xs
xsm
sm
md
lg

มทภ.3 ปลื้ม!หนุ่มไทยเลือดรักชาติเข้มข้นแห่สมัครเป็นทหารเกิน 70-80%

เผยแพร่:   ปรับปรุง:   โดย: ผู้จัดการออนไลน์



พิษณุโลก - แม่ทัพภาคที่ 3 ตามตรวจเยี่ยมการคัดเลือกทหารเกณฑ์ ปลื้มหนุ่มไทยขอสมัครเป็นทหารเกิน 70-80% จากยอดที่ต้องการ ขณะที่ “จ่าวิรัช” อดีตตำรวจเจ้าของร้านอาหารดังนครสวรรค์ แต่ใจรักทหาร ขน”ปล้าร้า ปรุงสำเร็จ”พร้อมเสื้อแจกจ่ายกำลังพล มทบ.39 จำนวน 1,500 ตัว


วันนี้(3 เม.ย.69) พลโทวรเทพ บุญญะ แม่ทัพภาคที่ 3 พร้อมคณะเข้าตรวจเยี่ยมการตรวจเลือกทหารกองประจำการ ประจำปี 2569 ในเขตอำเภอเมืองพิษณุโลก ซึ่งจัดขึ้นที่โรงยิมเนเซียม สนามกีฬากลาง โดยมีพลตรี นพดล วัชรจิตบวร ผู้บัญชาการมณฑลทหารบกที่ 39, พันโทณัฐพล มะโนแสน ผู้บังคับกองพันทหารม้าที่ 28 กองพลทหารม้าที่ 1 ในฐานะประธานกรรมการตรวจเลือกทหารกองเกินฯ รายงานผลที่เป็นไปด้วยความเรียบร้อย โปร่งใส

โดยมีชายไทยที่เข้ารับการตรวจเลือกจาก 8 ตำบล คือ ตำบลจอมทอง ตำบลดอนทอง ตำบลสมอแข ตำบลงิ้วงาม ตำบลท่าทอง ตำบลบึงพระ ตำบลไผ่ขอดอน และตำบลบ้านคลอง จำนวน 520 นาย มียอดความต้องการทหารกองประจำการ 68 นาย แยกเป็นกองทัพบก 43 นาย กองทัพอากาศ 14 นาย และกองทัพเรือ 11 นาย ซึ่งมีผู้แสดงความจำนวนเข้าเป็นทหารกว่า 40 นาย ทำให้ต้องจับใบดำ-ใบแดงเพียง 20 นายเศษเท่านั้น


แม่ทัพภาคที่ 3 กล่าวว่า ผู้สมัครใจเข้ารับราชการทหารกองประจำการมากกว่าร้อยละ 70 เป็นตัวเลขที่น่าพอใจ สะท้อนให้เห็นถึงความตระหนักถึงหน้าที่รับใช้ชาติ และผลจาการสร้างความเข้าใจสิทธิประโยชน์ของทหารกองประจำการ มีส่วนสำคัญต่อการตัดสินใจสมัครใจเข้ารับราชการทหารเพิ่ม

“ปีนี้ ยอดสมัครเป็นทหารเกิน 70-80 เปอร์เซ็นต์ของจำนวนที่ต้องการ บางคนน้ำหนักเกินก็อยากสมัครเป็นหทาร แต่เป็นไม่ได้ ส่วนบางคนที่ไม่อยากเป็นททาร ต้องวิ่งเต้น เสียเงินนั้น ยืนยันว่า ไม่มี และเป็นไปไม่ได้ และตนได้สั่งการ เน้นย้ำ ต้องไม่มีเรื่องอย่างนี้เด็ดขาด”


ขณะที่ ร.ต.ต.ดร.วิรัช โตอิ้ม นายกเทศมนตรีตำบลท่าน้ำอ้อยม่วงหัก เจ้าของและผู้บุกเบิก “ปลาร้าจ่าวิรัช”ของฝากชื่อดัง จ.นครสวรรค์ นำของฝากน้ำพริกแจ่วบอง , ปลาร้าทรงเครื่อง, น้ำพริกจ่าวิรัช บรรจุขวดหลากชนิดพร้อมทำเสื้อยืดทหารจำนวน 1,500 ตัว มอบให้กับทหารและพลทหาร ณ.กองบัญชาการ มณฑลทหารบกที่ 39 ค่ายสมเด็จพระนเรศวรมหาราช

“จ่าวิรัช”เล่าถึงชีวิตในอดีตที่สอบทหารไม่ติด กระทั่งไปสอบติดโรงเรียนตำรวจนครบาล ว่า ชีวิตชั้นผู้น้อยนั้นลำบาก จากที่เคยเป็นจ่าสิบเอก รู้ดีว่า ชีวิตลำบากนั้นเป็นอย่างไร ซึ่งตนได้อดทนจนมาถึงวันนี้ด้วยใจรักทหาร รักชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์ โดยฉพาะองค์สมเด็จพระนเรศวรผู้ยิ่งใหญ่ วันนี้ในวัย 70 ปีกว่า ตนประสพความสำเร็จ จึงนึกถึงทหารชั้นผู้น้อย จึงนำสิ่งของยังชีพมาช่วยทหารชั้นผู้น้อย เพื่อมีกำลังใจต่อสู้ในยุคเศรษฐกิจรัดตัว น้ำมันแพง