xs
xsm
sm
md
lg

นายกเมืองพัทยาเร่งช่วยสุนัขจรจัดกว่า 30 ตัวออกจากพื้นที่เอกชนหลังกำลังอดอาหารอย่างหนัก

เผยแพร่:   ปรับปรุง:   โดย: ผู้จัดการออนไลน์



ศูนย์ข่าวศรีราชา –นายกเมืองพัทยา ลงพื้นที่ช่วยเหลือสุนัขจรจัดกว่า 30 ตัวอาศัยในที่ดินเอกชนซึ่งกำลังอดอาหารอย่างหนัก หลังเจ้าของที่ดินทำการล้อมรั้วจนกลุ่มคนรักสัตว์เข้าไปให้อาหารไม่ได้ เบื้องต้นเตรียมทำหมัน-วางแผนเคลื่อนย้าย


วันนี้ ( 17 เม.ย.) นายปรเมศวร์ งามพิเชษฐ์ นายกเมืองพัทยา พร้อมเจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้องได้ลงพื้นที่ตรวจสอบที่ดินเอกชนขนาดประมาณ 111 ไร่ตรงข้ามศาลจังหวัดพัทยา  หลังได้รับการร้องเรียนจากกลุ่มคนรักสัตว์ว่าไม่สามารถเข้าไปให้อาหารสุนัขจรจัดได้ เนื่องจากเจ้าของพื้นที่ได้ทำการล้อมรั้วและปรับปรุงพื้นที่มานานกว่า 1 เดือน


จากการตรวจสอบพบว่าพื้นที่ดังกล่าวแต่เดิมเป็นที่ว่างเปล่า ที่มักจะมีบุคคลเร่ร่อนเข้ามาอาศัยและเลี้ยงสุนัขไว้เป็นจำนวนมากก่อนจะพากันย้ายออกไป ส่งผลให้มีสุนัขจรจัดหลงเหลืออยู่ในพื้นที่กว่า 60 ตัว และอาศัยอยู่ในพื้นที่แห่งนี้นานกว่า 6 เดือนก่อนที่เจ้าของพื้นที่จะทำการล้อมรั้วเพื่อเตรียมปลูกต้นมะพร้าว ทำให้ชาวบ้านไม่สามารถเข้าไปให้อาหารสุนัขได้ และยังพบว่าสุนัขบางส่วนได้กัดทำลายต้นมะพร้าวที่ปลูกใหม่จนได้รับความเสียหายเช่นกัน

โดยผู้สื่อข่าวรายงานเพิ่มเติมว่า ระหว่างการลงพื้นที่ตรวจสอบ เจ้าหน้าที่ยังพบโพรงดินจำนวนมากที่เกิดจากร่องรอยการขุดของสุนัขเพื่อใช้หลบแดดและอยู่อาศัย และยังพบลูกสุนัข 4 ตัวภายในโพรงดังกล่าว เจ้าหน้าที่จึงได้ช่วยเหลือนำส่งสัตวแพทย์เพื่อให้การดูแล


ขณะที่ ทีมสัตวแพทย์เมืองพัทยา ระบุว่าในแต่ละปีจะมีการทำหมันสุนัขและแมวประมาณ 3,000–4,000 ตัว และเป็นสุนัขจรจัดกว่า 1,000 ตัว ซึ่งการทำงานในพื้นที่โล่งกว้างมีข้อจำกัด เนื่องจากการใช้ลูกดอกยาสลบไม่สามารถออกฤทธิ์ได้ทันทีจึงทำให้ยากต่อการติดตามจับตัว และจำเป็นต้องวางแผนตั้งจุดปฏิบัติการชั่วคราว เช่น การตั้งเต็นท์และกรงดัก เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพในการควบคุมจำนวนสัตว์

เบื้องต้นยังพบว่า สุนัขจรจัดในพื้นที่ดังกล่าวปัจจุบันลดลงเหลือประมาณ 30 ตัว จากเดิมที่เคยมีกว่า 60 ตัว โดยพบว่าบางส่วนได้หนีกระจัดกระจายออกนอกพื้นที่ และบางส่วนตายโดยยังไม่ทราบสาเหตุแน่ชัด ซึ่ง เมืองพัทยา ได้เตรียมที่จะดำเนินการจับสุนัขจรจัดในพื้นที่แห่งนี้ทำหมัน และจะทำการเคลื่อนย้ายสุนัขอย่างเป็นระบบให้แล้วเสร็จภายในระยะเวลา 10–15 วัน เพื่อเป็นการแก้ไขปัญหาอย่างยั่งยืนต่อไป