เชียงราย - ผู้ว่าฯ นำไว้อาลัย “เอ็มเมืองพาน หรือนรินทร ทามาส” ลูกศิษย์คนสนิท-เลขาฯ ส่วนตัว “อ.เฉลิมชัย” ควบบีเอ็มฯ คันใหญ่ตกข้างทางเสียชีวิต ขณะที่กลุ่มบิ๊กไบค์เบิลเครื่องรถคู่ใจส่งเพื่อนเป็นครั้งสุดท้าย เผยอุทาหรณ์สิงห์มอ’ไซค์ เมินชุดเซฟตี้ แต่เลือกนุ่งสั้นคีบแตะ-ไม่ใส่หมวกกันน็อก-โทร.แล้วขี่ เสี่ยงทุกราย
วันนี้ (6 เม.ย.) ญาติมิตร ตลอดจนพี่น้องเครือข่ายศิลปินเชียงรายร่วมเคลื่อนศพของนายนรินทร ทามาส หรือเอ็มเมืองพาน อายุ 49 ปี ลูกศิษย์คนสนิทและเลขานุการติดตามอาจารย์เฉลิมชัย โฆษิตพิพัฒน์ ศิลปินชื่อดังชาวเชียงราย ซึ่งหลังเอ็มเมืองพานเสียชีวิตจากอุบัติเหตุบิ๊กไบค์ที่ อ.แม่สรวย จ.เชียงราย เมื่อค่ำวันที่ 3 เม.ย. ออกจากศาลาอเนกประสงค์ หลังวัดร่องขุ่น ต.ป่าอ้อดอนชัย อ.เมืองเชียงราย จ.เชียงราย ไปยังฌาปนสถานรวมใจร่องขุ่น สันทรายน้อย ต.ป่าอ้อดอนชัย
โดยมีอาจารย์เฉลิมชัย ญาติมิตร ศิลปินสมาคมขัวศิลปะ และผู้ที่รู้จักมักคุ้นกับนายนรินทรเดินทางไปร่วมในพิธีเป็นจำนวนมาก ขณะที่นายชูชีพ พงษ์ไชย ผู้ว่าราชการ จ.เชียงราย พล.ต.ต.มานพ เสนากุล ผบก.ภ.จว.เชียงราย และคณะได้เดินทางไปร่วมไว้อาลัยด้วย
อาจารย์เฉลิมชัยยังได้กล่าวต่อผู้ไปร่วมพิธีว่ามีการออกข่าวว่าตนจะยกเลิกการขี่มอเตอร์ไซค์เพราะพาลูกศิษย์ไปตายจนมีผู้คนเข้าไปด่าว่าประณามตน ทั้งที่ไม่เกี่ยวกันเลย ไม่เป็นความจริงเลยสักอย่าง ไม่มีความจริงตามที่ว่าเลย เพราะขณะนั้นตนยังอยู่ที่ประเทศญี่ปุ่นกับภรรยา ลูกและเพื่อนเป็นเวลา 6 คืน ก่อนเดินทางกลับกรุงเทพฯ และเชียงราย
อาจารย์เฉลิมชัยกล่าวอีกว่าตนเคยเตือนนายนรินทรอยู่เสมอ เมื่อไปเที่ยวทั้งในและต่างประเทศให้สวมใส่ชุดเซฟตี้ แต่เขามักจะใส่เฉพาะเมื่อเดินทางไปไกลๆ ถ้าเป็นระยะใกล้ๆ ยิ่งในเชียงรายหรือเชียงใหม่มักจะไม่ใส่โดยเฉพาะหมวกกันน็อก ทั้งๆ ที่ตามปกติพวกตนจะมีเซฟตี้ราคา 20,000 กว่าบาท ชุดที่สวมราคาตัวละ 120,000 บาท และหมวกกันน็อกอีก 30,000-40,000 บาท
“หากวันนั้นนายนรินทรใส่ชุดเหล่านี้เขาคงไม่เสียชีวิต แต่เขากลับไม่ใส่ โดยสวมแค่กางเกงขาสั้นและรองเท้าแตะ ที่ผ่านมาผมเคยเตือนเวลาไปเที่ยวขึ้นดอยให้สวมหมวกกันน็อก เพราะมีอยู่ครั้งหนึ่งเคยประสบอุบัติเหตุบนเขา แต่ศีรษะไม่เป็นอะไรเพราะสวมหมวกกันน็อก ส่วนครั้งนี้ถือว่าแย่มากเพราะรถก็มีขนาดใหญ่และหนักด้วย”
อาจารย์เฉลิมชัยกล่าวด้วยว่า นอกจากนี้เขามักจะชอบคุยโทรศัพท์โดยถือแฮนด์รถข้างเดียว ตนยังเคยต่อว่าเขาว่าจะมีธุรกิจส้น..นอะไรกันนักหนา ดังนั้นตนจึงคาดว่าเขาอาจจะกำลังควักเอาโทรศัพท์ออกมาและตกใจ เมื่อถึงทางโค้งจึงประสบอุบัติเหตุเสียชีวิตด้วยความประมาท เพราะเท่าที่เห็นตอนเขาไม่สวมใส่หมวกกันน็อกก็มักจะใช้โทรศัพท์มือถืออยู่เสมอ
อย่างไรก็ตาม งานศพนี้ตนไม่อยากให้เศร้าโศกเสียใจมาก ให้ทำใจ เพราะเขาได้เสียชีวิตไปแล้วและไปดีแล้ว แต่ขอเป็นอุทาหรณ์ว่าหากขับขี่มอเตอร์ไซค์ไม่ว่าจะขนาดไหนจะต้องไม่ประมาท มีสติอยู่กับแฮนด์รถตลอดเวลา โดยเฉพาะเมื่อถึงทางโค้งและรถใช้ความเร็ว
"ไอ้เอ็มตายผมไม่ขี่รถแล้ว ไม่ใช่เพราะว่าผมพามันไปตาย ที่ผมไม่ขี่เพราะว่าผมทำใจไม่ได้ ผมไม่สามารถทำใจได้โดยการขี่มอเตอร์ไซค์โดยไม่มีไอ้เอ็ม ผมมีคนขี่กับผม 4-5 คน แต่เมื่อไม่มีไอ้เอ็มผมไม่ขี่เพราะผมรักมัน" อาจารย์เฉลิมชัยกล่าวและว่าปัจจุบันตนได้เก็บรถมอเตอร์ไซค์คันใหญ่เอาไว้แล้วโดยจะไม่ขับขี่รถที่มี ซี.ซี.สูงอีกต่อไป
หลังจากนั้นได้มีการจัดฌาปนกิจศพตามประเพณีภาคเหนือ โดยมีพระครูวิจิตรศิลปาจารย์ เจ้าอาวาสวัดร่องขุ่นเป็นประธานฝ่ายสงฆ์ และผู้ว่าราชการ จ.เชียงราย นำผู้เข้าร่วมพิธีทุกคนวางดอกไม้จันทน์เป็นอันเสร็จพิธี
ขณะที่บรรดาผู้ขับขี่รถมอเตอร์ไซค์บิ๊กไบค์ซึ่งเป็นผู้ที่คุ้นเคยและเคยขับขี่มอเตอร์พากันไปท่องเที่ยวตามสถานที่ต่างๆ พร้อมกับนายนรินทรต่างนำมอเตอร์ไซค์ไปร่วมงานอย่างคับคั่ง และช่วงที่มีการฌาปนกิจศพแต่ละคนต่างควบมอเตอร์ไซค์คู่ใจแล้วสตาร์ทรถเร่งเครื่องเพื่อไว้อาลัยเป็นครั้งสุดท้ายด้วย


