น่าน - เหล่าศิลปินพื้นบ้านเมืองน่าน พร้อมใจเข้าเยี่ยมให้กำลังใจ “แม่ครูกุหลาบ ศรีทะแก้ว” ครูซอล่องน่านชื่อดังวัย 72 ปี คู่ซอ “พ่อครูคำผาย ศิลปินแห่งชาติ” หลังโดนพายุฤดูร้อนพัดถล่มบ้านชั้นสองหายวับ-พังยับเยิน แม่ครูหลั่งน้ำตาเผยโดนทั้งน้ำท่วมหนัก-พายุถล่ม อายุมาก-งานลดจนถึงไม่มีงานมา 2 ปี ไม่รู้จะตั้งต้นใหม่ยังไงแล้ว
รายงานข่าวแจ้งว่า บรรดาศิลปินพื้นบ้านของเมืองน่านได้รวมตัวกันเดินทางไปเยี่ยมให้กำลังใจ “แม่ครูกุหลาบ ศรีทะแก้ว” ครูซอล่องน่านชื่อดังวัย 72 ปี ซึ่งเป็นคู่ซอของ “พ่อครูคำผาย ศิลปินแห่งชาติ” ซึ่งโดนพายุฤดูร้อนพัดถล่มบ้านพักในพื้นที่หมู่ 6 ต.ท่าน้าว อ.ภูเพียง จ.น่าน จนได้รับความเสียหายอย่างหนัก
ซึ่งพบว่าบ้านชั้นที่ 2 ถูกแรงลมพายุพัดหายไปทั้งแถบ เหลือเพียงโครงเสาบางส่วน ขณะที่ชั้นล่างซึ่งเคยได้รับความเสียหายจากเหตุอุทกภัยมาก่อนหน้านี้ยิ่งทรุดโทรมลงจนแทบไม่สามารถอยู่อาศัยได้ สภาพความเป็นอยู่ของแม่ครูอยู่ในขั้นลำบาก ประกอบกับมีโรคประจำตัวทั้งเบาหวาน-ความดันโลหิตสูง ยิ่งเพิ่มความเสี่ยงด้านสุขภาพ
แม่ครูกุหลาบกล่าวด้วยน้ำเสียงสั่นเครือว่า บ้านหลังนี้อยู่มานานมากกว่า 50 ปีแล้ว พอมาเจอทั้งน้ำท่วมทั้งพายุ ก็ไม่คิดว่าจะหนักขนาดนี้ ตอนนี้ไม่รู้จะเริ่มต้นยังไง เพราะอายุก็มาก มีข้อจำกัดในการรับงาน ทำให้งานลดลง จนไม่มีงานมานานกว่า 2 ปีแล้ว มีเพียงลูกสาวที่รับจ้างทำงานได้ค่าจ้างรายวันมาจุนเจือในครอบครัว
“ตอนน้ำท่วมหนักก็ไปกู้ยืมเงินมาปรับปรุงบ้าน ยังเป็นหนี้อยู่ มาเจอพายุพังรอบนี้ ก็ไม่รู้จะเอาเงินที่ไหนมาซ่อมแซมเหมือนกัน”
นายณัฐพงษ์ สงคราม (ครูเข็ม) ศิลปินพื้นบ้านด้านหนึ่งในกลุ่มศิลปินพื้นบ้านที่เข้าเยี่ยม เปิดเผยว่า แม่ครูกุหลาบคือครูซอที่มีคุณค่ามากของเมืองน่าน เป็นผู้สืบสานศิลปวัฒนธรรมล้านนา ปัจจุบันมีอายุมาก และงานก็ลดลง ไม่มีรายได้ วันนี้ท่านเดือดร้อน พวกเราก็อยากให้สังคมช่วยกันดูแล เพราะนี่ไม่ใช่แค่การช่วยคนคนหนึ่ง แต่คือการรักษามรดกทางวัฒนธรรมของชุมชน
เบื้องต้นหน่วยงานท้องถิ่น องค์การบริหารส่วนตำบลท่าน้าว และสำนักงานพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์จังหวัดน่าน (พม.น่าน) ได้เข้าประสานให้ความช่วยเหลือในระดับหนึ่งแล้ว อย่างไรก็ตาม ยังต้องการการสนับสนุนเพิ่มเติมทั้งด้านงบประมาณ วัสดุก่อสร้าง และการดูแลด้านสุขภาพ
ดังนั้นจึงอยากเชิญชวนผู้มีจิตศรัทธา ร่วมกันส่งต่อความช่วยเหลือ เพื่อให้แม่ครูกุหลาบได้มีที่อยู่อาศัยที่ปลอดภัย รวมไปถึงการช่วยเหลือศิลปินพื้นบ้านที่มีอายุมาก ให้สามารถดำรงชีวิตต่อไปได้อย่างสมศักดิ์ศรีศิลปินพื้นบ้านผู้ทรงคุณค่าของจังหวัดน่าน


