xs
xsm
sm
md
lg

ป.ป.ส.ภาค2 ผุดโมเดล "จิตอาสาชุมชน" แก้ปัญหายาเสพติดเรื้อรังชุมชนเนิน FM จันทบุรี

เผยแพร่:   ปรับปรุง:   โดย: ผู้จัดการออนไลน์





จันทบุรี-
ป.ป.ส. ภาค 2 บูรณาการร่วมหน่วยงานกับภาครัฐ-ประชาชน ผุดโมเดล "จิตอาสาชุมชน" ลาดตระเวนปราบยาเสพติดชุมชนเนิน FM เดินหน้าแก้ปัญหาเรื้อรังกว่า 10 ปี

วันนี้ (30 เม.ย.) นายสราวุธ ภักดี ผู้อำนวยการสำนักงาน ป.ป.ส. ภาค 2 นำทีมเจ้าหน้าที่ ป.ป.ส. สนธิกำลังร่วมฝ่ายปกครอง ตำรวจ ทหาร กอ.รมน.จันทบุรี สาธารณสุข และเทศบาลเมืองจันทบุรี ตั้งจุดตรวจและนำกำลังจิตอาสาร่วมลาดตระเวนเพื่อป้องปรามและกดดันการแพร่ระบาดของยาเสพติด ณ ชุมชนเนิน FM จ.จันทบุรี

ผู้อำนวยการสำนักงาน ป.ป.ส. ภาค 2 เผยว่าชุมชนเนิน FM เป็นพื้นที่ที่มีการร้องเรียนเรื่องยาเสพติดและเผชิญปัญหาเรื้อรังมานานกว่า 10 ปี ขณะนี้ทางหน่วยงาน ได้ปรับเปลี่ยนแนวทางการทำงานใหม่จากเดิมที่พึ่งพาเพียงเจ้าหน้าที่รัฐ ให้เป็นการสนธิกำลังร่วมกับชุมชน ซึ่งในช่วงเช้าได้มีการจัดฝึกอบรมประชาชนจิตอาสาในพื้นที่จำนวน 25 คน เพื่อให้ความรู้ด้านระเบียบวินัย กฎหมายเบื้องต้น และยุทธวิธีการร่วมตรวจค้น ก่อนจะนำกำลังอาสาสมัครเหล่านี้ลงพื้นที่ลาดตระเวนและตั้งจุดตรวจจริงในหมู่บ้าน

“ ผลกระทบของยาเสพติด ไม่เพียงแต่บั่นทอนสุขภาพของผู้เสพและเป็นภัยต่อความมั่นคงของชาติเท่านั้น แต่ยังมีผลกระทบรุนแรงด้านเศรษฐกิจที่หลายคนมักมองข้าม เนื่องจากเงินที่ใช้ซื้อขายยาเสพติดภายในประเทศจะถูกระบายออกไปยังแหล่งผลิตในประเทศเพื่อนบ้าน ส่งผลให้เม็ดเงินหลายหมื่นล้านบาทต่อปีไม่เกิดการหมุนเวียนในระบบเศรษฐกิจของไทย จึงอยาก ขอความร่วมมือจากประชาชนให้ช่วยกันป้องกันปัญหานี้ เพื่อรักษาระบบเศรษฐกิจของประเทศต่อไป” ผู้อำนวยการสำนักงาน ป.ป.ส. ภาค 2


ด้าน นางวาสินี สิทธิเวช ประธานชุมชนที่ 14 เนิน FM ซึ่งเป็นหนึ่งในแกนนำอาสาสมัครป้องกันยาเสพติดของชุมชน เผยถึงบทบาทของจิตอาสาว่า การทำงานร่วมกับเจ้าหน้าที่รัฐ ทั้งฝ่ายปกครอง ตำรวจและหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ช่วยให้การคัดกรองมีประสิทธิภาพมากขึ้น เนื่องจากคนในพื้นที่จะมีข้อมูลและทราบดีว่าบุคคลใดในชุมชนมีพฤติกรรมเกี่ยวข้องกับยาเสพติด ไม่ว่าจะเป็นผู้ค้าหรือผู้เสพ

ส่วนการฝึกอบรมที่ได้รับจะครอบคลุมไปถึงวิธีการสังเกตผู้ต้องสงสัย การเข้าชาร์จจับกุม และการตรวจค้นยานพาหนะ ซึ่งแม้หน้าที่หลักในการเข้าจับกุมจะเป็นของเจ้าหน้าที่ แต่ความรู้เบื้องต้นเหล่านี้จะช่วยให้อาสาสมัครสามารถทำงานสนับสนุนภาครัฐได้อย่างปลอดภัยและถูกวิธี

“ สำหรับการดำเนินการกับผู้ต้องสงสัยนั้น หากกำลังเจ้าหน้าที่และอาสาสมัครตรวจพบและผลการตรวจเบื้องต้นพบสารเสพติด จะมีการส่งตัวเพื่อตรวจพิสูจน์อย่างละเอียดอีกครั้ง หากยืนยันผลว่ามีสารเสพติดในร่างกาย ก็จะถูกดำเนินคดีตามกฎหมาย และหากผู้กระทำความผิดมีความตั้งใจและสมัครใจที่จะปรับเปลี่ยนพฤติกรรม ก็จะถูกส่งตัวเข้าสู่กระบวนการบำบัดฟื้นฟูยาเสพติดต่อไป ซึ่งขั้นตอนทั้งหมดจะเป็นไปตามหลักเกณฑ์ที่ทางจังหวัดกำหนดไว้” ประธานชุมชนที่ 14 เนิน FM กล่าว