xs
xsm
sm
md
lg

ไฟไหม้ป่าสงวนแห่งชาติรอยต่อ3จังหวัด หนองคาย อุดร เลย หนักสุดในรอบ 40 ปี

เผยแพร่:   ปรับปรุง:   โดย: ผู้จัดการออนไลน์



หนองคาย-ไฟไหม้ป่าป่าสงวนแห่งชาติพานพร้าวแก้งไก่รอยต่อ หนองคาย - อุดรธานี - เลย ระดมเจ้าหน้าที่ดับไฟป่าและชาวบ้านควบคุม เร่งทำแนวกันไฟป้องกันสวนยางและพื้นที่การเกษตร เผยหนักสุดในรอบ 40 ปีไฟไหม้ทำลายทุกหย่อมหญ้า


ผู้สื่อข่าวรายงานสถานการณ์ไฟไหม้ป่า บริเวณป่าสงวนแห่งชาติพานพร้าวแก้งไก่ มีเนื้อที่ครอบคลุมใน 3 จังหวัด หนองคาย อุดรธานี และ เลย โดยช่วงดึกวันที่ 10 เมษายน 2569 ได้เกิดไฟไหม้ป่าขึ้น ทางสถานีควบคุมไฟป่าหนองคาย ได้รายงานว่า ได้ตรวจพบจุดความร้อนในพื้นที่ตำบลนางิ้ว อ.สังคม จ.หนองคาย ท้องที่ตำบลนาแค อ.นายูง จ.อุดรธานี และท้องที่ตำบลหาดคัมภีร์ อ.ปากชม จ.เลย ต่อเนื่องถึงวันที่ 11 เมษายน เจ้าหน้าที่สถานีควบคุมไฟป่าได้ระดมกำลังพร้อมประสานความร่วมมือชาวบ้านเฝ้าระวัง โดยได้มีการเดินเท้าเข้าไปควบคุมไฟไม่ให้ลุกลาม

เนื่องจากพื้นที่ส่วนใหญ่เป็นพื้นที่ทางการเกษตร เป็นสวนยางพาราและพืชสวน พืชไร่ จนถึงวันนี้ (12 เมษายน 69) ไม่พบเห็นไฟที่มีลักษณะลุกโหมกระหน่ำแล้ว แต่ยังคงมีกลุ่มควันไฟในหลาย ๆ จุด ซึ่งพร้อมจะปะทุขึ้นมาได้ทุกเมื่อ เจ้าหน้าที่อยู่ระหว่างการปฏิบัติงานควบคุมไฟป่า ทำให้สถานการณ์ยังคงต้องเฝ้าระวัง ท้องฟ้าปกคลุมไปด้วยกลุ่มควัน




ด้านนางบุปผา ศรีจันทร์ ผู้ใหญ่บ้านหมู่ 1 บ้านนางิ้ว ต.นางิ้ว อ.สังคม เล่าว่า ช่วงตีสอง วันที่ 10 เมษายน ได้เกิดไฟป่าขึ้น ปลุกชาวบ้านไปช่วยกันดับไฟ ชาวบ้านที่มีพื้นที่ใกล้ป่า ให้ออกไปตรวจสอบ ไฟป่าลามมาก็ต้องทำกันไฟป้องกันสวนยางพื้นที่ทางการเกษตรเสียหายยังไม่สามารถประเมินได้ ชาวบ้านต้องรักษาสวนยางพาราไม่ให้ได้รับความเสียหายหนัก ปีนี้หนักสุดในรอบ 40 ปี ไฟไหม้ทุกหย่อมหญ้า




ก่อนหน้านี้ทางจังหวัดมีมาตรการป้องกันไฟป่าไม่ให้เผาในที่โล่งแจ้งจนถึง 31 มี.ค.69 ชาวบ้านให้ความร่วมมือแม้แต่จะเผาหญ้าข้างบ้านตัวเองก็งดเพราะกลัวถูกจับ เพราะมีดาวเทียมตรวจจับความร้อนอยู่ แต่ปรากฏว่าพอถึงต้นเดือนเมษายน ช่วงวันที่ 4 เมษา เป็นต้นมา เริ่มมีไฟไหม้เกิดขึ้น ชาวบ้านก็บอกว่าไฟเกิดที่บ้านคีรีวงกต อ.น้ำโสม จ.อุดรธานี ก่อนจะลุกลามไปทั่วบริเวณ ประกอบกับพื้นที่ห่างไกล รถดับเพลิงเข้าไม่ถึง ชาวบ้านต้องระดมกำลังช่วยกัน ตอนแรกก็บอกไหวดูแลพื้นที่สวนของตัวเอง แต่ตอนหลังไม่ไหวแล้ว ทุกคนต้องออกไปช่วยกันตลอดแนว.