สกลนคร-ชาวบ้านลาดค้อ อ.โคกศรีสุพรรณ ร่วมใจสืบสานตำนาน “ข้าวโป่งโบราณ” หรือข้าวเกรียบตีนตำ ใช้แรงคนหลายคนช่วยกันเหยียบครกกระเดื่อง และมีเคล็ดลับเด็ดผสมน้ำสมุนไพรตดหมูตดหมาเพื่อให้พองกรอบเพื่อใส่บาตรในงานบุญบั้งไฟ เผยปีนี้น่าภาคภูมิมีคนรุ่นใหม่ในหมู่บ้านร่วมตีนตำกระเดื่องร่วมกับผู้เฒ่าผู้แก่เพิ่มมากขึ้น อุ่นใจได้ส่งต่อภูมิปัญญาบรรพบุรุษให้คนเจนใหม่สืบทอดจากรุ่นสู่รุ่น
เมื่อลมร้อนพัดผ่านเข้าสู่เดือนหก เป็นสัญญาณบ่งบอกถึงประเพณีสำคัญของชาวอีสาน “งานบุญบั้งไฟ”กำลังใกล้เข้ามาถึง และที่หมู่บ้านลาดค้อ ต.ด่านม่วงคำ อ.โคกศรีสุพรรณ จ.สกลนคร ยังมีอีกหนึ่งความเคลื่อนไหวที่น่าสนใจไม่แพ้การประดิษฐ์บั้งไฟ นั่นคือการรวมตัวกันของชาวบ้านเพื่อสืบสานตำนานการทำขนมโบราณที่หากินได้ยากยิ่งในปัจจุบัน อย่าง “ข้าวเกรียบตีนตำ” หรือ “ข้าวโป่ง” สูตรโบราณ ชาวบ้านที่นี่จะทำกินกันเพียงปีละครั้งเท่านั้น
ความพิเศษของข้าวเกรียบบ้านลาดค้อ ไม่ใช่แค่รสชาติ แต่คือ กระบวนการผลิต ที่ยังคงรักษากลิ่นอายดั้งเดิมเอาไว้ทุกกระเบียดนิ้ว นางบุญน้อม โนนตระอุดร วัย 74 ปี ปราชญ์ชาวบ้านผู้รักษาองค์ความรู้การทำข้าวเกรียบโบราณ เล่าให้ฟังว่า ข้าวเกรียบตีนตำต้องอาศัย พลังสามัคคี อย่างน้อย 4-5 คน มาช่วยกันที่ครกกระเดื่องโบราณ การใช้เท้าเหยียบไม้คานเพื่อส่งแรงกระแทกจากสากลงสู่ครกไม้ คือจังหวะจะโคนที่เป็นเอกลักษณ์ แตกต่างจากการใช้เครื่องจักรโดยสิ้นเชิง
“มันไม่ใช่แค่การตำข้าว แต่มันคือการรวมใจกันของคนในหมู่บ้าน ปีหนึ่งเราทำครั้งเดียว เพื่อเตรียมไว้ใส่บาตรและรับแขกบ้านแขกเมืองในงานบุญบั้งไฟ” นางบุญน้อมกล่าวด้วยรอยยิ้ม
หัวใจสำคัญที่ทำให้ข้าวเกรียบบ้านลาดค้อต่างจากที่อื่น คือการใช้ข้าวเหนียวนึ่งสุกใหม่ๆ มาตำผสมกับงาดำและน้ำตาลเพื่อให้ความหอมหวาน แต่เคล็ดลับระดับ มาสเตอร์พีซที่สืบทอดกันมาคือการพรมน้ำตดหมูตดหมา ซึ่งเป็นพืชสมุนไพรพื้นบ้านลงไปในเนื้อข้าว สารสำคัญจากสมุนไพรชนิดนี้จะทำหน้าที่เป็น สารช่วยฟูธรรมชาติ ทำให้เมื่อนำแผ่นข้าวเกรียบที่ตากแห้งแล้วไปผิงไฟ เนื้อขนมจะพองตัวกรอบฟูและมีกลิ่นหอมที่เป็นเอกลักษณ์เฉพาะตัว
ขั้นตอนหลังจากตำจนเนื้อเนียนเป็นเนื้อเดียวกันแล้ว ชาวบ้านจะช่วยกันนำมาปั้นและแผ่เป็นแผ่นกลมบางอย่างประณีต ก่อนจะนำไปผึ่งลมไว้ประมาณ 2-3 วันจนแห้งสนิท เมื่อถึงวันงานก็นำมาผิงไฟร้อนๆ หรืออบในหม้อลมร้อน จนกลายเป็นข้าวโป่งแผ่นใหญ่สีสวย รสสัมผัสหวานกรอบที่หาซื้อที่ไหนไม่ได้
สิ่งที่น่าประทับใจในปีนี้ คือภาพของคนรุ่นใหม่ในหมู่บ้านที่หันมาให้ความสนใจ ร่วมวงล้อมครกกระเดื่อง เรียนรู้วิธีการ ตีนตำ กับผู้เฒ่าผู้แก่ เป็นการส่งต่อลมหายใจของภูมิปัญญาไม่ให้เลือนหายไปตามกาลเวลา
สำหรับประเพณีบุญบั้งไฟ หรือบุญเดือนหก ถือเป็นหัวใจของชาวอีสานในการบูชาพญาแถนเพื่อขอฝนให้ตกต้องตามฤดูกาล และ ข้าวเกรียบตีนตำนี่เองที่เป็นสื่อกลางแห่งศรัทธาและความเอื้ออาทรที่ชาวบ้านลาดค้อพร้อมหยิบยื่นให้แขกผู้มาเยือนในทุกๆปี


