นครปฐม - มหาวิทยาลัยศิลปากร ส่งมอบซากเรือโบราณอายุกว่า 1,200 ปี พร้อมโบราณวัตถุสำคัญ ให้วัดไผ่ล้อมพระอารามหลวง เตรียมจัดแสดงสาธารณะ ชี้เป็นหลักฐานใหม่ยืนยันความรุ่งเรือง “นครปฐม” ศูนย์กลางการค้าสมัยทวารวดี เชื่อมโยงนานาอารยธรรม
วันนี้ ( 8 เม.ย.) ผู้สื่อข่าวรายงานว่า มหาวิทยาลัยศิลปากร วิทยาเขตพระราชวังสนามจันทร์ จังหวัดนครปฐม ได้จัดพิธีส่งมอบซากเรือโบราณอายุกว่า 1,200 ปี พร้อมวัตถุสืบค้นทางประวัติศาสตร์ ให้แก่วัดไผ่ล้อมพระอารามหลวง เพื่อเตรียมจัดแสดงและพัฒนาเป็นแหล่งเรียนรู้สำคัญของท้องถิ่น ณ ศาลาหลวงพ่อพูล วัดไผ่ล้อมพระอารามหลวง
โดยมีคณะผู้บริหารมหาวิทยาลัยศิลปากร นำโดย ผศ.ดร.ระพีพันธ์ แก้วอ่อน รองอธิการบดี พร้อมด้วยคณาจารย์ นักวิชาการ และหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ร่วมเป็นสักขีพยานในการส่งมอบ ขณะที่พระครูปลัดสิทธิวัฒน์ (หลวงพี่น้ำฝน) ผู้รักษาการแทนเจ้าอาวาส เป็นผู้รับมอบ
สำหรับซากเรือโบราณดังกล่าว เป็นผลงานการค้นพบและรวบรวมของนายไพบูลย์ พวงสำลี อดีตประธานกลุ่มศรีทวารวดี นักโบราณคดีท้องถิ่น เมื่อปี 2558 บริเวณบึงกุ่ม–บึงบางช้าง ตำบลธรรมศาลา อำเภอเมือง จังหวัดนครปฐม โดยภายในพื้นที่ยังพบโบราณวัตถุจำนวนมาก อาทิ เศษเครื่องปั้นดินเผา เครื่องใช้ กระดูกสัตว์ รวมถึงวัตถุที่มีแหล่งกำเนิดจากอินเดีย จีน และอาหรับ
การค้นพบครั้งนี้นับเป็นหลักฐานสำคัญที่บ่งชี้ว่า พื้นที่นครปฐมเคยเป็นศูนย์กลางการค้าขายและการติดต่อกับอารยธรรมต่างๆ ในยุคอาณาจักรทวารวดี โดยเฉพาะการพบเรือโบราณประเภท “Lashed-Lug boat” หรือเรือยกสันนูนเจาะรูผูกรัด ซึ่งเป็นเทคนิคการต่อเรือที่พบในภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ เช่น อินโดนีเซีย เวียดนาม และฟิลิปปินส์
ร.อ.บุณยาฤทธิ์ ฉายสุวรรณ ผู้อำนวยการสำนักศิลปากรที่ 2 สุพรรณบุรี เปิดเผยว่า เรือประเภทนี้เป็นเรือสินค้าขนาดเล็ก ใช้ในการเดินทางและแลกเปลี่ยนสินค้าระหว่างคาบสมุทรกับหมู่เกาะในภูมิภาค มีอายุอยู่ในช่วงพุทธศตวรรษที่ 14–15 และการค้นพบในนครปฐมถือเป็นครั้งแรกที่ยืนยันว่าเส้นทางการค้าทางน้ำได้เข้าถึงพื้นที่ตอนในของแผ่นดิน
ด้านพระครูปลัดสิทธิวัฒน์ กล่าวว่า วัดไผ่ล้อมมีความเกี่ยวข้องทางประวัติศาสตร์กับองค์พระปฐมเจดีย์ และอาจมีรากเหง้าย้อนถึงยุคทวารวดีเช่นกัน การได้รับมอบโบราณวัตถุครั้งนี้ จะนำไปพัฒนาเป็นนิทรรศการเพื่อการศึกษา ในงานรำลึกหลวงพ่อพูลละสังขารครบ 20 ปี ระหว่างวันที่ 22–31 พฤษภาคม 2569 และต่อยอดเป็นแหล่งเรียนรู้ของชุมชนในอนาคต
ทั้งนี้ การค้นพบซากเรือโบราณดังกล่าว ยังถือเป็นการเปิด “หน้าประวัติศาสตร์ใหม่” ของจังหวัดนครปฐม และวงการโบราณคดีไทย ที่สะท้อนถึงความรุ่งเรืองของอาณาจักรทวารวดี ในฐานะศูนย์กลางการค้าและการเชื่อมโยงอารยธรรมในภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้เมื่อกว่า 1,200 ปีก่อน.


