xs
xsm
sm
md
lg

ถกเข้มผู้ประกอบการ Walking Street พัทยา คุม “การ์ด” ห้ามใช้ความรุนแรง

เผยแพร่:   ปรับปรุง:   โดย: ผู้จัดการออนไลน์



ศูนย์ข่าว​ศรี​ราชา​- ตำรวจท่องเที่ยว ถกเข้มผู้ประกอบการ Walking Street พัทยา คุม “การ์ด” ห้ามใช้ความรุนแรงหวังฟื้นความเชื่อมั่นนักท่องเที่ยว

จากกรณีที่เกิดกระแสวิพากษ์วิจารณ์อย่างหนักในโลกสังคมออนไลน์เกี่ยวกับพฤติกรรม​ของพนักงานรักษาความปลอดภัย (การ์ด) ในสถานบันเทิงภายในโครงการ Walking Street ย่านพัทยาใต้ ที่มักใช้ความรุนแรงกับนักท่องเที่ยว จนกระทบต่อภาพลักษณ์การท่องเที่ยวของประเทศและเมืองพัทยา​เป็นอย่างมากนั้น

ล่าสุดเมื่อช่วงเย็นที่ผ่านมา (7 เม.ย.) พ.ต.อ.มิลิน เพียรช่าง ผู้กำกับการ 2 กองบังคับการตำรวจท่องเที่ยว 1 ได้เรียกประชุมผู้ประกอบการในโครงการ Walking Street ย่านพัทยาใต้ ที่ ร้านเดอะสโตนเฮ้าส์ อ.บางละมุง จ.ชลบุรี เพื่อหารือแนวทางการดูแลความปลอดภัยให้กับนักท่องเที่ยว และป้องกันเหตุที่อาจกระทบต่อภาพลักษณ์การท่องเที่ยวของเมืองพัทยา และประเทศไทย

โดยมี พ.ต.ท.ศุภรัตน์ มีปรีชา รองผู้กำกับการ 2 บก.ทท.1, พ.ต.ท.สิริวัฒน์ คัชมาตย์ รองผู้กำกับการป้องกันปราบปราม สภ.เมืองพัทยา, เจ้าหน้าที่ตำรวจตรวจคนเข้าเมืองจังหวัดชลบุรี ฝ่ายปกครองอำเภอบางละมุง และ น.ส.อำพร แก้วแสง ประธาน กต.ตร.สภ.เมืองพัทยา รวมถึง นายสุขราช กาลรา ประธานชุมชน Walking Street เข้าร่วม

ทั้งนี้ที่ประชุมได้ร่วมกันกำหนดแนวทางป้องกันไม่ให้เกิดเหตุซ้ำ พร้อมยกระดับมาตรการดูแลนักท่องเที่ยวเพื่อสร้างความเชื่อมั่นด้านความปลอดภัย​ และรักษาภาพลักษณ์ของแหล่งท่องเที่ยวสำคัญ 


หลังพบว่าช่วงเดือนธันวาคม 2568 -​มีนาคม 2569 ได้เหตุที่เกิดกับนักท่องเที่ยวส่วนใหญ่ เป็นคดีทำร้ายร่างกาย และมีแนวโน้มสูงขึ้นในเดือนมีนาคมที่ผ่านมา

ซึ่ง พ.ต.อ.มิลิน เพียรช่าง ผู้กำกับการ 2 กองบังคับการตำรวจท่องเที่ยว 1 ได้ย้ำให้ทุกฝ่ายร่วมกันดูแลนักท่องเที่ยวอย่างใกล้ชิด โดยเฉพาะ “การ์ด” ที่จะต้องควบคุมอารมณ์ ห้ามใช้ความรุนแรงกับนักท่องเที่ยว​โดยเด็ดขาดแม้ในกรณีขัดแย้ง เช่น ปัญหาการชำระเงิน 

พร้อมกำชับว่า หากมีเหตุการณ์รุนแรงและมีภาพหรือคลิปเผยแพร่ในโซเชียล ผู้เกี่ยวข้องและหน่วยงานต้นสังกัดจะต้องถูกตรวจสอบและรับผิดชอบทันที

นอกจากนี้ ยังตั้งข้อสังเกตว่าหากมีการ์ดหลายคนในจุดเดียวกัน ควรมีอย่างน้อยหนึ่งคนทำหน้าที่ควบคุมสติ ห้ามปรามไม่ให้เกิดการรุมทำร้าย ซึ่งถือเป็นกลไกสำคัญในการหยุดยั้งเหตุไม่ให้บานปลาย


เบื้องต้นได้ขอความร่วมมือจากสถานประกอบการทุกแห่งให้เข้มงวดในการดูแลบุคลากรของตนเอง พร้อมเสนอแนวคิดคัดเลือกผู้นำยับยั้งเหตุหรือบุคลากรที่มีวุฒิภาวะในแต่ละร้าน ทำหน้าที่ควบคุมสถานการณ์ เตือนสติ และยับยั้งความรุนแรง รวมถึงให้ประเมินกำลังพล เพื่อคัดเลือกผู้ที่มีศักยภาพเหมาะสม

ขณะเดียวกันยังเตรียมนำแนวคิด “เบรกเกม” มาใช้ เปรียบเหมือนการแข่งขันกีฬา เมื่อสถานการณ์เริ่มตึงเครียด ต้องมีผู้เข้าหยุดทันที เพื่อลดโอกาสเกิดเหตุรุนแรง และมีแผนประสานเจ้าหน้าที่ที่ผ่านการอบรมจากตำรวจสนามบิน มาให้ความรู้เพิ่มเติมเรื่องการใช้ระดับกำลัง (Use of Force) อย่างเหมาะสม และเทคนิคการระงับเหตุโดยไม่ใช้ความรุนแรง


ด้าน พ.ต.ท.สิริวัฒน์ คัชมาตย์ รองผู้กำกับการป้องกันปราบปราม สภ.เมืองพัทยา ระบุชัดว่า การ์ด ต้องทำหน้าที่ “ระงับเหตุ” ไม่ใช่ “คู่กรณี” โดยต้องเน้นการห้ามปราม แยกคู่กรณี ลดความตึงเครียด และหลีกเลี่ยงการเข้าไปมีส่วนร่วมในความขัดแย้ง

 ทั้งนี้ หากสถานการณ์เกินควบคุม หรือเริ่มมีสัญญาณความรุนแรง เช่น การผลักดันหรือโต้เถียงรุนแรง ต้องรีบแจ้งเจ้าหน้าที่ตำรวจทันที เพื่อเข้าระงับเหตุอย่างรวดเร็ว โดยเจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.เมืองพัทยา ตำรวจท่องเที่ยว และฝ่ายปกครอง พร้อมดูแลพื้นที่ตลอด 24 ชั่วโมง

นอกจากนี้ เจ้าหน้าที่ยังเฝ้าระวังและดำเนินการกับกลุ่มบุคคลเสี่ยงที่อาจก่อความเดือดร้อนหรือก่อเหตุลักทรัพย์ โดยมีการจัดทำประวัติและสลายการรวมกลุ่มอย่างต่อเนื่อง พร้อมเน้นย้ำให้การ์ดทำหน้าที่เป็น “หูเป็นตา” ในการเฝ้าระวังและระงับเหตุเบื้องต้น