ภาคกลาง - วิกฤตราคามะพร้าวน้ำหอมไทยหนักสุดในรอบหลายปี เกษตรกรรายได้ทรุด หลังล้งนอมินีผูกขาดรับซื้อ ผลผลิตล้นตลาด แถมเสียส่วนแบ่งส่งออกให้ต่างชาติ รัฐเร่งตรวจสอบ-เปิดตลาดใหม่ พยุงราคา ขณะชาวสวนเสนอทางออก “ล้มดง” คุมผลผลิตระยะยาว
สถานการณ์มะพร้าวน้ำหอมไทยต้นปี 2569 เผชิญวิกฤตราคาตกต่ำอย่างหนักในหลายพื้นที่ โดยราคาหน้าสวนบางแห่งลดฮวบเหลือเพียงลูกละ 1–3 บาท ส่งผลกระทบโดยตรงต่อรายได้เกษตรกรทั่วประเทศ ท่ามกลางแรงกดดันจากโครงสร้างตลาดที่เปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็ว
ปัจจัยสำคัญมาจากการขยายตัวของ “ล้งนอมินี” ซึ่งมีทุนต่างชาติเข้ามาดำเนินธุรกิจโดยใช้ชื่อคนไทยบังหน้า ทำให้สามารถควบคุมกลไกรับซื้อผลผลิตตั้งแต่ต้นทางถึงปลายทาง ส่งผลให้เกิดการกดราคารับซื้อ ขณะที่ราคาจำหน่ายปลายทางยังอยู่ในระดับสูง สะท้อนโครงสร้างราคาที่บิดเบี้ยวอย่างชัดเจน
ขณะเดียวกัน ไทยยังต้องเผชิญการแข่งขันจากประเทศคู่แข่ง โดยเฉพาะเวียดนามที่สามารถแย่งส่วนแบ่งตลาดส่งออกสำคัญอย่างจีน ทำให้ความต้องการมะพร้าวน้ำหอมไทยชะลอตัวลงต่อเนื่อง ประกอบกับปัญหาผลผลิตล้นตลาดในบางช่วง รวมถึงประเด็นด้านคุณภาพ เช่น การใช้น้ำมะพร้าวปรุงแต่งกลิ่น ซึ่งกระทบต่อภาพลักษณ์สินค้าไทยในตลาดโลก
นอกจากนี้ ปัจจัยธรรมชาติและศัตรูพืช เช่น หนอนหัวดำ แมลงดำหนาม และโรคเชื้อรา ยังซ้ำเติมให้ปริมาณและคุณภาพผลผลิตผันผวน เพิ่มแรงกดดันต่อราคาในภาพรวม
ด้านกระทรวงพาณิชย์เร่งเดินหน้ามาตรการแก้ปัญหา ส่งทีมเฉพาะกิจลงพื้นที่ตรวจสอบและดำเนินคดีกับล้งนอมินี พร้อมผลักดันแนวคิดจัดตั้ง “ล้งกลาง” เพื่อสร้างความเป็นธรรมด้านราคา ควบคุมการนำเข้ามะพร้าวจากต่างประเทศ และประสานห้างค้าปลีกเพิ่มการรับซื้อเป็น 2 เท่า รวมถึงจัดรถโมบายพาณิชย์ช่วยระบายผลผลิตในช่วงวิกฤต
ในด้านการส่งออก รัฐบาลเร่งขยายตลาดใหม่ โดยเฉพาะกลุ่มสหภาพยุโรป เพื่อลดการพึ่งพาตลาดจีน พร้อมยกระดับมาตรฐานคุณภาพสินค้าและพัฒนาศักยภาพเกษตรกรด้านโลจิสติกส์และการส่งออก ลดการพึ่งพาพ่อค้าคนกลาง
ล่าสุด ราคามะพร้าวหน้าสวนเริ่มขยับขึ้นมาอยู่ที่ประมาณ 4–5 บาทต่อลูกในเดือนมีนาคม 2569 อย่างไรก็ตาม เกษตรกรยังเรียกร้องให้ภาครัฐประกาศให้มะพร้าวน้ำหอมเป็น “พืชเศรษฐกิจ” เพื่อให้มีมาตรการดูแลอย่างยั่งยืนในระยะยาว
ด้านนายวันชนะ จันทร์เพ็ญ เกษตรกรชาวสวนมะพร้าวน้ำหอม จ.สมุทรสงคราม เปิดเผยว่า แนวทางจัดตั้งล้งกลางอาจไม่รองรับผลผลิตได้ทั้งหมด เนื่องจากพื้นที่ภาคกลาง 4 จังหวัด ได้แก่ สมุทรสงคราม ราชบุรี สมุทรสาคร และนครปฐม มีผลผลิตรวมกันวันละกว่า 2 ล้านลูก และอาจพุ่งสูงถึง 10–12 ล้านลูกในช่วงพีค
ทั้งนี้ เกษตรกรเสนอให้รัฐปรับแนวคิด นำงบประมาณล้งกลางมาชดเชยเกษตรกรที่สมัครใจโค่นต้นมะพร้าวแบบ “ล้มดง” เพื่อลดพื้นที่เพาะปลูก โดยประเมินว่า หากชดเชยไร่ละ 5,000 บาท ใช้งบไม่ถึง 1,000 ล้านบาท แต่สามารถลดผลผลิตได้ถึง 30–40% ช่วยพยุงราคาให้ฟื้นตัวได้รวดเร็ว และเป็นทางออกที่ยั่งยืนมากกว่าการเพิ่มจุดรับซื้อเพียงอย่างเดียว.


