ตราด- จับล็อตใหญ่สินค้าไทยเตรียมส่งไปเขมร !! ศรชล.ตราด สกัดจับเรือยาว 5 ลำ พร้อมผู้ต้องหา 6 คนขณะกำลังนำสินค้าอุปโภค-บริโภคของใช้จำเป็น รวมถึงซากสัตว์ มูลค่ากว่า5แสน เลาะชายฝั่งหาดเล็กเข้าเขมร คาดกำลังประสบภาวะขาดแคลนสินค้าอย่างหนัก
วันนี้ (12 เม.ย.) น.อ.วุฒิฉัตร ราชรัตนารักษ์ รองผู้อำนวยการ ศูนย์รักษาผลประโยชน์ของชาติทางทะเล (ศรชล.) จังหวัดตราด ได้เปิดเผยถึงผลการจับกุมขบวนการลักลอบขนสินค้าอุปโภค-บริโภค และซากสัตว์ส่งขายกัมพูชา ซึ่ง ศรชล.ตราด ได้สนธิกำลังร่วมหน่วยงานความมั่นคง สกัดเรือ 5 ลำ พร้อมจับกุมผู้ต้องหา 6 ราย เมื่อช่วงคืนที่ผ่านมาว่า เป็นผลจากการที่หน่วยงานได้รับแจ้งเบาะแสจากสายข่าวและพลเมืองดีว่า จะมีการลักลอบขนส่งน้ำมันและสินค้าอุปโภคบริโภค รวมถึงสินค้าประเภทสัตว์น้ำล็อตใหญ่
โดยจะนำไปส่งยังฝั่งประเทศกัมพูชา ตามแนวชายแดนเลาะชายฝั่งหาดเล็ก อ.คลองใหญ่ จ.ตราด พฤติกรรมดังกล่าวส่งผลกระทบโดยตรงต่อความมั่นคงและผลประโยชน์ของชาติทางทะเล
ผู้อำนวยการ ศรชล.ภาค 1 จึงได้สั่งการให้ ศรชล.จังหวัดตราด นำกำลังเจ้าหน้าที่ตาม พ.ร.บ.การรักษาผลประโยชน์ของชาติทางทะเล สนธิกำลังร่วมกับหน่วยเฉพาะกิจนาวิกโยธินตราด (ฉก.นย.182)และหมวดเรือลาดตระเวนชายแดนเข้าดำเนินการสกัดจับขบวนการดังกล่าว
ผลการปฏิบัติงานสามารถจับกุมและยึดเรือของกลางเป็นเรือยาวจำนวน 5 ลำ สามารถนำกลับมาดำเนินคดีได้ทันที 4 ลำ ส่วนอีก 1 ลำ คนขับกระโดดน้ำหลบหนีและเรือติดตื้น เจ้าหน้าที่จึงเฝ้าระวังเพื่อรอกู้เรือกลับมา
และยังจับกุมลูกเรือได้ทั้งหมด 6 คน เป็นชาวกัมพูชา 5 คน และชาวไทย 1 คน (ที่มีภรรยาชาวกัมพูชา)
การจับกุมดังกล่าวเป็นสัญญาณแสดงให้เห็นว่าประเทศเพื่อนบ้านอาจกำลังเผชิญกับภาวะขาดแคลนสินค้าอย่างหนัก เพราะนอกจากจะมีสินค้าอุปโภคบริโภคภายในเรือซึ่งเป็นของใช้จำเป็นในชีวิตประจำวันแล้ว ยังมีผลไม้ รวมถึงซากสัตว์ อาทิ มะขาม เงาะ มะไฟ เครื่องในไก่ หนอนไหม(หนอนทอด) หมึกสด ปูนิ่ม หอยปากเป็ด หอยจุ๊บแจง เป็นต้นแล้ว
ยังพบเครื่องใช้ไฟฟ้า รวมทั้งเสื้อผ้าบางส่วน คิดเป็นคาดมูลค่ารวมไม่ต่ำกว่า 500,000 บาท
น.อ.วุฒิฉัตร ยังเผยถึงผลกาาสอบสวนเบื้องต้นว่าผู้ต้องหาทั้งหมดให้การรับสารภาพว่า รับจ้างขนสินค้าสำหรับการอุปโภคบริโภคจากฝั่งไทยไปยังประเทศกัมพูชา โดยได้ค่าจ้างคนละ 2,000 บาท (ขึ้นจากการจับกุมรอบที่แล้วคนละ 1,000 บาท)
อย่างไรก็ตาม แม้การจับกุมในครั้งนี้จะได้ของกลางเป็นสินค้าอุปโภคบริโภคจำนวนพอสมควร แต่เป้าหมายหลักของหน่วยงานยังคงมุ่งเน้นไปที่การกวาดล้าง ขบวนการลักลอบขนน้ำมันเถื่อน ซึ่งมีการปรับเปลี่ยนรูปแบบการขนส่งอยู่ตลอดเวลา
โดยเจ้าหน้าที่จะยังคงวางกำลังและจัดชุดสืบสวนเฝ้าระวังตามแนวชายแดนอย่างเข้มงวดในทุก ๆ วันต่อไป


