จันทบุรี -"พาณิชย์" แจงกรณีอินฟลูชื่อดังไลฟ์ขายทุเรียนลูกละ 100 บาท เป็นเพียงการจัดโปรโมชั่นกระตุ้นการบริโภคทุเรียนเกรดรอง "ไซต์เล็ก" ไม่ใช่เกรดส่งออก เผยผลลงพื้นที่สำรวจพบราคาเฉลี่ยอยู่ที่กิโลกรัมละ140-150 บาท
จากกรณีที่ "พิมรี่พาย" อินฟลูชื่อดัง ได้ไลฟ์สดขายทุเรียนในราคาลูกละ 100 บาท จนทำให้เกิดการเข้าใจผิดว่าเป็นราคาทุเรียนทั่วไปนั้น
วันนี้ (27 เม.ย.) กระทรวงพาณิชย์ ได้ชี้แจงถึงกรณีดังกล่าวว่าเป็นเพียงการดำเนินงานของผู้ประกอบการออนไลน์ ที่มีความตั้งใจในการจัดโปรโมชั่นพิเศษส่งเสริมการบริโภคทุเรียนภายในประเทศ และช่วยกระจายผลผลิตเกรดรองสู่ผู้บริโภคในวงกว้างให้มีตลาดรองรับ ขายได้ราคา โดยมีการขายทุเรียนเกรดอื่นๆรวมถึงเกรดพรีเมียม เพื่อดันราคาทุเรียนในฤดูให้สูงขึ้นเท่านั้น
โดย กระทรวงพาณิชย์ จะยังคงติดตามสถานการณ์ราคาและปริมาณผลผลิตอย่างใกล้ชิด พร้อมทั้งดำเนินมาตรการดูแลสมดุลตลาด เพื่อรักษาเสถียรภาพราคา และสร้างความมั่นใจให้กับเกษตรกร ผู้ประกอบการ และประชาชนอย่างต่อเนื่อง
และจากการลงพื้นที่ติดตามสถานการณ์ราคาทุเรียนในแหล่งจำหน่ายและพื้นที่การค้า พบว่าราคาทุเรียนในปัจจุบันมีการจำหน่ายเฉลี่ยอยู่ที่ประมาณ 140-150 บาทต่อกิโลกรัม ซึ่งถือว่าเป็นราคาที่สอดคล้องกับกลไกตลาดและคุณภาพสินค้าในช่วงฤดูกาล
ทั้งนี้ กระทรวงพาณิชย์ จะยังคงเดินหน้าขยายช่องทางการจำหน่ายผลไม้ไทยด้วยการผลักดัน อินฟลูเอนเซอร์ เพื่อส่งเสริมการจำหน่าย “ทุเรียนไทย” ผ่านรูปแบบ Live Commerce จากแหล่งผลิตโดยตรง มุ่งเพิ่มโอกาสทางการตลาดให้เกษตรกร และส่งมอบทุเรียนคุณภาพสู่ผู้บริโภคอย่างรวดเร็ว
โดย นางศุภจี สุธรรมพันธุ์ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ ได้สนับสนุนแนวทาง Live Commerce เพื่อช่วยให้การกระจายสินค้าเป็นไปอย่างรวดเร็ว และเข้าถึงผู้บริโภคได้กว้างขึ้น และยังเป็นการตอบสนองต่อสถานการณ์ผลผลิตที่เพิ่มขึ้นในปีนี้ได้อย่างมีประสิทธิภาพ
ซึ่งแนวทางดังกล่าว ไม่ใช่เพียงการระบายผลผลิต แต่เป็นการยกระดับการค้าผลไม้ไทยให้สอดรับพฤติกรรมผู้บริโภคยุคใหม่ ที่ต้องการความสะดวก รวดเร็ว และสามารถเข้าถึงแหล่งที่มาของสินค้าได้อย่างชัดเจน
และกระทรวงพาณิชย์ จะร่วมมือกันในการนำผลผลิตของพี่น้องเกษตรกรมาจำหน่ายในราคาที่เหมาะสม ขณะเดียวกันประชาชนก็ได้บริโภคทุเรียนคุณภาพ เนื้อดี ในราคาที่เป็นธรรม โดยเปิดโอกาสให้อินฟลูเอนเซอร์ลงพื้นที่จำหน่ายสินค้าถึงหน้าสวน คัดเลือกทุเรียนคุณภาพ ตัดสด และจัดส่งตรงถึงมือผู้บริโภค
เพื่อสร้างความเชื่อมั่นในคุณภาพสินค้าไทย ควบคู่กับการถ่ายทอดองค์ความรู้ด้านการขายออนไลน์ การสร้างคอนเทนต์ และการเข้าถึงตลาดดิจิทัลให้แก่เกษตรกร เพื่อให้สามารถนำไปต่อยอดพัฒนาช่องทางจำหน่ายของตนเองได้ในระยะยาว นอกจากนี้ แนวทางดังกล่าวยังเปิดโอกาสให้ทุกภาคส่วนเข้ามามีส่วนร่วมในการสนับสนุนสินค้าเกษตรไทย ร่วมกันสร้างระบบตลาดที่เข้มแข็งและเป็นธรรม


