ศูนย์ข่าวนครราชสีมา - รองอธิบดีกรมการปกครองลุยกวาดล้างขบวนการ “แจ้งเกิดทิพย์” โคราช พร้อมวางมาตรการป้องกันไม่ให้เกิดซ้ำอีก เผยเทศบาลโพธิ์กลางสั่งเพิกถอนสถานะทะเบียนแล้ว 50 ราย จ่อถอนอีก 1 ราย ชี้สามารถยื่นอุทธรณ์ได้ใน 15 วัน ระบุพบแจ้งเกิดทิพย์ให้คนต่างชาติจีนเทารูปแบบเดียวกันโผล่อีก 3 อำเภอ “ประทาย-ห้วยแถลง-สีคิ้ว”
ช่วงบ่ายวันนี้ (5 พ.ค. 69) ที่สำนักงานเทศบาลตำบลโพธิ์กลาง อำเภอเมืองนครราชสีมา จังหวัดนครราชสีมา นายวิฑูรย์ ศิรินุกุล รองอธิบดีกรมการปกครอง ในฐานะนายทะเบียนกลาง เป็นประธานประชุมติดตามกรณีการตรวจสอบข้อมูลทะเบียนราษฎรเกี่ยวกับการแจ้งเกิดโดยมิชอบ หรือ “แจ้งเกิดทิพย์” ที่มีการนำไปใช้เอื้อประโยชน์ให้บุคคลต่างชาติ โดยเฉพาะชาวจีน ซึ่งทำกันเป็นขบวนการ มีเจ้าหน้าที่รัฐร่วมกระทำผิดและรับผลประโยชน์เป็นเงินรายละ 1-3 หมื่นบาท
ที่ประชุมมี นายกิติพงศ์ พงศ์สุรเวท นายกเทศมนตรีตำบลโพธิ์กลาง, นางศุภาณัน คงเกษมภิบาล นายกเทศมนตรีตำบลหนองไผ่ล้อม พร้อมด้วยนายอำเภอเมืองนครราชสีมา, นายอำเภอสีคิ้ว, นายอำเภอห้วยแถลง และนายอำเภอประทาย ตลอดจนเจ้าหน้าที่ตำรวจ และหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเข้าร่วมอย่างพร้อมเพรียง
นายกิติพงศ์ พงศ์สุรเวท นายกเทศมนตรีตำบลโพธิ์กลาง เปิดเผยความคืบหน้าการตรวจสอบข้อมูลทะเบียนราษฎรเกี่ยวกับการแจ้งเกิดโดยมิชอบของเทศบาลตำบลโพธิ์กลาง ว่า จากการตรวจสอบข้อมูลย้อนหลังในพื้นที่ช่วง 5-6 ปี พบรายชื่อบุคคลต้องสงสัย รวม 51 ราย ขณะนี้ได้ดำเนินการเพิกถอนสถานะทางทะเบียนแล้ว 50 ราย เหลืออีก 1 ราย อยู่ระหว่างตรวจสอบข้อเท็จจริงร่วมกับโรงพยาบาลค่ายสุรนารี เพื่อยืนยันตัวตน
ก่อนหน้านี้ กรมการปกครองได้แจ้งรายชื่อต้องสงสัย 5 รายแรก และมีคำสั่งเพิกถอนเพิ่มเติมอีก 22 ราย รวมเป็น 27 ราย ก่อนจะมีการตรวจสอบเชิงลึกเพิ่มเติมในช่วงสุดสัปดาห์ที่ผ่านมา และเพิกถอนเพิ่มอีก 23 ราย ส่งผลให้ยอดรวมการเพิกถอนล่าสุดอยู่ที่ 50 ราย
นายกิติพงศ์ยืนยันว่าการตรวจสอบครั้งนี้ครอบคลุมครบถ้วนแล้ว และไม่พบความผิดปกติเพิ่มเติม โดยหลังจากนี้จะเปิดโอกาสให้ผู้ที่ถูกเพิกถอนสิทธิสามารถยื่นอุทธรณ์ได้ภายใน 15 วัน หากพิสูจน์ได้ว่ามีตัวตนและที่อยู่ชัดเจน ก็สามารถขอคืนสิทธิได้ แต่หากไม่ดำเนินการภายในกำหนด จะถือว่าสิ้นสภาพทางกฎหมายโดยสมบูรณ์ ซึ่งขณะนี้ได้มีการประกาศยกเลิกสถานะไปแล้ว เพื่อป้องกันการนำไปใช้ในการทำนิติกรรมต่างๆ
ด้าน นายวิฑูรย์ ศิรินุกุล รองอธิบดีกรมการปกครอง ระบุว่า การลงพื้นที่ครั้งนี้เพื่อติดตามความคืบหน้า ประเมินปัญหาอุปสรรค และกำหนดแนวทางป้องกันไม่ให้เกิดเหตุลักษณะดังกล่าวซ้ำอีกในอนาคต นอกจากนี้ ยังพบว่า พื้นที่ใกล้เคียงอย่างเทศบาลตำบลหนองไผ่ล้อม ตรวจพบลักษณะปัญหาเดียวกันอีกประมาณ 18 ราย ขณะนี้อยู่ระหว่างดำเนินการตามขั้นตอน โดยเข้ามาปรึกษาแนวทางจากเทศบาลตำบลโพธิ์กลาง ทั้งในด้านการออกคำสั่ง การตรวจสอบข้อมูลกับสถานพยาบาล และกระบวนการทางกฎหมาย
อย่างไรก็ตาม นายกเทศมนตรีตำบลโพธิ์กลางระบุเพิ่มเติมว่า กรณีในพื้นที่หนองไผ่ล้อม มีความเชื่อมโยงกับกลุ่มบุคคลเดียวกันตั้งแต่ขั้นตอนการทำบัตรประจำตัวประชาชน ขณะที่พื้นที่อื่น เช่น อำเภอประทาย อำเภอห้วยแถลง และอำเภอสีคิ้ว เป็นการดำเนินการในระดับอำเภอ และไม่เกี่ยวข้องกับทะเบียนขององค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นโดยตรง


