พระนครศรีอยุธยา - เจ้าอาวาสวัดดังอยุธยา หายปริศนา 1 เดือน คณะสงฆ์–ญาติหวั่นเกิดอันตราย หลังออกจากวัดไปรับลูกชายก่อนขาดการติดต่อ ตำรวจเร่งแกะรอยรถต้องสงสัย
ผู้สื่อข่าวลงพื้นที่ วัดสนามไชย ตำบลบ้านป้อม อำเภอพระนครศรีอยุธยา จังหวัดพระนครศรีอยุธยา หลัง พระครูปลัดสมบัติ สิริสุวณโณ เจ้าอาวาสวัดสนามไชย หายตัวไปอย่างปริศนานานกว่า 1 เดือน สร้างความกังวลให้ญาติ คณะสงฆ์ และชาวบ้าน เกรงอาจเกิดอันตราย
นายพฤกษ์ สุขเกษม ไวยาวัจกรวัด เปิดเผยว่า ก่อนหายตัว เจ้าอาวาสแจ้งว่าจะเดินทางไปรับลูกชายที่เข้ารับการบำบัดที่บ้านพึ่งสุข จังหวัดราชบุรี ก่อนพาไปฝากอดีตภรรยาที่จังหวัดขอนแก่น เนื่องจากวัดเตรียมจัดงานบวชสามเณรภาคฤดูร้อน ไม่สะดวกให้พักในวัด
คืนวันที่ 16 มีนาคม เวลาประมาณ 20.00 น. เจ้าอาวาสเรียกรถรับจ้างผ่านแอปฯ มารับจากวัด ก่อนเดินทางไปจังหวัดราชบุรี และมีแผนกลับวัดวันที่ 17 มีนาคม แต่ช่วงเย็นวันดังกล่าวไม่สามารถติดต่อได้ ซึ่งผิดปกติอย่างมาก เนื่องจากปกติจะไม่ปล่อยให้โทรศัพท์ขาดการติดต่อ
ต่อมาญาติสอบถามอดีตภรรยาที่จังหวัดขอนแก่น ทราบว่าเจ้าอาวาสได้นำลูกชายไปส่งเรียบร้อยแล้ว และแจ้งว่าจะรีบเดินทางกลับวัด แต่หลังจากนั้นกลับไม่สามารถติดต่อได้อีก ญาติจึงเข้าแจ้งความในหลายพื้นที่ ได้แก่ สภ.หนองเรือ จ.ขอนแก่น สภ.พระนครศรีอยุธยา และ สภ.บ้านคา จ.ราชบุรี แต่ยังไร้ความคืบหน้า
การตรวจสอบกล้องวงจรปิดพบว่า เวลา 09.00 น. วันที่ 17 มีนาคม รถยนต์เก๋งยี่ห้อโตโยต้า สีบรอนซ์ ไม่ทราบทะเบียน ขับเข้าบ้านพึ่งสุข จังหวัดราชบุรี ก่อนเจ้าอาวาสจะขึ้นรถไปจังหวัดขอนแก่น และเวลา 17.00 น. กล้องวงจรปิด สภ.หนองเรือ บันทึกภาพรถคันเดิมออกจากพื้นที่ ซึ่งเป็นภาพสุดท้ายก่อนขาดการติดต่อ
ญาติระบุว่าเจ้าอาวาสมีเงินติดตัวเกือบ 100,000 บาท สำหรับเตรียมงานบวช และไม่เคยมีประวัติเสื่อมเสีย อีกทั้งจำพรรษาที่วัดมานานกว่า 20 ปี เป็นพระนักพัฒนา ทำให้การหายตัวครั้งนี้สร้างความกังวลอย่างมาก
ด้าน พระวชิโรภาส รองเจ้าคณะจังหวัดพระนครศรีอยุธยา และเจ้าอาวาสวัดศาลาปูนวรวิหาร ลงพื้นที่ติดตามความคืบหน้า ยืนยันว่าเจ้าอาวาสมีความประพฤติดี ไม่เคยมีเรื่องร้องเรียน และคณะสงฆ์มีความจำเป็นต้องแต่งตั้งผู้รักษาการเจ้าอาวาสชั่วคราว เพื่อให้การบริหารกิจการวัดเป็นไปตามระเบียบ
ขณะที่อดีตภรรยา เปิดเผยว่า พบเจ้าอาวาสครั้งสุดท้ายช่วงเย็นวันที่ 17 มีนาคม ที่อำเภอหนองเรือ จ.ขอนแก่น โดยมีชายอายุประมาณ 40 ปี รูปร่างอ้วน สวมเสื้อเชิ้ตสีขาว เป็นผู้ขับรถ ก่อนเจ้าอาวาสจะรีบเดินทางกลับทันที
ล่าสุด เมื่อวันที่ 20 เมษายน ชุดสืบสวนลงพื้นที่สอบปากคำพยาน และประสานเครือข่ายโทรศัพท์–กล้องวงจรปิดในจังหวัดราชบุรีและขอนแก่น เพื่อใช้เทคนิคตรวจสอบหาทะเบียนรถ โดยยอมรับว่ากล้องใกล้วัดบางส่วนถูกทับภาพแล้วเนื่องจากเวลาผ่านไปกว่า 1 เดือน
ญาติและชาวบ้านจึงวอนผู้ที่ขับรถเก๋งโตโยต้า สีบรอนซ์ หรือผู้มีข้อมูลเกี่ยวกับเส้นทางการเดินทางของรถคันดังกล่าว ติดต่อให้ข้อมูลกับวัดหรือเจ้าหน้าที่ตำรวจโดยด่วน เพื่อคลี่คลายปริศนาการหายตัวและยืนยันความปลอดภัยของเจ้าอาวาสโดยเร็วที่สุด.


