หนองคาย-ตำรวจเมืองหนองคาย ตามรวบครบแล้ว 7 หนุ่มแก๊งวัยรุ่น รุมทำร้ายหนุ่มพ่อลูกอ่อนเสียชีวิต เกิดการปะทะทางวาจาก่อนลุกลามบานปลาย แจ้งข้อหาร่วมกันทำร้ายร่างกายผู้อื่นจนถึงแก่ความตาย คัดค้านการประกันตัว หนึ่งในแก๊งก่อเหตุอยากขอโทษครอบครัวผู้เสียชีวิต ผู้การฯลั่นวางมาตรการเข้มงวด ยังมีวันไหลอีก 3 วัน ถอดบทเรียนปรับใช้ในปีหน้า
ความคืบหน้ากรณีกลุ่มวัยรุ่นรุมทำร้ายร่างกายชายคนหนึ่งในการเล่นน้ำสงกรานต์ หน้าวัดศรีสะเกษ ถนนประจักษ์ศิลปาคม เขตเทศบาลเมืองหนองคาย เป็นเหตุให้นายยศวัจน์ จารุศักดิ์ธีรา หรือ เซฟ อายุ 28 ปี เสียชีวิต ตามที่ได้นำเสนอข่าวไปแล้วนั้น
ล่าสุดในวันนี้ (16 เม.ย.69) เวลาประมาณ 19.30 น. พล.ต.ต.อัทธชนม์ ช่วงงาม ผบก.ภ.จว.หนองคาย, พ.ต.อ.จิรวิทย์ ปานยิ้ม ผกก.สภ.เมืองหนองคาย, พ.ต.ท.พุฒิชัย จันทร์ทอง รองผกก.สส. ได้ร่วมกันสอบปากคำกลุ่มวัยรุ่นเป็นชาย อายุระหว่าง 20-35 ปี จำนวน 7 คน ซึ่งจากการสืบสวนของตำรวจชุดสืบสวน สภ.เมืองหนองคาย รวบรวมพยานหลักฐานจนมั่นใจว่าเป็นกลุ่มผู้ก่อเหตุ ตำรวจได้ติดตามตัวมาได้ครบทั้งหมดแล้ว
พล.ต.ต.อัทธชนม์ ช่วงงาม ผบก.ภ.จว.หนองคาย กล่าวว่า เหตุการณ์ที่เกิดขึ้นสร้างความเสียหายและตื่นตระหนกต่อประชาชนชาวหนองคายเป็นอย่างมาก เมื่อตำรวจรวบรวมข้อมูลพยานหลักฐานต่าง ๆ หมดแล้ว ก็สามารถติดตามตัวมาได้ทั้งหมด ซึ่งเหตุจากการปะทะคารมกันก่อนจะชกต่อยกัน แล้วมีการวกกลับมาอาจจะเป็นการสื่อสารเพื่อขจัดข้อสงสัย เพื่อขอโทษต่อเหตุการณ์เข้าใจผิด แต่ด้วยเสียงเพลงอันดัง ประกอบกับมีการดื่มเครื่องดื่มแอลกอฮอล์จนมึนเมาทำให้ได้ยินไม่ชัดเจน จนเข้าใจเจตนาผิด กลายเป็นการหาเรื่องกันบานปลายจนถึงขั้นทำร้ายร่างกาย และอีกฝ่ายเสียชีวิตที่โรงพยาบาล ซึ่งจะต้องตรวจสอบสภาพศพอย่างละเอียดเพื่อหาว่ามีการใช้อาวุธหรือสิ่งอื่นใดประกอบด้วยหรือไม่
อย่างไรก็ตาม จากการตรวจสอบประวัติของวัยรุ่นกลุ่มนี้ มีบางคนที่มีประวัติทางคดี ไม่ใช่แก๊งอันธพาลหรือกลุ่มผู้มีอิทธิพลในพื้นที่ แต่เป็นกลุ่มวัยรุ่นทั่วไปที่รวมตัวกันเล่นสงกรานต์ เบื้องต้นแจ้งข้อหา ร่วมกันทำร้ายร่างกายผู้อื่นจนเป็นเหตุให้ถึงแก่ความตาย ตำรวจคัดค้านการประกันตัวและจะนำตัวฝากขังต่อศาลจังหวัดหนองคาย
พล.ต.ต.อัทธชนม์ ช่วงงาม ผบก.ภ.จว.หนองคาย กล่าวอีกว่า ยังมีงานวันไหลในเขตเทศบาลเมืองหนองคายระหว่างวันที่ 16-18 เมษายน นี้ ซึ่งกำลังเจ้าหน้าที่ตำรวจจะเข้มงวดกวดขันให้มากขึ้น ขอความร่วมมือประชาชนนักท่องเที่ยวเที่ยวอย่างสนุก มีสติ เคารพกฎหมาย หลังจากนี้จะมีการถอดบทเรียนการทำงานเพื่อให้ในปีถัดไปการป้องกันปัญหาไม่ให้เกิดเช่นนี้ขึ้นอีก ซึ่งต้องปรับให้เข้ากับสถานการณ์หากเจ้าหน้าที่เข้มงวดเกินไปก็จะกระทบกับการท่องเที่ยว
หนึ่งในกลุ่มวัยรุ่นก่อเหตุ บอกว่า ไม่เคยรู้จักกับผู้ตายหรือกระทบกระทั่งกันมาก่อน แค่เขาโบกรถแล้วมีการต่อว่ากันขึ้น ทำให้ตามไปชกต่อยกันในซอย ไม่รู้ว่าจะมาขอโทษ เขาเดินมาถามว่าใครหัวล้าน ตนไม่รู้ว่าเป็นใคร จากนั้นก็ชุลมุนกันขึ้น อยากขอโทษครอบครัว พ่อแม่ ลูกเมียของผู้เสียชีวิตในครั้งนี้ด้วย.


