xs
xsm
sm
md
lg

(คลิป)เปิดเส้นทางชีวิต ผบ.ศฝ.นศท.มทบ.22 จากทหารเกณฑ์ สู่ "พันเอก"! ยันพลทหารก็เป็นเจ้าคนนายคนได้

เผยแพร่:   ปรับปรุง:   โดย: ผู้จัดการออนไลน์



อุดรธานี - เรื่องจริงกลางวงจับสลากใบดำใบแดงที่อุดรธานี เมื่อผู้คุมการเกณฑ์ทหารเคยเป็น “คนลุ้นใบแดง” มาก่อน พันเอก คมวัชรินทร์ กอทอง เล่าเรื่องราวชีวิตที่พลิกผันจากทหารเกณฑ์ปี 2539 สู่ตำแหน่งนายทหารระดับสูง ย้ำ “ใบแดงไม่ใช่จุดจบ แต่คือโอกาส” ในยุคกองทัพเปิดทางเติบโตสูงถึง 80%


                           

วันที่ 1-12 เมษายนของทุกปีคือช่วงเวลาสำคัญที่ชายไทยทั่วประเทศต้องเผชิญ “จุดเปลี่ยนชีวิต” กับการตรวจเลือกทหารกองเกิน ซึ่งไม่ใช่เพียงขั้นตอนตามกฎหมาย แต่ยังเป็นบททดสอบที่เต็มไปด้วยความคาดหวัง ความกังวล และความไม่แน่นอนของอนาคต

ที่อำเภอเมืองอุดรธานี บรรยากาศการตรวจเลือกทหารปีนี้ยังคงคึกคัก ชายหนุ่มจำนวนมากทยอยเข้ารายงานตัว ท่ามกลางสายตาของครอบครัวที่เฝ้าลุ้น เสียงพูดคุยสลับกับความเงียบงันในช่วงเวลาสำคัญ ก่อนการจับสลาก “ใบดำ-ใบแดง” ซึ่งอาจกำหนดเส้นทางชีวิตของใครหลายคน

แต่ท่ามกลางความตึงเครียดนั้น เสียงหนึ่งกลับทำให้บรรยากาศเปลี่ยนไป “ผมก็เคยยืนอยู่ตรงจุดนี้มาก่อน..” คำกล่าวจาก พันเอก คมวัชรินทร์ กอทอง ผู้บังคับบัญชาศูนย์ฝึกนักศึกษาวิชาทหาร มณฑลทหารบกที่ 22 (ผบ.ศฝ.นศท.มทบ.22) ซึ่งทำหน้าที่ควบคุมการตรวจเลือกในพื้นที่ กลายเป็นจุดสนใจของผู้เข้ารับการตรวจเลือก ก่อนเริ่มการจับสลากในแต่ละวัน เขาจะขึ้นกล่าวให้โอวาท ไม่ใช่เพียงเพื่อชี้แจงขั้นตอน แต่เพื่อ “เล่าเรื่องจริง” ของชีวิตที่เริ่มต้นจากจุดเดียวกับชายหนุ่มที่ยืนอยู่เบื้องหน้า


พันเอก คมวัชรินทร์เปิดเผยว่า เมื่อวันที่ 7 เมษายน 2539 เขาเป็นเพียงเด็กหนุ่มต่างจังหวัดที่ใฝ่ฝันอยากเรียนต่อด้านวิศวกรรมศาสตร์ และไม่เคยคิดว่าจะได้สวมเครื่องแบบทหาร แต่ทุกอย่างเปลี่ยนไปในวันที่จับได้ “ใบแดง” “วันนั้นคือวันที่ชีวิตเปลี่ยนไปตลอดกาล จากคนที่คิดว่าไม่มีโอกาสรับราชการ กลับต้องเข้ามาอยู่ในระบบทหาร”

ภายใต้รั้วค่าย เขาได้เรียนรู้ระเบียบวินัย ได้รับคำแนะนำจากผู้บังคับบัญชา และเริ่มมองเห็นเส้นทางใหม่ของชีวิต ก่อนตัดสินใจสอบเข้าโรงเรียนนายสิบทหารบกในปี 2540

ด้วยความมุ่งมั่นและผลงานที่โดดเด่น ทำให้เขาได้รับโควตาเพียง 1 ใน 20 ของรุ่น เพื่อก้าวต่อไปสู่โรงเรียนเตรียมทหาร และโรงเรียนนายร้อยพระจุลจอมเกล้า จาก “พลทหาร” สู่ “นายทหารสัญญาบัตร” เส้นทางไม่ได้โรยด้วยกลีบกุหลาบ เขาผ่านการปฏิบัติหน้าที่ในพื้นที่เสี่ยง ทั้ง 3 จังหวัดชายแดนภาคใต้ และพื้นที่ชายแดนไทย-กัมพูชา ก่อนจะไต่เต้าจนก้าวขึ้นเป็นผู้บังคับบัญชาในปัจจุบัน


“ใบแดงไม่ใช่จุดจบ แต่คือโอกาส”
ท่ามกลางมุมมองของสังคมที่ยังมองการเกณฑ์ทหารเป็น “ความเสี่ยง” พันเอก คมวัชรินทร์กลับย้ำว่า นี่คือ “โอกาส” ของชีวิต ปัจจุบันกองทัพบกได้ปรับระบบการฝึกให้ทันสมัยและปลอดภัยมากขึ้น มีระบบนิรภัย ลดความสูญเสีย เปิดโอกาสให้ทหารใหม่ติดต่อครอบครัวได้ และให้ญาติเข้าเยี่ยมได้ตั้งแต่สัปดาห์ที่ 3




ขณะเดียวกัน “เส้นทางเติบโต” ก็เปิดกว้างกว่าที่เคย โดยกองทัพเปิดโควตานักเรียนนายสิบให้ทหารกองประจำการสูงถึง 80% และมีเป้าหมายขยายเป็น 100% ในอนาคต

“ที่ผมมายืนอยู่ได้ทุกวันนี้ ต้องขอขอบคุณใบแดงวันนั้น มันทำให้เด็กบ้านนอกคนหนึ่งมีโอกาสเปลี่ยนชีวิต”คำพูดทิ้งท้ายนี้ ไม่ใช่เพียงคำปลอบใจ แต่คือ “หลักฐานมีชีวิต” ของเส้นทางที่เป็นไปได้จริง และในห้วงเวลาที่ชายไทยจำนวนมากกำลังลุ้นชะตากับแผ่นกระดาษเล็กๆ สีแดงหรือสีดำ เรื่องราวของเขา อาจทำให้ใครบางคนเริ่มมอง “ใบแดง” ไม่ใช่จุดจบ หากแต่เป็น “จุดเริ่มต้น” ของโอกาสที่ยิ่งใหญ่กว่าเดิม