เชียงใหม่ - ผอ.ส่วนอุทยานแห่งชาติ สำนักบริหารพื้นที่อนุรักษ์ที่ 16 ชี้ชัดต้นตอเผาป่ามาจากหาของป่าและความเชื่อโบราณ เผยช่วงเชียงใหม่ประกาศปิดป่าป้องกันลอบเผาป่า จับกุมผู้ฝ่าฝืนกระทำความผิดรวมแล้ว 43 คดี เจอทั้งลักลอบตัดไม้ บุกรุกป่าและแอบเผา ชี้มีโทษสูงสุดจำคุก 20 ปี ปรับ 2 ล้านบาท ระบุ จนท.ยังตรึงกำลังป้องกันไฟป่าอย่างเข้มงวด พร้อมวอนทุกภาคส่วนช่วยจนกว่าสถานการณ์จะคลี่คลาย
วันนี้ (22 เม.ย. 69) นายวรรณชัย รักมิตร ผู้อำนวยการส่วนอุทยานแห่งชาติ สำนักบริหารพื้นที่อนุรักษ์ที่ 16 (เชียงใหม่) เปิดเผยถึงการดำเนินการจับกุมผู้บุกรุกป่าในช่วงที่จังหวัดเชียงใหม่มีประกาศปิดป่าว่า ถึงปัจจุบันสามารถจับกุมผู้กระทำความผิดได้แล้วแล้วรวมทั้งสิ้น 43 คดี มีทั้งความผิดฐานลักลอบตัดไม้ บุกรุกพื้นที่ป่า และการลักลอบเผาป่า ซึ่งเป็นความผิดตามพระราชบัญญัติป่าไม้, พระราชบัญญัติอุทยานแห่งชาติ, พระราชบัญญัติสงวนและคุ้มครองสัตว์ป่า และพระราชบัญญัติป่าสงวนแห่งชาติ โดยเฉพาะการเผาป่าในพื้นที่อุทยานแห่งชาติหรือในเขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่า ที่มีการแก้ไขบทลงโทษมีให้มีความรุนแรงมากขึ้นเพื่อกำราบให้ผู้ที่เผาป่าเข็ดหลาบ ซึ่งผู้ฝ่าฝืนต้องระวางโทษจำคุกไม่เกิน 4 ปี ถึง 20 ปี ปรับตั้งแต่ 400,000 บาท ถึง 2,000,000 บาท หรือทั้งจำทั้งปรับ โดยไม่รอลงอาญา
สำหรับสาเหตุหลักของการเกิดไฟในพื้นที่ป่านั้น พบว่าส่วนใหญ่ล้วนเกิดจากการเข้าป่าเพื่อหาของป่าและความเชื่อโบราณของการดำเนินชีวิต อีกทั้งพื้นที่ป่าของจังหวัดเชียงใหม่ส่วนใหญ่เป็นป่าเบญจพรรณ ซึ่งใบไม้ในพื้นที่ป่ามักจะร่วงมากกว่าป่าชนิดอื่นๆ ทำให้มีเชื้อเพลิงสะสมอยู่ในพื้นที่ป่าเป็นจำนวนมาก ประกอบกับเป็นพื้นที่สูงชัน การเข้าถึงจุดที่เกิดไฟในแต่ละครั้งจึงเป็นไปด้วยความยากลำบาก
อย่างไรก็ตาม สำนักบริหารพื้นที่อนุรักษ์ที่ 16 ยังคงตรึงกำลัง โดยบูรณาการร่วมกับทุกภาคส่วนลาดตระเวนเข้าควบคุมพื้นที่อยู่จนกว่าสถานการณ์จะคลี่คลาย ทั้งนี้ขอความร่วมมือพี่น้องประชาชนช่วยกันสอดส่องดูแล หากพบเห็นไฟป่าหรือผู้กระทำผิดอื่นๆ ในพื้นที่ป่าสามารถแจ้งสายด่วน 1362 ได้ตลอด 24 ชั่วโมง


