ศูนย์ข่าวนครราชสีมา - ผู้การตำรวจโคราชคุมตัวสองคนร้ายชาวจีนปล้นร้านทองโคราชทำแผนประกอบคำรับสารภาพ เผยคนร้ายอยู่ในอาการเครียดท่ามกลางชาวบ้านแห่มุงดู ขณะเจ้าของร้านทองโร่มอบกระเช้าขอบคุณตำรวจตามจับกุมคนร้ายได้รวดเร็วพร้อมของกลางทองรูปพรรณรวมกว่า 8 แสน
วันนี้ (28 เม.ย. 69) จากกรณีคนร้ายก่อเหตุใช้อาวุธปืนชิงทรัพย์ภายในร้านทองเยาวราช ด่านเกวียน ตำบลด่านเกวียน อำเภอโชคชัย จังหวัดนครราชสีมา โดยคนร้ายเป็นชาย 2 คน สวมหมวกไอ้โม่งสีดำ สวมเสื้อแขนยาวสีดำ และกางเกงขาสั้นทั้งคู่ มีอาวุธปืนพกสั้นติดตัว และใช้ของแข็งลักษณะคล้ายค้อนทุบตู้กระจกภายในร้านทองหลายตู้ จนแตกเสียหาย ก่อนกวาดเอาทองรูปพรรณแหวนทองคำ ไปประมาณ 48 วง มูลค่าราวร่วม 1 ล้านบาท แล้วขับรถยนต์เก๋งสีขาว ยี่ห้อโตโยต้า รุ่นยาริส หลบหนีไปอย่างรวดเร็ว เหตุเกิดในพื้นที่ตำบลด่านเกวียน อำเภอโชคชัย จังหวัดนครราชสีมา ก่อนถูกตำรวจ สน.ประเวศ กรุงเทพฯ จับกุมตัวได้ที่ร้านเช่ารถยนต์แห่งหนึ่งในเขตประเวศ กรุงเทพฯ ขณะที่ผู้ต้องหาทั้งสองคนนำรถที่เช่าไปมาคืนเพื่อเอาเงินประกันเตรียมจะหลบหนีนั้น
ล่าสุด 13.30 น. วันนี้ ที่ สภ.โชคชัย จังหวัดนครราชสีมา พล.ต.ต.ณรงค์ศักดิ์ พรหมทา ผู้บังคับการตำรวจภูธรจังหวัดนครราชสีมา พร้อมด้วย พ.ต.อ.ชวาลย์ วงษ์รอด ผกก.สภ.โชคชัย และชุดจับกุม ได้ร่วมกันแถลงข่าวผู้ต้องหาชิงทอง ประกอบไปด้วย นายซู จินเทา อายุ 27 ปี และนายซอง ฮาวหลง อายุ 19 ปี พร้อมของกลางเป็นแหวนทองรูปพรรณ จำนวน 46 วง ซึ่งเป็นทรัพย์สินที่ได้จากการก่อเหตุ มูลค่า 823,000 บาท
หลังจากนั้น นายสุรศักดิ์ จิรวงศ์ไพศาล อายุ 74 ปี เจ้าของร้านทอง ได้มาตรวจสอบของกลาง พบว่าแหวนทองคำหายไป 2 วง โดยผู้ต้องหารับว่าได้ขายให้ร้านทองที่กรุงเทพฯ 1 วง ได้เงินมา 16,000 บาท ส่วนอีก 1 วง ผู้ต้องหาระบุว่าไม่ทราบว่าหายไปไหน จากนั้นเจ้าของร้านทองได้มอบกระเช้าขอบคุณเจ้าหน้าที่ตำรวจที่ได้จับกุมตัวคนร้ายได้อย่างรวดเร็ว ใช้เวลา 8 ชั่วโมง ก่อนจะคุมตัวผู้ต้องหาทั้ง 2 คนทำแผนประกอบคำรับสารภาพ พาชี้จุดเกิดเหตุต่างๆ ที่เกี่ยวกับรูปคดี โดยคนร้ายอยู่ในอาการที่ค่อนข้างเครียดเพราะมีชาวบ้านมุ่งดูเหตุการณ์เป็นจำนวนมาก
หลังจากนั้นเจ้าหน้าที่ตำรวจได้แจ้งข้อกล่าวหา “ร่วมกันชิงทรัพย์โดยมีอาวุธ โดยทำอันตรายสิ่งกีดกั้นหรือคุ้มครองทรัพย์ โดยใช้ยานพาหนะเพื่อสะดวกแก่การกระทำผิด หรือการพาทรัพย์นั้นไป หรือเพื่อให้พ้นการจับกุม” เพื่อดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป


