ศูนย์ข่าวขอนแก่น-บ.แกรนด์ อินเตอร์ ฟูดส์ ผู้ผลิตเบเกอรี่ภายใต้แบรนด์“บ้านขนมคุณภัทรา”อ.บ้านไผ่ นำร่องเข้าร่วมมาตรการ CSR ของบีโอไอ บริจาคเครื่องมือแพทย์และอุปกรณ์การเรียน รวมมูลค่า10ล้านบาทได้รับการยกเว้นภาษีเงินได้นิติบุคคล 3 ปี ด้าน ผอ.บีโอไอ ขอนแก่นเผยผู้ประกอบการที่เป็นคนท้องถิ่นจริงๆยังเข้าร่วมโครงการน้อยมาก ทั้งที่เป็นเงื่อนไขส่งเสริมการลงทุนที่ชุมชนท้องถิ่นได้รับประโยชน์เต็มๆ
เป็นเรื่องราวดีๆในเพจเฟซบุ๊กของโรงพยาบาลชนบท ที่ใครได้อ่านแล้วรู้สึกอิ่มใจอิ่มบุญไปด้วย เป็นการโพสต์ขอบคุณ บริษัท แกรนด์ อินเตอร์ ฟูดส์ จำกัด ผู้ผลิตเบเกอรี่ชื่อดัง แบรนด์ “บ้านขนมคุณภัทรา” มีโรงงานขนาดใหญ่และร้านจำหน่ายอยู่ริมถนนมิตรภาพ อ.บ้านไผ่ ที่ได้บริจาคเครื่องส่องกล้องตรวจระบบทางเดินอาหาร ชนิดวิดีทัศน์ จำนวน 1 ชุด มูลค่า 2,400,000 บาท ให้กับโรงพยาบาลชนบท เพื่อใช้ในการตรวจวินิจฉัยและรักษาผู้ป่วยชาวชนบท จ.ขอนแก่น
ในวันที่มีการบริจาคเครื่องมือแพทย์ดังกล่าว เมื่อ 9 เม.ย.ที่ผ่านมา ครอบครัวมหาปิติ ไปร่วมส่งมอบอย่างหน้าพร้อมตา ทั้งคุณพ่อคุณแม่ คุณเฉลิมพล คุณกฤษณภัทรรวมถึงสมาชิกในครอบครัวด้วย ขณะที่ นพ.เชิดชัย กิตติโพวานนท์ ผอ.โรงพยาบาลชนบทนำตัวแทนบุคลากรทุกแผนกมาร่วมรับมอบ บรรยากาศชื่นมื่นเต็มไปด้วยรอยยิ้ม
คุณเฉลิมพลและคุณกฤษณภัทร เล่าถึงการบริจาคอุปกรณ์การแพทย์ ก่อนนี้ได้คุยกับผู้อำนวยการโรงพยาบาลชนบท ถึงความต้องการเครื่องมือรักษาลำไส้ โดยเป็นกล้องส่องลำไส้ เราเห็นความต้องการ เห็นเห็นความตั้งใจของโรงพยาบาลที่จะรักษาผู้ป่วยทางด้านนี้โดยเฉพาะ ประกอบกับเราได้รู้จักกับท่าน ผอ.บีโอไอขอนแก่นได้พูดคุยกัน เห็นช่องทางว่ามีโครงการสิทธิพิเศษยกเว้นทางภาษีเงินได้ให้กับผู้ประกอบการภายใต้โครงส่งเสริมการลงทุนเพื่อพัฒนาชุมชนและสังคม เป้าหมายของกิจกรรมคือการคืนกำไรสู่สังคม หรือมาตรการ CSRนั่นเอง
ภายใต้มาตรการพิเศษของบีโอไอที่บริษัท แกรนด์อินเตอร์ ฟูดส์ จำกัด ต้องดำเนินการตามเงื่อนไข คือการบริจาคซื้อเครื่องมือแพทย์ ให้กับ 3 โรงพยาบาล และสนับสนุนอุปกรณ์การเรียนหรือเครื่องมือเสริมทักษะการเรียนรู้ให้อีก 1 โรงเรียน เป็นวงเงินรวมทั้งหมด 10 ล้านบาท โดยทยอยบริจาคภายในระยะ 3 ปี ประกอบด้วย โรงพยาบาลชนบท มอบเครื่องส่องกล้องลำไส้ 1 ชุด ประมาณ 2.5 ล้านบาท , โรงพยาบาลสิรินธร บริจาคเครื่องช่วยหายใจไหลเวียนสูง 11 เครื่อง มูลค่า 2.5 ล้านบาท, โรงพยาบาลศรีนครินทร์ บริจาคเครื่องผ่าตัดดวงตา 4.5 ล้านบาท และที่เหลือเป็นการมอบอุปกรณ์การเรียนและเครื่องกีฬาสำหรับคนพิการให้กับโรงเรียนศรีสังวาล
คุณเฉลิมพลบอกอีกว่า บีโอไอนอกจากมีโครงการช่วยเหลือผู้ประกอบการนักลงทุนที่ดีแล้วยังเป็นสะพานบุญให้กับ บ้านขนมคุณภัทราอีกด้วย ตรงไหนที่มีความต้องการเครื่องมือแพทย์หรืออุปกรณ์การเรียน ซึ่งเราเองไม่สามารถทราบได้ เช่นกรณีของโรงเรียนศรีสังวาล ก็เพราะได้คุยกับผู้อำนวยการบีโอไอขอนแก่น ถึงได้รู้ว่าทางโรงเรียนยังขาดแคลนอุปกรณ์การเรียนสำหรับคนพิการทางการได้ยิน ทางบ้านขนมคุณภัทราจึงเลือกเข้าไปบริจาคเติมเต็มความต้องการให้กับน้องๆ
สำหรับการบริจาคหรือกิจกรรมสาธารณกุศลในท้องถิ่นภายใต้มาตรการพัฒนาชุมชนและสังคมของบีโอไอนั้น มีกำหนดระยะเวลา 3 ปี เริ่มตั้งแต่ปี 2569 ไปสิ้นสุดปี 2571 แต่บ้านขนมคุณภัทราเรามีแผนจะบริจาคให้ครบหมดภายในต้นปี 2570 โดยปกติบริษัท แกรนด์อินเตอร์ ฟูดส์ จำกัด ต้องชำระภาษีเงินได้ ปี 2569 นี้ประมาณ 24 ล้านบาท แต่ภายหลังเข้าร่วมโครงการนี้กับบีโอไอ เราจะได้รับการยกเว้น ชำระเพียง 14 ล้านบาท ส่วนอีก 10 ล้านบาทไม่ต้องจ่าย เพราะเรานำไปช่วยเหลือให้กับกิจการที่เกี่ยวข้องกับระบบสาธารณสุขและสถานศึกษาในท้องถิ่นแทน เป็นการช่วยยกระดับคุณภาพชีวิตและลดความเหลื่อมล้ำทางสังคม ในพื้นที่ที่สถานประกอบการตั้งอยู่
ขณะที่คุณวรรณนิภา พิภพไชยาสิทธิ์ ผู้อำนวยการศูนย์เศรษฐกิจการลงทุนภาคที่ 3 (ขอนแก่น) หรือ บีโอไอ ขอนแก่น ให้ข้อมูลเพิ่มเติมว่า มาตรการ CSR เพื่อพัฒนาช่วยชุมชนท้องถิ่น เป็นมาตรการตอบรับทางเศรษฐกิจ สำหรับคนทำดี หรือบริษัททำดี สามารถนำเงินที่ได้บริจาคให้โรงพยาบาล หรือ โรงเรียนไปขอยกเว้นภาษีเงินได้นิติบุคคลของบริษัทในระยะ 3 ปี ( 2569-2571 )ในวงเงิน 5 ล้านบาทขึ้นไป บ้านขนมคุณภัทราเข้าเงื่อนไขตามมาตรการพิเศษ ทำโรงงานแปรรูปขนม
ปกติบริษัทที่อยู่ในเงื่อนไขตามโครงการ จะมีการจ่ายเงินภาษีเงินได้นิติบุคคลรายปีอยู่แล้ว ก็สามารถนำเงินบริจาคทั้งเครื่องมือแพทย์ อุปกรณ์การเรียน ที่บริจาคไปแล้ว นำมายกเว้นการจ่ายเงินภาษีเงินได้นิติบุคคล โดยจะมีบอร์ดบีโอไอ เป็นผู้พิจารณาอนุมัติ เป็นการเพิ่มมูลค่าในพื้นที่ แทนที่จะเอาเงินเข้ารัฐทั้งหมด ก็เอามาช่วยสังคมท้องถิ่นด้วย มาตรการส่งเสริมการลงทุนเพื่อพัฒนาชุมชนและสังคม กรณีการสนับสนุนด้านสาธารณสุขและด้านการศึกษา ได้รับวงเงินยกเว้นภาษีเงินได้นิติบุคคลเพิ่มเติม 50% ของเงินสนับสนุน
“บ้านขนมคุณภัทราเป็นธุรกิจท้องถิ่นของขอนแก่นรายแรกที่เข้าโครงการนี้ แต่ก็มีอยู่หลายกิจการที่ไม่ใช่คนในพื้นที่ เป็นนักลงทุนจากที่อื่นที่ใช้มาตรการพิเศษนี้ เราพยายามประชาสัมพันธ์ให้ผู้ประกอบการท้องถิ่นรับรู้กันเยอะๆ มีคำถามหรืออยากทราบข้อมูลเกี่ยวกับโครงการนี้สามารถติดต่อสอบถามที่บีโอไอได้ตลอด เราพร้อมให้คำปรึกษา”ผอ.บีโอไอ.ขอนแก่นกล่าวย้ำ


