ศูนย์ข่าวนครราชสีมา - พศจ.โคราชโร่ตรวจสอบประวัติ “พระ” ฉาว ถูกสาวปราจีนฯ ร้องเป็นชู้กับสามีทำชีวิตคู่รักอยู่ร่วมมานาน 23 ปีพังทลาย ที่แท้คือ “พระพรชัย” หรือ “พระเก้า” อายุ 30 ปี เพิ่งบวชปี 67 ที่วัด อ.คง โคราช ก่อนย้ายไปสังกัดวัดที่ จ.อุบลฯ เผยเป็นคนเก็บตัวไม่ค่อยสุงสิงกับใคร ด้านวัดบึง โคราช แถลงยันไม่เกี่ยวข้องกับพระฉาว ไม่ได้สังกัดวัด แค่มาศึกษาและออกไปตั้งแต่ปี 68
วันนี้ (4 พ.ค. 69) ผู้สื่อข่าวรายงาน กรณีกระแสร้อนแรงบนโลกออนไลน์ เมื่อเพจ “ทนายพัฒน์ เมียหลวง2026” ออกมาเปิดเผยเรื่องราวสุดสะเทือนใจของหญิงรายหนึ่งชาวจังหวัดปราจีนบุรีที่ชีวิตคู่พังทลายลงอย่างไม่ทันตั้งตัว หลังใช้ชีวิตกับสามีมานานกว่า 23 ปี แต่กลับพบว่าสามีแอบมีความสัมพันธ์ลึกซึ้งกับพระภิกษุในวัดชื่อดังในโคราช โดยโพสต์ดังกล่าวระบุว่า “สาวร้องสามีไปเป็นชู้กับพระวัดดัง 23 ปีไม่มีความหมาย อึ้งขออยู่ 3 คนผัวเมีย ตอนนี้เธอพร้อมเดินหน้าลุย เก็บข้าวของออกจากบ้านเรียบร้อย พร้อมด้วยเงิน 6,000 บาท หวังสู้ดาบหน้า เพราะที่บ้านให้ความช่วยเหลือไม่ได้” ท่ามกลางกระแสกำลังใจจากชาวโซเชียลเป็นจำนวนมาก และต่างวิพากษ์วิจารณ์พฤติกรรมของฝ่ายชายและพระภิกษุรูปดังกล่าวว่า เป็นการกระทำที่ผิดทั้งศีลธรรมและวินัยสงฆ์อย่างร้ายแรง เข้าข่ายอาบัติปาราชิก ซึ่งเป็นความผิดขั้นสูงสุดของพระภิกษุนั้น
ล่าสุดวันนี้ผู้สื่อข่าวลงพื้นที่วัดแห่งหนึ่งในตัวเมืองนครราชสีมาเพื่อตรวจสอบข้อเท็จจริงหลังถูกระบุว่าพระดังกล่าวเคยอยู่วัดแห่งนี้ โดยพระลูกวัดรูปหนึ่งให้ข้อมูลว่าเคยเห็นพระรูปดังกล่าวเพียงผ่านๆ เนื่องจากเป็นคนเก็บตัว ไม่ค่อยสุงสิงกับใคร และระยะหลังไม่พบเห็นแล้ว อีกทั้งเมื่อทราบข่าวก็รู้สึกตกใจ และยืนยันว่าไม่ใช่พระสังกัดวัดแห่งนี้แน่นอน
ขณะที่วัดบึง พระอารามหลวง อ.เมือง จ.นครราชสีมา ได้ออกแถลงการณ์ชี้กรณีดังกล่าว ระบุว่า แถลงการณ์ วัดบึง พระอารามหลวง เรื่อง พระภิกษุที่ปรากฏในข่าวไม่เกี่ยวข้องกับวัด ตามที่ปรากฏเป็นภาพข่าวตามสื่อออนไลน์ ลงเมื่อวันที่ 2 พฤษภาคม 2569 กรณีพระภิกษุรูปหนึ่งมีความสัมพันธ์ลึกซึ้งกับสามีของหญิงผู้เสียหายตามที่เป็นข่าว และมีการกล่าวอ้างชื่อของวัดในข่าวนั้น
ทางวัดขอชี้แจงให้ทราบว่า พระภิกษุรูปดังกล่าวเป็นเพียงพระอาคันตุกะที่มาขอรับการศึกษาเล่าเรียนช่วงระยะเวลาหนึ่งเท่านั้น มิได้เป็นพระภิกษุที่สังกัดวัดแต่ประการใด และได้ออกจากวัดไปตั้งแต่ตุลาคม พ.ศ. 2568 จนถึงปัจจุบัน การกระทําและพฤติกรรมของพระภิกษุรูปดังกล่าวจึงไม่มีความเกี่ยวข้องใดๆ กับวัดทั้งสิ้น
พระภิกษุที่ปรากฏในข่าวไม่ใช่พระในสังกัดของวัด แต่เป็นเพียงพระอาคันตุกะที่เคยมาขอศึกษาเล่าเรียนในช่วงระยะเวลาหนึ่ง และได้ออกจากวัดไปตั้งแต่เดือนตุลาคม 2568 แล้ว ทั้งนี้ ทางวัดยืนยันว่าพฤติกรรมดังกล่าวเป็นเรื่องส่วนบุคคล ไม่เกี่ยวข้องกับวัดแต่อย่างใด พร้อมขอให้สังคมเข้าใจข้อเท็จจริง และรอการตรวจสอบจากหน่วยงานที่เกี่ยวข้องต่อไป
ทางด้าน ดร.พรพนา แสนการุณ ผู้อำนวยการสำนักงานพระพุทธศาสนาจังหวัด (พศจ.) นครราชสีมา เปิดเผยว่า จากการตรวจสอบเบื้องต้นพบว่า พระรูปดังกล่าวคือ พระภิกษุพรชัย หรือ “พระเก้า” อายุ 30 ปี อุปสมบทที่วัดหุงเกลือ ตำบลทัพรั้ง อ.พระทองคำ จ.นครราชสีมา เมื่อปี 2567 ปัจจุบันย้ายไปเข้าสังกัดอยู่ที่วัดบ้านห่องคำ ต.นาเจริญ อ.เดชอุดม จ.อุบลราชธานี
โดยเคยมาศึกษาพระปริยัติธรรมที่วัดบึง พระอารามหลวง ตำบลในเมือง อำเภอเมืองนครราชสีมา จังหวัดนครราชสีมา เมื่อช่วงเดือนกรกฎาคม พ.ศ. 2568 และไม่ได้สังกัดที่วัดบึง พระอารามหลวง แต่อย่างใด เพียงมาขอเข้าศึกษาพระปริยัติธรรมเท่านั้น และไม่ทราบถึงพฤติกรรมส่วนตัวว่ามีส่วนเกี่ยวข้อง หรือมีความสัมพันธ์ตามที่ปรากฏในข่าวหรือไม่ อย่างไร ทั้งนี้ จะได้ประสานข้อมูลที่เกี่ยวข้องกับสำนักงานพระพุทธศาสนาจังหวัดอุบลราชธานี เพื่อขอรายละเอียดข้อเท็จจริง และดำเนินการในส่วนที่เกี่ยวข้องต่อไป


