ราชบุรี,- จังหวัดราชบุรีเปิดเทศกาลหนังใหญ่วัดขนอน ครั้งที่ 19 อย่างยิ่งใหญ่ ภายใต้แนวคิด “อัคราภิรักษศิลปิน สานศิลป์ แผ่นดินไทย” นำเสนอศิลปะการแสดงชั้นสูง “หนังใหญ่” มรดกภูมิปัญญาระดับโลก พร้อมมหรสพ 4 ภาค ดึงดูดนักท่องเที่ยวช่วงสงกรานต์คึกคัก
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ที่วัดขนอน ตำบลสร้อยฟ้า อำเภอโพธาราม จังหวัดราชบุรี สำนักงานวัฒนธรรมจังหวัดราชบุรี ร่วมกับวัดขนอน จัดพิธีเปิด “เทศกาลหนังใหญ่วัดขนอน ครั้งที่ 19” อย่างยิ่งใหญ่ โดยมี นางสาวปิยะฉัตร ไพรชนม์ รองผู้ว่าราชการจังหวัดราชบุรี เป็นประธานในพิธี
ทั้งนี้ นางสาวรัศมินท์ พฤกษาทร นายอำเภอโพธาราม กล่าวรายงานวัตถุประสงค์การจัดงาน พร้อมด้วย นางสาวสุริสา นิลนารถ วัฒนธรรมจังหวัดราชบุรี, นางพัชราภรณ์ ชุมสุข ประชาสัมพันธ์จังหวัดราชบุรี, นางกาญจน์กุระ ฮัยสคาเนน ท่องเที่ยวและกีฬาจังหวัดราชบุรี และ นางสาวจุไรรัตน์ ชัยทวีทรัพย์ ผู้อำนวยการการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.) สำนักงานราชบุรี เข้าร่วมในพิธีอย่างพร้อมเพรียง
การจัดงานในปีนี้อยู่ภายใต้แนวคิด “อัคราภิรักษศิลปิน สานศิลป์ แผ่นดินไทย” เพื่อสืบสานและเผยแพร่มรดกทางวัฒนธรรมของชาติ โดยมี “หนังใหญ่” ซึ่งเป็นศิลปะการแสดงชั้นสูงของไทย และได้รับการยกย่องจากยูเนสโกให้เป็นมรดกภูมิปัญญาทางวัฒนธรรมของมนุษยชาติ เป็นไฮไลต์สำคัญของงาน
ภายในงานมีการแสดงศิลปวัฒนธรรมอย่างหลากหลาย ทั้งโขน มโนราห์ การแสดงพื้นบ้านจาก 4 ภูมิภาค รวมถึงการสาธิตงานหัตถกรรม และตลาดชุมชนย้อนยุค “ตลาดด่านขนอน” ที่สะท้อนวิถีชีวิตไทยในอดีต
ไฮไลต์สำคัญที่ได้รับความสนใจจากนักท่องเที่ยว คือ การแสดง “หนังใหญ่ไฟกะลา” และชุดการแสดงหาชมยาก “หนังติดตัวโขน” ซึ่งเป็นการผสมผสานการรำโขนกับการเชิดหนังใหญ่ ภายใต้แสงไฟกะลาแบบโบราณ โดยปีนี้นำเสนอการแสดงตอน “ศึกอินทรชิตครั้งที่ 1 น้ำนมของแม่” อย่างวิจิตรตระการตา
นอกจากนี้ ยังมีการแสดงมหรสพ 4 ภาค อาทิ หนังใหญ่ไฟกะลา 3 คณะ โขนสมเด็จ หุ่นละครเล็ก ศิลปะภาคใต้ เช่น หนังตะลุงและมโนราห์ รวมถึงศิลปะล้านนา พร้อมเปิดพื้นที่ให้ช่างสิบหมู่ร่วมสาธิตและจำหน่ายงานศิลปหัตถกรรม สร้างความประทับใจแก่ผู้ชมทั้งชาวไทยและนักท่องเที่ยวต่างชาติ
ทั้งนี้ วัดขนอนถือเป็นแหล่งเรียนรู้ด้านหนังใหญ่ที่สำคัญของประเทศ และได้รับการยกย่องเป็นชุมชนดีเด่นด้านการอนุรักษ์มรดกวัฒนธรรมในระดับนานาชาติ
เทศกาลดังกล่าวจัดขึ้นระหว่างวันที่ 13–14 เมษายน 2569 ซึ่งตรงกับช่วงเทศกาลสงกรานต์ เพื่อส่งเสริมการท่องเที่ยวเชิงวัฒนธรรม และสร้างความภาคภูมิใจในมรดกของชาติอย่างยั่งยืน


