นครปฐม - “มหาพจน์” นายกสมาคมไวยาวัจกรแห่งประเทศไทย ออกโรงแสดงความเห็นกรณีดราม่าที่พักสงฆ์วัดป่าบ่อน้ำพระอินทร์ ระบุควรให้ตำรวจสอบสวนกลางรับโอนคดีจากพื้นที่ เพื่อสร้างความโปร่งใสและความเป็นธรรม พร้อมเรียกร้องให้หลวงตาสิ้นคิดออกมาชี้แจงข้อสงสัยต่อสังคมโดยเร็ว
วันนี้ ( 15 เม.ย.) จากกรณี ชุดพยัคฆ์ไพร ของ กรมป่าไม้ ลงพื้นที่ตรวจสอบที่พักสงฆ์วัดป่าบ่อน้ำพระอินทร์ ภายในเขตป่าสงวนแห่งชาติป่าห้วยยอดมน ตำบลช่องเม็ก อำเภอสิรินธร จังหวัดอุบลราชธานี พบการก่อสร้างสิ่งปลูกสร้างโดยไม่ได้รับอนุญาตจำนวน 48 หลัง บนพื้นที่กว่า 12 ไร่ และยังพบการขยายพื้นที่ปลูกบ้านน็อกดาวน์แทรกในพื้นที่เพิ่มเติมอีกกว่า 108 ไร่
โดยที่พักสงฆ์ดังกล่าวก่อตั้งโดย หลวงตาสินทรัพย์ จรณธัมโม พระนักเทศน์ชื่อดัง ซึ่งมีลูกศิษย์ลูกหาจำนวนมาก ทำให้กรณีดังกล่าวกลายเป็นที่จับตาและถกเถียงในสังคมอย่างกว้างขวาง
ด้าน ศุภภัทร์พจน์ นิติศศธร หรือ “มหาพจน์” เปิดเผยว่า จากการประสานข้อมูลกับเจ้าหน้าที่และคนในพื้นที่ พบว่าการดำเนินการบางส่วนอาจไม่เป็นไปตามหลักเกณฑ์ของโครงการพุทธอุทยาน ซึ่งการก่อสร้างใดๆ จำเป็นต้องได้รับอนุญาตจากหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง โดยเฉพาะกรมป่าไม้
ทั้งนี้ การตรวจสอบพบพื้นที่หลักของที่พักสงฆ์ประมาณ 15 ไร่ และพื้นที่โครงการพุทธอุทยาน 484 ไร่ รวม 499 ไร่ ซึ่งไม่เกินเกณฑ์ แต่กลับพบการก่อสร้างล้ำเข้าไปในเขตป่าสงวน และยังมีพื้นที่เพิ่มเติมอีก 108 ไร่ที่อยู่ระหว่างการตรวจสอบ
มหาพจน์ ระบุว่า ประเด็นสำคัญไม่ใช่เพียงการบุกรุกพื้นที่ป่า แต่รวมถึงข้อสงสัยเรื่องการเรียกเก็บค่าใช้จ่ายบ้านน็อกดาวน์หลังละ 100,000 – 500,000 บาท ซึ่งยังต้องตรวจสอบข้อเท็จจริง รวมถึงเส้นทางการเงิน เนื่องจากที่พักสงฆ์ยังไม่ได้จัดตั้งเป็นวัดอย่างเป็นทางการ
“เรื่องนี้ต้องแยกให้ชัด การอนุรักษ์ป่ากับการบุกรุกป่าเป็นคนละเรื่องกัน แม้จะมีการปลูกป่าหรือช่วยดับไฟป่า ก็ไม่สามารถใช้เป็นเหตุยกเว้นการกระทำผิดได้ หากมี” มหาพจน์กล่าว
พร้อมกันนี้ ได้เสนอให้ กองบัญชาการตำรวจสอบสวนกลาง เข้ามารับโอนคดีจาก สถานีตำรวจภูธรช่องเม็ก เพื่อทำหน้าที่เป็นหน่วยงานกลาง ลดข้อครหาความขัดแย้ง และเพิ่มประสิทธิภาพในการสอบสวน
มหาพจน์ ยังย้ำว่า การออกมาแสดงความคิดเห็นครั้งนี้ไม่ได้มีความขัดแย้งส่วนตัว แต่เกิดจากความห่วงใยต่อสังคม และต้องการให้ทุกฝ่ายได้รับความเป็นธรรม โดยเฉพาะการเปิดโอกาสให้หลวงตาสิ้นคิดได้ชี้แจงข้อกล่าวหาอย่างครบถ้วน
นอกจากนี้ ยังเสนอให้มีการตรวจสอบในภาพรวม ทั้งที่พักสงฆ์ วัด กลุ่มบุคคล รวมถึงผู้ที่อาจเกี่ยวข้องกับการบุกรุกป่าในหลายพื้นที่ทั่วประเทศ เพื่อแก้ปัญหาอย่างเป็นระบบในระยะยาว
“นี่เป็นโอกาสสำคัญที่ควรทำให้เรื่องทั้งหมดกระจ่าง ไม่ใช่ปล่อยให้เป็นกระแสแล้วจบไป เพราะมีการร้องเรียนเรื่องนี้มานานหลายปีแล้ว” มหาพจน์กล่าวทิ้งท้าย


