานแถลงข่าวภาวะเศรษฐกิจการเงินภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ไตรมาสที่ 1 ปี 2569 โดยมีผู้บริหาร เจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้อง ตลอดจนสื่อมวลชนทุกแขนง ร่วมรับฟังการแถลงข่าว

ดร.ทรงธรรม ปิ่นโต ผู้อำนวยการอาวุโส ธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) สำนักงานภาคตะวันออกเฉียงเหนือ เปิดเผยว่า เศรษฐกิจภาคตะวันออกเฉียงเหนือในไตรมาสที่ 1 ปี 2569 กลับมาหดตัวจากไตรมาสก่อน โดยมีสาเหตุหลักจากการบริโภคภาคเอกชนที่ชะลอลงเกือบทุกหมวด หลังสิ้นสุดมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจของภาครัฐ ประกอบกับกำลังซื้อที่ยังอ่อนแรง

รายได้เกษตรกรลดลงตามราคาสินค้าเกษตรสำคัญ ทั้งอ้อย ยางพารา และข้าว ส่งผลกระทบต่อการใช้จ่ายในภูมิภาค อย่างไรก็ตาม ภาคการท่องเที่ยวยังขยายตัวได้เล็กน้อย จากกิจกรรมขนาดใหญ่ โดยเฉพาะการแข่งขัน MotoGP ที่จังหวัดบุรีรัมย์ รวมถึงช่วงวันหยุดยาวที่เพิ่มขึ้น ช่วยพยุงเศรษฐกิจในบางพื้นที่ขณะเดียวกัน ช่วงปลายไตรมาสได้รับแรงกดดันจากสถานการณ์ความขัดแย้งในตะวันออกกลาง ส่งผลให้ราคาน้ำมันและค่าครองชีพปรับเพิ่มขึ้น ยิ่งซ้ำเติมกำลังซื้อของประชาชน






สำหรับแนวโน้มระยะต่อไป เศรษฐกิจอีสานยังน่ากังวลจากปัจจัยเสี่ยงภายนอก โดยเฉพาะราคาพลังงานที่มีแนวโน้มสูงขึ้น ขณะที่ราคาสินค้าเกษตรและความเชื่อมั่นผู้บริโภคลดลง อาจทำให้การบริโภคภาคเอกชนหดตัวต่อเนื่อง รวมถึงภาคท่องเที่ยวที่อาจชะลอลงจากพฤติกรรมการใช้จ่ายที่ระมัดระวังมากขึ้น

“ทั้งนี้ ธนาคารแห่งประเทศไทยได้เตรียมมาตรการช่วยเหลืออย่างต่อเนื่อง ทั้งโครงการแก้หนี้ NPL รายย่อย “ปิดหนี้ไว ไปต่อได้” การค้ำประกันสินเชื่อผ่านโครงการ SMEs Credit Boost และแนวทางเพิ่มสภาพคล่อง “SMEs Secure+” รวมถึงการช่วยเหลือลูกหนี้เชิงป้องกัน เพื่อประคับประคองเศรษฐกิจและลดผลกระทบต่อประชาชนและภาคธุรกิจในระยะนี้” ดร.ทรงธรรมกล่าว