xs
xsm
sm
md
lg

สมุทรสงครามจัดใหญ่ “ไทยทรงดำ” ครั้งที่ 22 ชวนรวมญาติ กินก่อนฟ้อนแคน สานสัมพันธ์ข้ามจังหวัด เลิกงานไม่เอ่ยลาแต่ผูกพันยิ่งกว่าเดิม

เผยแพร่:   ปรับปรุง:   โดย: ผู้จัดการออนไลน์



สมุทรสงคราม – อบต.นางตะเคียน ร่วมกับวัดใหม่บางปืน และ อบจ.สมุทรสงคราม เตรียมจัดงานสืบสานวัฒนธรรม “ไทยทรงดำ” ครั้งที่ 22 ระหว่างวันที่ 30 เม.ย. – 1 พ.ย. เพื่ออนุรักษ์วัฒนธรรมเก่าแก่กว่า 400 ปี พร้อมกระตุ้นการท่องเที่ยวและเศรษฐกิจท้องถิ่น

นายสมจิต จริยประเสริฐสิน นายกองค์การบริหารส่วนตำบลนางตะเคียน เปิดเผยว่า งานดังกล่าวจัดขึ้นต่อเนื่องเป็นประจำทุกปี เพื่อสืบสานอัตลักษณ์ของชาวไทยทรงดำ ทั้งด้านการแต่งกาย ภาษา อาหาร และศิลปะการฟ้อนรำ ซึ่งยังคงได้รับการอนุรักษ์อย่างเข้มแข็งในพื้นที่ โดยเฉพาะชุมชนไทยทรงดำใน ต.ดอนมะโนรา และ ต.นางตะเคียน ที่ยังคงรักษาวิถีดั้งเดิมไว้อย่างเหนียวแน่น

สำหรับกิจกรรมภายในงาน วันที่ 30 เมษายน 2569 เวลา 12.00 น. จัดเทศน์มหาชาติ โดยพระครูปลัดราชันย์ อริโย จากนั้นเวลา 16.30 น. มีพิธีแห่ผ้าห่มพระศรีศากยมุนีพุทธโคดม (พระใหญ่) ต่อด้วยการรำอวยพรพุทธานุภาพ และในช่วงค่ำเวลา 20.30 น. สนุกสนานกับรำวงรถแห่โชติรัตน์ (ยักเขียว)

ส่วนวันที่ 1 พฤษภาคม 2569 ไฮไลต์สำคัญเริ่มเวลา 16.30 น. กับประเพณี “กินก่อน ฟ้อนแคน” ซึ่งเป็นเอกลักษณ์ของชาวไทยทรงดำ ก่อนเข้าสู่พิธีเปิดอย่างเป็นทางการในเวลา 19.59 น. พร้อมชมการแสดงศิลปวัฒนธรรม การฟ้อนแคน และร่วมสนุกกับรำวงขวัญใจบ้านแพ้ว ท่ามกลางบรรยากาศการรวมญาติของชาวไทยทรงดำจากจังหวัดต่าง ๆ อาทิ ราชบุรี เพชรบุรี สมุทรสาคร นครปฐม กาญจนบุรี และสมุทรสงคราม

นายสมจิต กล่าวเพิ่มเติมว่า จังหวัดสมุทรสงครามมีการจัดงานไทยทรงดำเพียงแห่งเดียวที่วัดใหม่บางปืน เนื่องจากมีชาวไทยทรงดำแท้ประมาณ 300 คน กระจายอยู่กว่า 100 หลังคาเรือน โดยเฉพาะพื้นที่ “ดอนสาม” ต.ดอนมะโนรา ซึ่งเป็นรอยต่อของ 3 จังหวัด ได้แก่ สมุทรสงคราม ราชบุรี และสมุทรสาคร ส่งผลให้การจัดงานแต่ละครั้งมีผู้เข้าร่วมกว่า 1,000 คน

ทั้งนี้ “กินก่อนฟ้อนแคน” ถือเป็นประเพณีสำคัญที่สืบทอดมาอย่างยาวนาน เป็นการเปิดโอกาสให้ญาติพี่น้องและคนต่างหมู่บ้านได้มาเยี่ยมเยือน พบปะสังสรรค์ พร้อมรับประทานอาหารร่วมกัน ก่อนร่วมกิจกรรมพื้นบ้าน เช่น การละเล่น “โยนลูกช่วง” และการฟ้อนแคน ซึ่งยังเป็นพื้นที่สร้างสัมพันธ์ของหนุ่มสาวอีกด้วย

อีกหนึ่งเอกลักษณ์โดดเด่น คือความเชื่อเรื่อง “การจากกันไม่ลา” โดยเมื่อจบงาน ผู้ร่วมงานจะเดินทางกลับโดยไม่กล่าวลา เนื่องจากเชื่อว่าเป็นลางร้าย จึงเลือกจากกันแบบเงียบ ๆ ด้วยความหวังว่าจะได้กลับมาพบกันอีกครั้ง สะท้อนความผูกพันอันลึกซึ้งของชุมชน

นอกจากนี้ เครื่องแต่งกายของชาวไทยทรงดำยังมีความหมายเชิงสัญลักษณ์ โดยเฉพาะ “ผ้าสไบ” ที่ใช้คล้องคอ ซึ่งสีของผ้าสามารถบ่งบอกถึงถิ่นที่มาของผู้สวมใส่ได้อย่างชัดเจน

สำหรับ “ไทยทรงดำ” หรือ “ไทยโซ่ง/ลาวโซ่ง” มีถิ่นกำเนิดในเมืองแถง (ปัจจุบันคือจังหวัดเดียนเบียนฟู ประเทศเวียดนาม) และอพยพเข้าสู่ประเทศไทยตั้งแต่สมัยกรุงธนบุรี ก่อนจะกระจายตั้งถิ่นฐานในหลายพื้นที่ อาทิ เพชรบุรี นครปฐม ราชบุรี สมุทรสาคร สุพรรณบุรี พิจิตร ชุมพร และสุราษฎร์ธานี โดยยังคงรักษาวัฒนธรรมดั้งเดิมไว้ได้อย่างเหนียวแน่นจนถึงปัจจุบัน