xs
xsm
sm
md
lg

ไทยเสี่ยงตกขบวน! นักวิชาการเตือนรัฐ เร่งปรับแผนโลจิสติกส์สู้ศึกการค้าโลก

เผยแพร่:   ปรับปรุง:   โดย: ผู้จัดการออนไลน์


ผศ.ดร.บุญทรัพย์ พานิชการ อาจารย์ประจำคณะโลจิสติกส์และดิจิทัลซัพพลายเชน และเครือข่ายวิชาการโลจิสติกส์อาเซียน มหาวิทยาลัยนเรศวร
ศูนย์ข่าวขอนแก่น-อาจารย์คณะโลจิสติกส์และดิจิทัลซัพพลายเชน มหาวิทยาลัยนเรศวร เสนอรัฐเร่งทบทวนแผนพัฒนาโลจิสติกส์ประเทศให้สอดรับบริบทโลกยุคใหม่ หลังสงคราม-เศรษฐกิจเปลี่ยนทิศทาง พร้อมจับตาจีนพัฒนาโครงข่ายราง-ถนนเชื่อมภูมิภาค ชี้ไทยต้องเร่งเครื่องก่อนเสียโอกาส


ผู้สื่อข่าวรายงานว่า เมื่อเร็วๆนี้ ผศ.ดร.บุญทรัพย์ พานิชการ อาจารย์ประจำคณะโลจิสติกส์และดิจิทัลซัพพลายเชน และเครือข่ายวิชาการโลจิสติกส์อาเซียน มหาวิทยาลัยนเรศวร ได้เสนอให้ภาครัฐเร่งทบทวนและปรับปรุงแผนพัฒนาโลจิสติกส์ของประเทศไทยอย่างเร่งด่วน เพื่อให้สอดคล้องกับสถานการณ์เศรษฐกิจโลกที่เปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็ว

ผศ.ดร.บุญทรัพย์ พานิชการ อาจารย์ประจำคณะโลจิสติกส์และดิจิทัลซัพพลายเชน และเครือข่ายวิชาการโลจิสติกส์อาเซียน มหาวิทยาลัยนเรศวร กล่าวว่าปัจจัยสำคัญทั้งภาวะเศรษฐกิจโลก ความขัดแย้งในตะวันออกกลาง รวมถึงข้อจำกัดด้านการค้าชายแดน เช่น กรณีการปิดด่านบางพื้นที่ ส่งผลให้รูปแบบการขนส่งและโลจิสติกส์ต้องปรับตัวอย่างเลี่ยงไม่ได้ โดยเฉพาะการพึ่งพาเส้นทางใดเส้นทางหนึ่งเพียงอย่างเดียว ซึ่งมีความเสี่ยงสูงเมื่อเกิดวิกฤติ

ระบบโลจิสติกส์ในปัจจุบันต้องมีมากกว่าหนึ่งทางเลือก ทั้งทางบก ทางราง ทางอากาศ และทางทะเล เพื่อกระจายความเสี่ยง และเพิ่มประสิทธิภาพในการขนส่งสินค้า ทั้งนี้ มองว่าระบบรางจะกลายเป็นทางเลือกสำคัญในอนาคต เนื่องจากสามารถควบคุมต้นทุนและความเสี่ยงได้ดีกว่า แม้ปัจจุบันประเทศไทยและภูมิภาคยังมีข้อจำกัดด้านโครงสร้างพื้นฐาน เช่น ระบบรางยังไม่สมบูรณ์ และจำนวนเที่ยวขนส่งยังไม่เพียงพอ รวมถึงขาดระบบตู้ควบคุมอุณหภูมิสำหรับสินค้าเกษตร

ในส่วนของความเคลื่อนไหวระดับภูมิภาค พบว่าประเทศจีนมีแผนพัฒนาโครงข่ายคมนาคมอย่างต่อเนื่อง โดยเฉพาะการพัฒนารถไฟที่สามารถรองรับราง 2 ขนาด (1 เมตร และ 1.435 เมตร) ในขบวนเดียว ซึ่งจะช่วยให้การขนส่งเชื่อมต่อผ่านประเทศไทยลงสู่ท่าเรือแหลมฉบัง และเชื่อมต่อไปยังมาเลเซีย–สิงคโปร์ได้สะดวกยิ่งขึ้น

ผศ.ดร.บุญทรัพย์ กล่าวต่อว่า ทั้งยังมีแนวคิดพัฒนาเส้นทางเชื่อม “ระนอง–ชุมพร” เพื่อเปิดประตูการค้าฝั่งทะเลอันดามัน ซึ่งจีนให้ความสนใจอย่างมาก เนื่องจากสถานการณ์ในเมียนมายังมีความไม่แน่นอน ส่งผลให้ไทยกลายเป็นทางเลือกสำคัญในภูมิภาค

ขณะเดียวกันโครงการก่อสร้างทางด่วนใน สปป.ลาว ที่เชื่อมต่อกับเส้นทาง R3A ไปยังจีนตอนใต้ ก็เป็นอีกหนึ่งปัจจัยที่อาจเปลี่ยนโฉมการขนส่งสินค้าในภูมิภาค โดยสามารถลดระยะเวลาการขนส่งเหลือเพียง 4 ชั่วโมง จากเดิมกว่า 10 ชั่วโมง

ผศ.ดร.บุญทรัพย์ ยังกล่าวถึงศักยภาพของพื้นที่ภาคเหนือตอนล่าง โดยเฉพาะจังหวัดอุตรดิตถ์ ที่สามารถพัฒนาเป็นศูนย์กลางการส่งออกสินค้าเกษตร ผ่านเส้นทางรถไฟเด่นชัย–เชียงราย–เชียงของ เชื่อมต่อไปยังจีนและ สปป.ลาวได้ในอนาคต

อย่างไรก็ตาม หลายโครงการสำคัญของไทยยังมีความล่าช้า ทั้งการพัฒนาโครงข่ายราง การเปิดศูนย์เปลี่ยนถ่ายสินค้า รวมถึงการลงทุนจากภาคเอกชนที่ยังไม่เกิดขึ้นอย่างเป็นรูปธรรม ทำให้ต้องใช้เวลาอีก 5–10 ปี จึงจะเห็นภาพรวมที่ชัดเจน ขณะเดียวกันได้เสนอให้ภาครัฐเร่งพัฒนาเมืองชายแดนให้มีความเจริญ เพื่อดึงดูดเศรษฐกิจจากประเทศเพื่อนบ้าน พร้อมทั้งเน้นการพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานภายในประเทศให้สมบูรณ์ก่อนเชื่อมโยงกับต่างประเทศ

ประเทศไทยยังติดกับดักการเปลี่ยนแปลงเชิงนโยบายจากการเปลี่ยนรัฐบาลหรือผู้บริหาร ทำให้แผนพัฒนาไม่ต่อเนื่อง จึงจำเป็นต้องรื้อและปรับแผนใหม่ให้ทันกับสถานการณ์ปัจจุบัน พร้อมกับเสนอให้รัฐบาล โดยเฉพาะนายกรัฐมนตรีและกระทรวงคมนาคม เร่งจัดทำแผนปฏิบัติการด้านโลจิสติกส์ให้ชัดเจนภายในช่วง 100 วันแรก เพื่อให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องสามารถนำไปดำเนินการได้อย่างเป็นรูปธรรม

“หากประเทศไทยสามารถปรับแผนและขับเคลื่อนได้ทันเวลา ยังมีโอกาสก้าวขึ้นเป็นศูนย์กลางโลจิสติกส์ของภูมิภาคได้ในอนาคต” ผศ.ดร.บุญทรัพย์ กล่าวทิ้งท้าย