xs
xsm
sm
md
lg

จนท.อุทยานฯออบหลวงรวบ3หนุ่มกลางป่าแม่แจ่มพร้อมปืนและซากสัตว์ป่าเพียบ-พบลักลอบล่าระหว่างแผ้วถางเตรียมพื้นที่เพาะปลูก

เผยแพร่:   ปรับปรุง:   โดย: ผู้จัดการออนไลน์



เชียงใหม่-จนท.อุทยานแห่งชาติออบหลวง ลาดตระเวนป้องกันไฟป่าและการกระทำผิด รวบ3หนุ่มคาป่าแม่แจ่ม เชียงใหม่ พร้อมของกลางอาวุธปืนและซากสัตว์ป่า ทั้งอีเห็น,งูเห่า และตัวนิ่ม ที่ถูกชำแหละปรุงอาหารแล้วและเนื้อสด สารภาพถือโอกาสลักลอบล่าสัตว์ป่าระหว่างช่วยกันแผ้วถางพื้นที่เตรียมเพาะปลูกให้พ่อตาของหนึ่งในผู้กระทำผิด ควบคุมตัวทั้งหมดส่งดำเนินคดีตามกฎหมาย


นางสาวนิภาพร ไพศาล หัวหน้าอุทยานแห่งชาติออบหลวง เปิดเผยว่า เมื่อวันที่ 22 เม.ย.69 คณะเจ้าหน้าที่สายตรวจป้องกันปราบปรามส่วนกลางอุทยานแห่งชาติออบหลวง สนธิกำลังร่วมกับหน่วยพิทักษ์อุทยานแห่งชาติออบหลวง ที่ 4 (บ่อน้ำร้อนเทพพนม) ออกลาดตระเวนป้องกันปราบปรามการลักลอบตัดไม้มีค่า, ลักลอบลำเลียงไม้มีค่า, ลาดตระเวนเฝ้าระวังไฟป่าในพื้นที่ทั้งกลางวันและกลางคืน ตามนโยบายของนายสุชาติ ชมกลิ่น รัฐมนตรีกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม และข้อสั่งการของนายอรรถพล เจริญชันษา อธิบดีกรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่า และพันธุ์พืช กระทั่งเมื่อถึงเวลาประมาณ 22.00 น.เจ้าหน้าที่ได้สังเกตเห็นแสงไฟฉายจำนวน 3 ดวงเดินส่องส่ายไปมาในบริเวณสันเขาห้วยแม่กิ๊กหลวง ท้องที่หมู่ 1 ตำบลกองแขก อำเภอแม่แจ่ม จังหวัดเชียงใหม่ ซึ่งพื้นที่ดังกล่าวอยู่ใกล้กับจุดเกิดไฟป่าบริเวณป่าแม่กิ๊กหลวงและป่าแม่กิ๊กน้อย

โดยเจ้าหน้าที่จึงได้ร่วมกันวางแผนดักซุ่มเพื่อทำการตรวจสอบบริเวณเส้นทางเข้า-ออกป่าห้วยแม่กิ๊กหลวง จนถึงเช้าวันที่ 23 เม.ย.69 เวลาประมาณ 10.30 น. เจ้าหน้าที่เห็นว่าผิดสังเกตและผิดปกติวิสัย เนื่องจากไม่พบว่ากลุ่มบุคคลที่เห็นไฟฉายคาดหัวดังกล่าวออกมา จึงได้ร่วมกันเข้าตรวจสอบตามเส้นทางดังกล่าว พบรถยนต์ จำนวน 1 คัน ยี่ห้อ Toyota Mighty สีน้ำเงิน หมายเลขทะเบียน บน 6205 ลำพูน จำนวน จอดบริเวณริมห้วยแม่กิ๊กหลวง และพบรถจักรยานยนต์ดัดแปลงขึ้นภูเขา ยี่ห้อฮอนด้า สีดำ ติดสติ๊กเกอร์ใจสั่งมา 05 จอดบริเวณริมลำห้วยจำนวน 1 คัน อยู่ใกล้เคียงพื้นที่ทำกินตามเอกสารแจ้งสิทธิ์ครอบครองที่ดินทำกินราษฎร (ม.64) แปลงนายเสาร์ จันตา ราษฎรบ้านอมขูด หมู่ 1 ตำบลกองแขก อำเภอแม่แจ่ม จังหวัดเชียงใหม่ และระหว่างนั้นได้มีเสียงเห่าของสุนัขจำนวน 1 ตัว เข้ามาเห่าขู่เจ้าหน้าที่บริเวณในพื้นที่ดังกล่าว


ต่อมาทางเจ้าหน้าที่จึงได้เข้าไปตรวจสอบพบกลุ่มบุคคลเป็นชายนั่งจับกลุ่มคุยกันบริเวณริมห้วยแม่กิ๊กหลวงและได้สังเกตเห็นลักษณะคล้ายหัวสัตว์เสียบไม้ย่างไฟอยู่ และพบหม้อแกงข้างในมีชิ้นเนื้ออยู่ในหม้อ จากการสอบถามทราบว่าเป็นแกงเนื้ออีเห็นที่ล่าได้ช่วงกลางคืนที่ผ่านไป และเมื่อสอบถามว่าเป็นกลุ่มบุคคลที่เห็นไฟฉายเมื่อคืนใช่หรือไม่ 1ในกลุ่ม3คน ได้ให้การยอมรับ ขณะที่เมื่อถามถึงอาวุธปืนและเครื่องมือที่ใช้ในการล่าสัตว์นั้น ทั้ง 3 ราย ไม่ตอบคำถาม เจ้าหน้าที่จึงทำการตรวจสอบและค้นหาอาวุธที่ใช้ในการล่าสัตว์ บริเวณโดยรอบพื้นที่ พบอาวุธปืนแก๊ปยาวไทยประดิษฐ์ จำนวน 1 กระบอก ซุกซ่อนบริเวณข้างต้นไม้และมีเศษไม้และแผ่นสังกะสีปิดทับเอาไว้ ,อาวุธปืนแก๊ปยาวไทยประดิษฐ์ดัดแปลง ติดลำกล้องส่องสัตว์ขนาด .22 LR แขวนบริเวณกิ่งไม้และมีเสื้อผ้าแขวนบริเวณกิ่งไม้ต้นไม้ดังกล่าว และอาวุธปืนแก๊ปยาวไทยประดิษฐ์ จำนวน 1 กระบอก วางพาดต้นไม้บริเวณใกล้เคียง

นอกจากนี้โดยรอบพบซากสัตว์ที่ถูกย่างแขวนเอาไว้ในตะแกรง ประกอบด้วย ซากตัวนิ่ม จำนวน 5 ชิ้น ซากงูเห่าถูกตัดเป็นชิ้นๆ จำนวน 8 ชิ้น ซากหัวอีเห็น จำนวน 1 ชิ้น และตรวจสอบภายในกระเป๋าสีดำที่อยู่บริเวณดังกล่าว พบซากสัตว์เนื้อสดซากของอีเห็น จำนวน 2 ถุง น้ำหนักประมาณ 2 กิโลกรัม ซากกระรอกบิน จำนวน 1 ตัว น้ำหนัก 200 กรัม และพบไก่ป่าลักษณะเป็นไก่ตั้งล่อ


ขณะที่จากการตรวจสอบในเวลาต่อมาทราบชื่อทั้ง 3 คน ได้แก่ นายสุรเดช กาวิชัย อายุ 45 ปี ที่อยู่ 23/1 หมู่ 1 ตำบลกองแขก อำเภอแม่แจ่ม จังหวัดเชียงใหม่ ,นายพิรุณ คำฟู อายุ 31 ปี ราษฎรบ้านวังตวง (หย่อมบ้านท่าเรือ) หมู่ 9 ตำบลบ้านแปะ อำเภอจอมทอง จังหวัดเชียงใหม่ และนายเกียรติไกร ทิพย์คำ อายุ 39 ปี หมู่ 5 ตำบลแม่ตื่น อำเภออมก๋อย จังหวัดเชียงใหม่ เบื้องต้นยอมรับว่าอาวุธปืนเป็นของพวกตนเองที่ใช้ในการล่าสัตว์ 

ทั้งนี้จากการตรวจค้นตัวทั้ง 3 คน ไม่พบสิ่งผิดกฎหมาย หรือยาเสพติด ซึ่งทั้ง 3 คนได้ให้การว่า ได้เข้ามาพื้นที่ดังกล่าวเป็นระยะเวลา 3 คืนแล้ว ตั้งแต่วันที่ 20 - 23 เม.ย.69 เพื่อเข้ามาแผ้วถางเตรียมพื้นที่ทำการเกษตรในพื้นที่ทำกิน ตามมาตรา 64 รายของนายเสาร์ จันตา ซึ่งเป็นพ่อตาของนายสุรเดช และได้ถือโอกาสดังกล่าวเข้ามาล่าสัตว์ในพื้นที่บริเวณป่าดังกล่าวด้วยทั้งนี้ทางอุทยานแห่งชาติออบหลวง ได้ตรวจยึดและบันทึกพยานหลักฐาน พร้อมควบคุมตัวทั้ง 3 คน นำส่งพนักงานสอบสวนสถานีตำรวจภูธรแม่แจ่ม จังหวัดเชียงใหม่ เพื่อร้องทุกข์กล่าวโทษ และสืบสวนสอบสวนดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป