ประจวบคีรีขันธ์ – สำนักงานชลประทานที่ 14 ร่วมประชุมติดตามสถานการณ์น้ำใน อ่างเก็บน้ำปราณบุรี หลังพบปริมาณน้ำลดลงต่อเนื่อง โดยมี จักพันธ์ ปิยพรไพบูลย์ เป็นประธาน เน้นย้ำการบูรณาการทุกภาคส่วนวางแผนบริหารจัดการน้ำ พร้อมเตรียมมาตรการช่วยเหลือประชาชนรับมือฤดูแล้ง
วันนี้ (10 เม.ย.) นายนรเศรษฐ สองทอง ผู้อำนวยการสำนักงานชลประทานที่ 14 พร้อมคณะผู้บริหาร อาทิ นายไพโรจน์ เตชะเจริญสุขจีระ รองผู้อำนวยการฯ นายสุรชัย หลักทองคำ ผู้อำนวยการโครงการส่งน้ำและบำรุงรักษาปราณบุรี และนายอุดร พรมปา ผู้อำนวยการส่วนบริหารจัดการน้ำและบำรุงรักษา เข้าร่วมประชุมกับหน่วยงานในพื้นที่ รวมถึงนายอำเภอปราณบุรี องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น กำนัน ผู้ใหญ่บ้าน และหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ที่เทศบาลเขาน้อย อำเภอปราณบุรี จังหวัดประจวบคีรีขันธ์
ในที่ประชุมได้รับรายงานว่า เดิมได้วางแผนจัดสรรน้ำฤดูแล้งปี 2569 รวม 195 ล้านลูกบาศก์เมตร เพื่อรองรับการใช้น้ำในทุกภาคส่วน ทั้งอุปโภคบริโภค การเกษตร ระบบนิเวศ และอุตสาหกรรม แต่เมื่อเข้าสู่สถานการณ์จริง พบว่าปริมาณน้ำต้นทุนใน อ่างเก็บน้ำปราณบุรี ต่ำกว่าที่คาดการณ์
จึงได้มีการปรับแผนบริหารจัดการน้ำ โดยกำหนด “ส่งน้ำแบบเดือนเว้นเดือน” และ “งดปลูกข้าวนาปรัง” เพื่อลดความเสี่ยงและยืดระยะเวลาการใช้น้ำให้เกิดประโยชน์สูงสุด
ทั้งนี้ จากการติดตามสถานการณ์ล่าสุด พบว่าปริมาณน้ำในอ่างยังคงลดลงอย่างต่อเนื่อง ขณะที่น้ำไหลเข้าอ่างต่ำกว่าค่าปกติอย่างมาก ทำให้ต้องเฝ้าระวังอย่างใกล้ชิด และบริหารจัดการน้ำอย่างระมัดระวัง โดยให้ความสำคัญกับน้ำเพื่อการอุปโภคบริโภคของประชาชนเป็นอันดับแรก
นอกจากนี้ ที่ประชุมยังรับทราบข้อมูลจาก กรมอุตุนิยมวิทยา ซึ่งคาดการณ์ว่าปริมาณฝนมีแนวโน้มต่ำกว่าค่าปกติ และมีความเสี่ยงเข้าสู่ภาวะ เอลนีโญ ในช่วงกลางปีต่อเนื่องถึงปลายปี ยิ่งเพิ่มแรงกดดันต่อสถานการณ์น้ำในพื้นที่
อย่างไรก็ตาม สำนักงานชลประทานที่ 14 ยืนยันว่า ปัจจุบันยังมีน้ำดิบเพียงพอสำหรับการผลิตน้ำประปาและการอุปโภคบริโภค โดยจะประสานการทำงานกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องอย่างใกล้ชิด เพื่อให้ประชาชนมีน้ำใช้อย่างต่อเนื่อง
พร้อมกันนี้ ได้เตรียมความพร้อมด้านเครื่องจักร เครื่องสูบน้ำ และรถบรรทุกน้ำ เพื่อรองรับกรณีเกิดสถานการณ์ขาดแคลนน้ำ ทั้งในภาคครัวเรือนและภาคการเกษตร รวมถึงการเติมน้ำให้แหล่งน้ำชุมชนในพื้นที่เสี่ยง
การประชุมครั้งนี้สะท้อนความร่วมมือของทุกภาคส่วน ทั้งภาครัฐ นักการเมืองท้องถิ่น และผู้นำชุมชน ในการบูรณาการข้อมูล วางแผนเชิงรุก และเตรียมรับมือสถานการณ์ภัยแล้งอย่างเป็นระบบ เพื่อบรรเทาผลกระทบและดูแลประชาชนได้อย่างทั่วถึงและมีประสิทธิภาพ


