xs
xsm
sm
md
lg

(คลิป)เจอแล้ว! พ่อเลี้ยงเดี่ยวทิ้งขยะเต็มห้องเช่า เผยแต่ละวันเหนื่อยล้าจากงานไม่มีเวลาทำความสะอาด ขอโทษเจ้าของหอพักด้วย

เผยแพร่:   ปรับปรุง:   โดย: ผู้จัดการออนไลน์



อุดรธานี – เจอตัวแล้ว หนุ่มวัย48 ปีพ่อเลี้ยงเดี่ยวผู้เช่าห้องพักแล้วสะสมขยะจิปาถะเต็มห้องส่งกลิ่นเหม็นคละคลุ้งจนถูกโพสต์ประจาน แจงเพราะความเหนื่อยล้าจากการทำงานและปัญหาส่วนตัวสารพัดต้องทำงานหาเงินเลี้ยงลูกตามลำพัง จึงไม่มีเวลาทำความสะอาดห้อง ฝากขอโทษเจ้าของหอพักจากใจ


                         

จากกรณีเมื่อ2วันก่อนมีผู้ใช้เฟซบุ๊กชื่อ “ก็ผมนิล๊ะ โอชิน” โพสต์ภาพห้องเช่าในพื้นที่ จ.อุดรธานี ที่อยู่ในสภาพเต็มไปด้วยขยะและสิ่งสกปรก ส่งกลิ่นเหม็นคละคลุ้ง พร้อมระบุว่าเป็นฝีมือของผู้เช่าที่อยู่กันสองคนพ่อลูกที่ย้ายออกไป โดยเจ้าของห้องต้องเข้าทำความสะอาดเอง และยังไม่สามารถเรียกค่าเสียหายได้ กลายเป็นกระแสวิพากษ์วิจารณ์ในโลกออนไลน์อย่างกว้างขวาง

ล่าสุด ผู้สื่อข่าวติดต่อพบกับผู้เช่าห้องรายดังกล่าว ทราบชื่อคือ นายวรนิตย์ อายุ 48 ปี ซึ่งเจ้าตัวได้ชี้แจงถึงเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นว่า สภาพห้องที่ปรากฏในภาพเป็นเรื่องจริง สาเหตุหลักมาจากความเหนื่อยล้าจากการทำงานและภาระชีวิตส่วนตัว เนื่องจากต้องเลี้ยงลูกเพียงลำพัง ทำงานหนัก พักผ่อนน้อย เมื่อกลับถึงห้องช่วงดึกจึงไม่มีแรงจัดการทำความสะอาด




“ผมทำงานเหนื่อย กลับมาก็ดึก บางทีก็ไม่มีแรงทำอะไร กินข้าวแล้วก็วางไว้ พอถึงเวลาทำงานก็ตื่นไปทำงานเลย ขยะส่วนใหญ่ก็เป็นข้าวกล่อง” นายวรนิตย์อธิบายพร้อมกับเล่าต่อว่าตัวเขาพักอาศัยอยู่ในห้องดังกล่าวมาประมาณ 3 ปี เช่าแบบรายวัน วันละ 300 บาท และยอมรับว่าเคยมีค้างค่าเช่าบ้าง โดยทุกวันนี้ยังมียอดค้างอยู่ประมาณ 1,000 กว่าบาท

ก่อนเกิดเหตุที่จะเป็นข่าวโด่งในสังคมโซเชียล ในวันดังกล่าว เขากลับจากตลาด ช่วงประมาณ 05.00 น. ก่อนที่ผู้ดูแลหอพักจะแจ้งให้ย้ายออก เนื่องจากพบสภาพห้องมีขยะจำนวนมาก วันถัดมาตนจึงขนของออกและย้ายออกจากห้องพักทันที


หลังถูกสังคมวิพากษ์วิจารณ์เรื่องความไม่สะอาด นายวรนิตย์ยอมรับว่า พยายามเก็บขยะบ้าง แต่ด้วยความเหนื่อยล้าและปัญหาชีวิตหลายด้าน ทำให้ไม่สามารถจัดการได้อย่างต่อเนื่อง ขอยืนยันว่าไม่มีเจตนาให้เหตุการณ์ลักษณะนี้เกิดขึ้น “ผมเป็นพ่อเลี้ยงเดี่ยว ต้องดูแลลูกคนเดียว บางทีก็เครียด คิดอะไรไม่ออก ไม่รู้จะปรึกษาใคร แต่ผมจะพยายามปรับตัวให้ดีขึ้น”

อย่างไรก็ตาม นายวรนิตย์กล่าวทิ้งท้ายว่า ไม่ต้องการขอความช่วยเหลือจากสังคม และยังคงยืนยันว่าจะดูแลลูกด้วยตนเองต่อไป พร้อมฝากคำขอโทษไปยังเจ้าของห้องและผู้เกี่ยวข้องกับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นด้วยจากใจ