ลำปาง - สร้างเงินหมุนเวียน กระตุ้นเศรษฐกิจได้อีกทาง.. นายกเมืองเขลางค์นครร่วมอนุรักษ์กีฬาพื้นบ้าน เปิดสนามตั้งกลอนกว่างชนนอกฤดูเมืองเขลางค์นคร เซียนกว่างทั้งในและต่างจังหวัดพากว่างเพาะคู่ใจทั้งพันธุ์ไทย-พันธุ์ต่างประเทศ ประกบคู่ลงแข่งมากกว่า 300 ตัว เผยพันธุ์อินโดนีเซียสุมาตรา กินหรูทั้งน้ำผึ้ง น้ำอ้อย แบรนด์ ฯลฯ ราคาพุ่งหลักหมื่น
บริเวณสวนบ่าป้าว ปาเอ็ม บ้านโทกหัวช้าง ตำบลพระบาท อ.เมืองลำปาง ได้จัดการแข่งขันชนกว่าง รายการ papa thander ร่วมอนุรักษ์กว่างชนเมืองเขลางค์นคร คืนที่ผ่านมา(4 เม.ย.69) ท่ามกลางเซียนกว่าง ที่พากันนำด้วงกว่างตัวงาม เขาโค้งแหลมเข้าร่วมประชันกันกว่า 300 ตัว โดยนายไพฑูรย์ โพธิ์ทอง นายกเทศมนตรีเมืองเขลางค์นคร พร้อมทีมงานเพื่ออนุรักษ์กีฬาพื้นบ้านและช่วยขับเคลื่อนเศรษฐกิจของจังหวัดลำปาง ให้การสนับสนุนถ้วยและเงินรางวัล
การแข่งขันแบ่งออกเป็นถ้วยปกติ 4 รุ่น ได้แก่ รุ่น26/63 รุ่น26.5/64 รุ่น28/68 และ รุ่น 29/73 รางวัลชนะเลิศอันดับ1 รางวัล 1,600 บาท อันดับ2 รางวัล 800 บาท และ อันดับ3 รางวัล 800 บาท พร้อมถ้วย ส่วน รุ่น 27/66 รุ่น28/70 และรุ่น OPEN รางวัลชนะเลิศอันดับ1 รางวัล 5,040 บาท อันดับ2 รางวัล 1,260 บาท อันดับ3 รางวัล 1,260 บาท พร้อมถัวย
นายนายธนเดช ธรรมศรีใจ หรือบิ๊กบอม อายุ 35 ปี เจ้าของบิ๊กบอมฟาร์ม บ้านทุ่งกู่ด้าย ต.ปงแสนทอง อ.เมืองลำปาง เปิดเผยว่าสมาคมอนุรักษ์ด้วงกว่าง จัดงานนี้ขึ้นโดยจะมีผู้ประกอบการในทุกด้านที่เกี่ยวกับด้วงกว่าง อาทิ คนเพาะด้วงกว่าง 2 เขา ด้วงกว่างต่างประเทศ คาบูโต๊ ช้างเผือก อินโด มาเลย์ ไทย เข้าร่วม เป็นการแข่งขันนอกฤดูจะเป็นกว่างเพาะทั้งหมด หากเป็นในช่วงฤดูก็จะมีกว่างป่ามาด้วยแต่จะน้อยประมาณ10% ส่วนใหญ่จะเป็นกว่างเพาะ เนื่องจากต้องการให้เศรษฐกิจเกี่ยวกับห่วงโซ่ของด้วงกว่างสามารถดำเนินไปได้ตลอดทั้งปี
บิ๊กบอม บอกว่าตนเริ่มเพาะเลี้ยงด้วงกว่างมานาน 11 ปีแล้ว ขณะนี้มีหลายร้อยตัวที่เพาะไว้ขาย พันธุ์ที่ราคาแพงที่สุดขณะนี้คือ อินโดนีเซียสุมาตรา ราคา 500 ถึงหมื่นกว่า ขึ้นอยู่กับอายุและการแข่งขัน ยิ่งชนเก่งชนะในหลายสนามราคาก็จะแพงเพิ่มขึ้น ซึ่งกว่างพันธุ์นี้รูปร่างจะใหญ่บึกเขาหนายาว อาหารที่ใช้เลี้ยงก็จะเป็นจำนวนน้ำผึ้ง น้ำอ้อย แบรนด์ รองลงมาคืออินโดนีเซียชวา ราคาก็จะลดลงมาอยู่หลักร้อยถึงหลักพัน อายุ 1 เดือน ก็สามารถนำลงแข่งขันได้แล้ว
การเลี้ยงด้วงกว่าง นอกจากจะสามารถขายตัวกว่างแล้ว ยังขายพ่อพันธุ์แม่พันธุ์ได้ ต่อยอดสร้างมูลค่าเพิ่มทางเศรษฐกิจ โดยเฉพาะอ้อยดำจะใช้เยอะมากตนเองทำไว้ถึง 4 ไร่ ยังไม่พอกับความต้องการ ขี้วัวขี้เลื้อยก็นำมาหมักอาหารด้วงกว่าง และมูลด้วงกว่างก็นำทำปุ๋ยใส่ต้นไม้ได้ดี
ส่วนกติการการแข่งขัน ก็จะมีเหมือนทั่วไป แต่ละคู่จะใช้เวลาต่อสู้ 5นาที หากครบ 5 นาที ยังไม่รู้แพ้ชนะก็ต่อเวลาอีก 3 นาทีหากตัวไหนงับได้ก่อนก็ถือว่าชนะไป ซึ่งทำให้ต้องใช้เวลาในการแข่งนาน บางรายการหากมีผู้เข้าแข่งขันจำนวนมาก 400-500 ตัว ก็จะเปิดกลอนเปิดสนามกันนานถึง 2 วัน
ขณะที่นายไพฑูรย์ นายกเทศมนตรีเมืองเขลางค์นครกล่าวว่า การจัดการแข่งขันชนกว่างก็เหมือนการแข่งไก่ชน เป็นกีฬาพื้นบ้านชนิดหนึ่ง ซึ่งก็จะมีหลายสายพันธุ์ กว่างชนที่จัดขึ้นครั้งนี้ก็เพื่ออนุรักษ์กว่างชนเขลางค์นคร ซึ่งก็มีผู้สนใจเดินทางมาจากต่างจังหวัดจำนวนมาก ส่งผลในด้านเศรษฐกิจคือรายได้ การท่องเที่ยว ยิ่งในช่วงเข้าพรรษาช่วงที่มีกว่างธรรมชาติออกมา การจัดการแข่งขันแต่ละครั้งอย่างน้อยต้องใช้เวลาถึง 2 วัน เพราะจะมีกว่างที่นำมาแข่งขันจำนวนมาก


