นครสวรรค์ - ลือกันสนั่น วิจารณ์กันทั้งซอย..ตำรวจนครสวรรค์ตามหาตัวคู่ผัวเมียอยู่บ้านเช่า ต้องสงสัยจุดไฟเผาก่อนเพลิงนรกลามไหม้บ้านเรือนตรอกลิเก ชุมชนหนาแน่นกลางเมืองวอดเบ็ดเสร็จ 32 หลัง-ชาวบ้านเดือดร้อนมากกว่า 80 ราย เทศบาลฯ ต้องขอเปิดศาลาวัดตั้งจุดพักพิงชั่วคราว-รับบริจาคของช่วยเหลือ
กรณีเกิดเหตุเพลิงไหม้รุนแรงภายในชุมชนจำลองวิทย์พัฒนา บริเวณตรอกลิเก เขตเทศบาลนครนครสวรรค์ ซึ่งเป็นชุมชนขนาดใหญ่ มีบ้านเรือนกว่า 220 หลังคาเรือนปลูกสร้างติดกันอย่างหนาแน่น ทำให้เปลวเพลิงลุกลามอย่างรวดเร็ว เมื่อเวลาประมาณ 16.00 น. วันที่ 22 เมษายน 2569 ที่ผ่านมา
เจ้าหน้าที่ต้องระดมกำลังพร้อมรถน้ำกว่า 30 คันเข้าควบคุมสถานการณ์รอบทิศ ท่ามกลางอุปสรรคจากสภาพซอยแคบและการเข้าถึงจุดต้นเพลิงที่ยากลำบาก ส่งผลให้การดับไฟเป็นไปอย่างทุลักทุเล ชาวบ้านต่างต้องเร่งอพยพและขนย้ายทรัพย์สินอย่างโกลาหล ก่อนที่เจ้าหน้าที่จะใช้เวลากว่า 3 ชั่วโมงจึงสามารถควบคุมเพลิงไว้ได้ เบื้องต้นมีบ้านเรือนได้รับความเสียหายหลายหลัง และมีการจัดตั้งที่พักพิงชั่วคราวเพื่อช่วยเหลือผู้ประสบภัย ตามที่เสนอข่าวไปแล้วนั้น
ล่าสุดวันนี้ (23 เม.ย. 69) ชาวบ้านบางส่วน ต่างพากันจับกลุ่มวิพากษ์วิจารณ์ถึงเรื่องที่เกิดขึ้น พร้อมกับมีเสียงลือหนาหูว่าสาเหตุการเกิดเพลิงไหม้ชุมชนครั้งนี้มาจากฝีมือของผัวเมียที่อยู่บ้านเช่าหลังหนึ่ง ซึ่งมีอาชีพเก็บของเก่า และมีการจุดไฟเผาอะไรบางอย่างจนทำให้เกิดเพลิงไหม้และลุกลามกระจายวงกว้างไปอย่างรวดเร็ว
ด้าน นายจิตตเกษมณ์ นิโรจน์ธนรัฐ นายกเทศมนตรีนครนครสวรรค์ ให้ข้อมูลยืนยันว่าได้รับข้อมูลมาจากชาวบ้านเช่นกัน และขณะนี้เจ้าหน้าที่ตำรวจกำลังอยู่ในระหว่างติดตามหาตัวผู้ถูกกล่าวหามาสอบสวนหาข้อเท็จจริง ส่วนความเสียหายที่เกิดขึ้น จากการตรวจสอบพบว่ามีบ้านถูกไฟไหม้ไปทั้งหมด 32 หลังคาเรือน ประชาชนที่พักอาศัยอยู่ในชุมชนนี้ได้รับผลกระทบมากกว่า 80 ราย ซึ่งทางเทศบาลฯ ได้มีการขอใช้ศาลาภายในวัดนครสวรรค์ พระอารามหลวง ที่อยู่ใกล้กัน ตั้งจุดเป็นที่พักพิงชั่วคราวให้กับชาวบ้าน พร้อมกับเปิดจุดรับบริจาคสิ่งของช่วยเหลือ พร้อมกับจุดรับแจ้งความสำหรับชาวบ้านที่ถูกไฟไหม้บ้าน
ขณะเดียวกัน ได้มีหลายหน่วยงานทั้งภาครัฐและท้องถิ่นร่วมกันจัดตั้งศูนย์ช่วยเหลือผู้ประสบภัย โดยมีการจัดเตรียมอาหาร น้ำดื่ม รวมถึงสถานที่พักพิงชั่วคราว เพื่อรองรับและบรรเทาความเดือดร้อนของประชาชนที่ได้รับผลกระทบอีกทางหนึ่งด้วยเช่นกัน และขณะนี้เจ้าหน้าที่ยังอยู่ระหว่างเร่งสำรวจข้อมูลเพิ่มเติม และดำเนินการให้ความช่วยเหลือในด้านต่างๆ อย่างต่อเนื่อง


