อุบลราชธานี-กรณีพลเมืองดีพบเด็กทารกแรกเกิดถูกทิ้งไว้ท้ายรถห้องเย็นในตำบลขามใหญ่ อ.เมืองอุบลราชธานี เมื่อกลางดึกคืนวันที่ 2 เม.ย.จึงแจ้งเจ้าหน้าที่เข้าตรวจสอบ เพื่อหาตัวแม่มารับผิดชอบต่อไป ล่าสุดเจอตัวแล้ว อ้างไม่มีปัญญาเลี้ยง อยากให้ลูกได้อยู่กับคนรวย
ความคืบหน้าวันที่ 3 เม.ย.หลังเกิดเหตุ พ.ต.อ.ศักดิ์ศรี ไกรราช ผกก.สภ.เมืองอุบลราชธานี ได้สั่งการให้ชุดสืบสวนลงพื้นที่หาเบาะแสของคนที่เป็นแม่ใจยักษ์รายนี้ จนได้ภาพวงจรปิดและได้ข้อมูลว่า คนเป็นแม่ของเด็กทารกรายนี้ น่าจะเป็นนางสาวนวล (นามสมมติ) อายุ 25 ปี ซึ่งเป็นชาวลาว และได้ไปคลอดลูกที่โรงพยาบาล 50 พรรษา มหาวชิราลงกรณ ตำบลไร่น้อย อำเภอเมืองอุบลราชธานี เมื่อช่วงปลายเดือนมีนาคมที่ผ่านมา ชุดสืบสวนจึงเข้าสืบเบาะแสจากทางโรงพยาบาลจนได้ความจริงทั้งหมด และได้ประสานให้นางสาวนวลมาพบกับเจ้าหน้าที่ตำรวจในช่วงบ่ายวันนี้
ด้านนางสาวนวล เล่าว่า ตนเองเป็นบุคคลสัญชาติลาว พักอาศัยและทำงานอยู่ที่อำเภอโขงเจียม จังหวัดอุบลราชธานี และได้คบหาเป็นแฟนกับพ่อของเด็กจนตั้งท้อง แต่คนเป็นพ่อไม่ยอมรับว่าเป็นลูกของตนเอง โดยก่อนที่จะคลอดเมื่อวันที่ 29 มีนาคมตนได้เดินทางเข้ามาหาเพื่อนที่ทำงานอยู่สถานีขนส่งรถโดยสารอำเภอเมือง หวังจะขอมาทำงานอยู่กับเพื่อน พอดีเกิดเจ็บท้องคลอด จึงได้นั่งรถไปคลอดที่โรงพยาบาล 50 พรรษา มหาวชิราลงกรณ และได้ออกจากโรงพยาบาลเมื่อช่วงเย็นวันที่ 2 เม.ย.
นางสาวนวล เล่าต่อว่า หลังจากที่คลอดลูกแล้ว ตนคิดว่ายังไม่มีงานทำ ประกอบกับลูกไม่มีพ่อ ไม่มีใครเลี้ยง จึงเกิดความเครียดหาทางออกไม่ได้ เพราะว่าตัวเองก็เลี้ยงลูกไม่ไหว จึงได้อุ้มลูกเดินมาจากสถานีขนส่งรถโดยสาร โดยได้เดินไปเรื่อยๆ ก่อนจะเดินเข้าไปในซอย และเอาลูกไปทิ้งไว้ในท้ายรถยนต์ เพราะตนเองถูกชะตากับบ้านหลังที่เอาลูกไปทิ้งไว้ท้ายรถยนต์ คิดว่าเจ้าของบ้านหลังนั้น น่าจะเป็นคนมีเงิน จะสามารถเลี้ยงลูกของตนเองได้
นางสาวนวล ยังเล่าต่อว่า ที่จริงก็ไม่อยากจะทิ้งลูก เพียงแต่ตนเองอยากให้ลูกไปอยู่กับคนที่มีเงินสามารถเลี้ยงดูได้จะดีกว่าให้ลูกอยู่กับตนเอง ซึ่งตนอยากจะขอโทษสังคม เพราะว่าไม่มีทางเลือกจริงๆ จึงจำเป็นต้องทิ้งลูกไว้ดังกล่าว
เบื้องต้นทางพนักงานสอบสวนได้แจ้งข้อหานางสาวนวลทอดทิ้งเด็กอายุไม่เกิน 9 ปี ไว้ ณ ที่ใดก็ตาม เพื่อให้เด็กพ้นไปจากความดูแลของตน และเป็นบุคคลต่างด้าวเข้ามาในราชอาณาจักรโดยไม่ได้รับอนุญาต พร้อมคุมตัวไปดำเนินคดี ส่วนทารกเพศหญิงที่เป็นลูกของนางสาวนวล ขณะนี้ได้มอบให้ทางโรงพยาบาลเด็กสรรพสิทธิประสงค์ และหน่วยงานที่เกี่ยวข้องกับสวัสดิภาพเด็กดูแลต่อไป


