ศูนย์ข่าวศรีราชา- สืบสวนสัตหีบ ปิดอ่าวบางเสร่ บุกจับลูกเรือเขมรย่องลักทรัพย์กว่า 2แสนบาทคุณยายวัย 77 ปี อ้างหาเงินแต่งสาวเขมรด้วยกัน หลังสัญญาจะใช้เงิน 6.5หมื่นบาทไปสู่ขอ สุดท้ายเมียก็ไม่ได้ แถมเพื่อนถูกจับเพิ่มอีก1
จากกรณีที่ นางสุรี แซ่ฉั่ว อายุ 77 ปี ชาวบ้านใน ต.บางเสร่ อ.สัตหีบ จ.ชลบุรี ได้เข้าแจ้งความร้องทุกข์ต่อ พ.ต.ท.ไพบูลย์ เลาหะนะวัฒน์ สารวัตรสอบสวน สภ.สัตหีบ ว่าถูกคนร้ายงัดหลังบ้านเข้ามาโจรกรรมทรัพย์สินภายประกอบด้วย สร้อยทองคำหนัก 2 บาท พระเหลี่ยมทอง 2 องค์ และเงินสด 15,000 บาท มูลค่าความเสียหายรวมประมาณ 2 แสนบาท เหตุเกิดเมื่อเวลา 20.30 น.วันที่ 6 เม.ย.ที่ผ่านมา และหลังก่อเหตุได้ขี่รถจักรยานยนต์หลบหนีไปนั้น
ล่าสุดในวันนี้ (14 เม.ย.) พ.ต.อ.คมสรร คําตุ่นแก้ว ผกก.สภ.สัตหีบ พร้อมด้วย พ.ต.ท.เกรียงไกร มีแสง รอง ผกก.สส. พ.ต.ต.โกศล ศิลา สวป. และกําลังเจ้าหน้าที่ชุดสืบสวน ได้ร่วมกันบุกเข้าจับกุมตัว นายหรั่ง อายุ 26 ปี ลูกเรือชาวกัมพูชา ภายในเรืออวนดำชื่อ "พิชัยวารี 7" ซึ่งจอดเทียบท่าบริเวณปลายสะพานท่าเทียบเรือกลุ่มประมงบางเสร่ ต.บางเสร่
หลังสืบทราบว่าเป็นผู้ต้องหาก่อเหตุลักทรัพย์ในเวลากลางคืนภายในบ้านของผู้เสียหายที่ได้เข้าแจ้งความไว้ ยึดของกลางเป็นกระเป๋าสะพายสีดำ ที่ภายในซุกซ่อนเงินสด จำนวน105,000 บาท
จากการสอบสวน ผู้ต้องหา ให้การรับสารภาพว่าเป็นคนลงมือก่อเหตุจริง โดยอ้างว่าในคืนเกิดเหตุ รถจักรยานยนต์ของตนเองจอดเสียใกล้กับบ้านพักของผู้เสียหาย จึงถือโอกาสย่องเข้าบริเวณหลังบ้านงัดประตูด้านหลังเข้าไปรื้อค้นหาทรัพย์สินทั้ง ทองรูปพรรณ พระเลี่ยมทอง และเงินสดที่วางอยู่บนชั้นวางทีวีกลางบ้าน
โดยขณะก่อเหตุ ผู้เสียหายได้นอนอยู่ห้องนอน และได้นำทองทั้งหมดไปขายให้กับร้านทองในพื้นที่บางเสร่ (ยังไม่ทราบร้านที่แน่ชัด อยู่ในระหว่างหาหลักฐาน) ได้เงินมาจำนวน 120,000 บาท และได้แบ่งเงินจำนวน 35,000 บาท เป็นค่าหมั้นหมายให้กับหญิงสาวชาวกัมพูชา ที่เคยให้สัญญาและตกลงกันว่าจะหาเงินมาหมั้นและขอแต่งงาน จำนวน 65,000 บาท
ด้าน พ.ต.อ.คมสรร ผกก.สภ.สัตหีบ เผยว่าหลังได้รับแจ้งความร้องทุกข์ จึงมอบหมายให้ชุดสืบสวนลงพื้นที่หาข่าวในทันที และได้ติดตามหลักฐานเป็นภาพจากกล้องวงจรปิด จนสืบทราบว่าในคืนวันเกิดเหตุ ผู้ต้องหา ได้ใช้รถจักรยานยนต์ยี่ห้อฮอนด้า คลิก สีขาว หมายเลขทะเบียน ขษล-671 ระยอง เป็นยานพาหนะในการก่อเหตุและสืบทราบภายหลังว่ายืมมาจากผู้อื่นมา
" กระทั่งทราบแน่ชัดว่า ผู้ก่อเหตุ หลบซ่อนตัวอยู่ในเรือประมง จึงประสานขอเรือประมงจากชาวบ้านในการกระจายกําลังเจ้าหน้าที่ตํารวจ ทั้งทางบกและทางเรือเพื่อป้องกันการหลบหนี ก่อนเข้าปิดล้อมจู่โจมจับกุมตัว นอกจากนี้ยังสามารถควบคุมตัวผู้ต้องสงสัยซึ่งเพื่อนร่วมชาติ ที่เป็นคนเก็บกระเป๋าเงินของกลาง มาทําการสอบสวนว่ามีส่วนเกี่ยวข้องกับเรื่องนี้ด้วยหรือไม่ แต่ในเบื้องต้นยังให้การปฏิเสธว่าไม่มีส่วนรู้เห็นกับการลักทรัพย์"
ส่วนทรัพย์สินของผู้เสียหายขณะนี้อยู่ระหว่างการติดตามกลับคืนมาให้ครบ เพื่อส่งมอบคืนให้กับผู้เสียหายต่อไป
ขณะที่ นางสุรี ผู้เสียหาย เผยว่าในคืนเกิดเหตุตนเองพักอยู่ในห้องนอน และได้ยินเสียงดังออกมาจากนอกห้อง แต่คิดว่าเป็นหนูวิ่งเล่นอยู่บนฝ้าเพดานจึงไม่ได้ออกมาดู กระทั่งได้ออกมาตรวจตราความเรียบร้อย จนพบว่าประตูหลังบ้านถูกแง้มเปิดทิ้งไว้ และเมื่อตรวจสอบก็พบว่า ทรัพย์สินหายไปทั้งหมดแล้ว
" ต้องขอขอบคุณ เจ้าหน้าที่ตํารวจ ที่ช่วยติดตามจับกุมคนร้ายจนได้ทรัพย์สินกลับมาบางส่วนแล้ว" นางสุรี กล่าว


