ตราด - ปปช. ภาค 2 บุกตราด สกัดส่วยรถบรรทุก เข้มมาตรการน้ำหนักเกิน ตัดวงจรทุจริตป้องกันถนนพัง ชวนชาวบ้านร่วมเป็นหูเป็นตาชี้เบาะแสการทุจริต
ฃวันนี้ ( 28 เม.ย.) พล.ต.ต. อรุณ อมรวิริยะกุล รองเลขาธิการคณะกรรมการ ปปช. ภาค 2 พร้อมด้วย นายสาคร นิลรัตน์ รองผู้ว่าราชการจังหวัดตราด ,นายอนุชา พึ่งพวงศรี ผู้อำนวยการ ป.ป.ช.ประจำจังหวัดจันทบุรี รักษาการ ผู้อำนวยการ ป.ป.ช.จังหวัดตราด ,นายชาติชาย พรวนพิทักษ์ ผู้อำนวยการแขวงการทางตราด ,นายจตุพัชร นามสนิท ผู้อำนวยการแขวงทางหลวงชนบทจังหวัดตราด และส่วนราชการที่เกี่ยวข้อง ได้ร่วมกันลงพื้นที่ติดตามและสังเกตการณ์ การดำเนินงานตามข้อเสนอแนะของคณะกรรมการ ป.ป.ช.เพื่อป้องกันการทุจริตเกี่ยวกับรถบรรทุกน้ำหนักเกินในพื้นที่รับผิดชอบ 8 จังหวัดภาคตะวันออก
โดยได้เรียกรถบรรทุก 10 ล้อหลายคันเพื่อสุ่มตรวจเรื่องการบรรทุกน้ำหนัก ซึ่งไม่พบว่ามีน้ำหนักเกิน ซึ่งการลงตรวจสอบของ รองเลขาธิการคณะกรรมการ ปปช. ภาค 2 ยังได้ประสานความร่วมมือสำนักงานขนส่ง แขวงทางหลวงตราด และตำรวจทางหลวง เพื่อติดตามการบังคับใช้มาตรการป้องกันการทุจริตในกลุ่มรถบรรทุกน้ำหนักเกิน หลังพบปัญหาการเรียกรับส่วยและสภาพถนนพังเสียหายสร้างความเดือดร้อนให้ประชาชน
นอกจากนั้นยังได้ชูแนวทางคุมเข้มน้ำหนักตั้งแต่ต้นทางโรงงานเพื่อลดโอกาสการกระทำผิดของเจ้าหน้าที่และผู้ประกอบการอย่างยั่งยืน
พล.ต.ต. อรุณ เผยว่าคณะอนุกรรมการขับเคลื่อนการส่งเสริมและสนับสนุนให้ประชาชนและหน่วยงานของรัฐมีส่วนร่วมในการป้องกันและปราบปรามการทุจริต ประจำภาค 2 (อนุ สปท. ภาค 2) ได้มีมติคัดเลือกมาตรการป้องกันการทุจริตเกี่ยวกับรถบรรทุกน้ำหนักเกินเป็นภารกิจเร่งด่วนในการขับเคลื่อนพื้นที่ 8 จังหวัดภาคตะวันออก
โดยการลงพื้นที่ จ.ตราด ในครั้งนี้เป็นการติดตามผลการดำเนินงานตามข้อเสนอแนะที่ ปปช. เคยเสนอต่อคณะรัฐมนตรีเมื่อปี 2564 เพื่อตรวจสอบว่าหน่วยงานในระดับปฏิบัติได้นำมาตรการไปปรับใช้อย่างเป็นรูปธรรมเพียงใด
เนื่องจากปัญหาดังกล่าวมิได้ส่งผลกระทบเพียงแค่เรื่องงบประมาณแผ่นดินที่ต้องเสียไปกับการซ่อมบำรุงถนนก่อนระยะเวลาอันควร แต่ยังรวมถึงความปลอดภัยในชีวิตและทรัพย์สินของประชาชน จากกรณีของตกหล่น การไม่คลุมผ้าใบ และการดัดแปลงสภาพรถเพื่อบรรทุกน้ำหนักเกินมาตรฐาน
“ส่วนประเด็นการเรียกรับส่วยหรือการจ่ายเงินเพื่อแลกกับการไม่ถูกจับกุมนั้น ยอมรับว่าที่ผ่านมามีการร้องเรียนและตรวจพบพฤติการณ์ดังกล่าวจริง ซึ่งการไล่จับกุมที่ปลายทางเพียงอย่างเดียวไม่สามารถแก้ไขปัญหาให้หมดไปได้อย่างยั่งยืน ปปช. จึงมุ่งเน้นไปที่มาตรการเชิงป้องกันโดยผลักดันให้ผู้ประกอบการต้องมีการชั่งน้ำหนักรถบรรทุกตั้งแต่ต้นทาง ณ โรงงานหรือบริษัทก่อนจะนำรถออกมาวิ่งบนถนนสาธารณะ หากสามารถควบคุมน้ำหนักไม่ให้เกินได้ตั้งแต่ต้นทาง จะเป็นการตัดวงจรการทุจริตและลดช่องว่างไม่ให้เจ้าหน้าที่รัฐใช้เป็นช่องทางในการเรียกรับผลประโยชน์ได้”
ทั้งนี้ รองเลขาธิการ ปปช. ภาค 2 ยังได้ประชุมหารือร่วมกับทุกส่วนราชการที่เกี่ยวข้องใน จ.ตราด เพื่อประเมินความคืบหน้าและวางแนวทางปฏิบัติให้เข้มงวดสอดคล้องกับมาตรการของ ปปช.อีกด้วย


