กาญจนบุรี - ชาวไทยเชื้อสายกะเหรี่ยงบ้านสะเนพ่อง จ.กาญจนบุรี จัดประเพณีสงกรานต์ดั้งเดิม เน้นพิธีกรรมทางศาสนา ตักบาตรใต้ต้นโพธิ์ ค้ำโพธิ์–ขอขมาสะพาน ก่อนอัญเชิญพระแก้วขาวให้ประชาชนสรงน้ำ เสริมสิริมงคล
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ที่บ้านสะเนพ่อง ตำบลไล่โว่ อำเภอสังขละบุรี จังหวัดกาญจนบุรี ชาวไทยเชื้อสายกะเหรี่ยง พร้อมด้วยประชาชนและนักท่องเที่ยวจำนวนมาก ร่วมงานประเพณีสงกรานต์บ้านสะเนพ่อง ประจำปี 2569 ซึ่งถือเอาวันขึ้น 15 ค่ำ เดือน 5 ของทุกปี เป็นวันมหาสงกรานต์
บรรยากาศเป็นไปอย่างคึกคัก โดยผู้ร่วมงานต่างสวมใส่ชุดพื้นเมืองกะเหรี่ยงสีสันสดใส ทั้งสีแดง ชมพู น้ำเงิน ม่วง ฟ้า เหลือง และสีขาว เดินทางมาร่วมพิธี ณ วัดสะเนพ่อง ซึ่งเป็นสถานที่จัดงานประจำของหมู่บ้าน
สำหรับประเพณีสงกรานต์ของชาวบ้านสะเนพ่องนั้น จะเน้นพิธีกรรมทางศาสนาและความเชื่อที่สืบทอดกันมาอย่างยาวนาน โดยช่วงเช้าเริ่มด้วยพิธีตักบาตรใต้ต้นโพธิ์ใหญ่ภายในวัด ซึ่งชาวบ้านเชื่อว่าต้นโพธิ์เป็นตัวแทนของพระพุทธองค์ การได้ตักบาตรใต้ต้นโพธิ์จึงเปรียบเสมือนได้ทำบุญต่อหน้าพระพุทธเจ้า
จากนั้นมีพิธี “ค้ำต้นโพธิ์” หรือ “ขอขมาต้นโพธิ์” โดยชาวบ้านนำไม้ไผ่มาค้ำยันกิ่งก้าน พร้อมนำดอกไม้ ธูปเทียน และน้ำขมิ้นส้มป่อย มาทำความสะอาดและบูชา เชื่อว่าเป็นการค้ำจุนพระพุทธศาสนา เสริมดวงชะตา และสะเดาะเคราะห์
ต่อเนื่องด้วยพิธีขอขมาสะพานและล้างสะพานบริเวณลำห้วยโรคี่ ซึ่งชาวบ้านร่วมกันสร้างขึ้นเพื่อใช้สัญจร โดยมีการตักน้ำล้างสะพาน นำหินมาวาง และประกอบพิธีตามความเชื่อ เพื่อขจัดอุปสรรคในชีวิต ก่อนร่วมกันปล่อยปลาเพื่อสะเดาะเคราะห์และเสริมบุญกุศล
ภายหลังเสร็จสิ้นพิธีช่วงเช้า ผู้ร่วมงานได้เล่นสาดน้ำกันอย่างพอประมาณ เพื่อคลายร้อน ก่อนเข้าสู่พิธีสำคัญในช่วงบ่าย คือการอัญเชิญ พระพุทธรัตนสังขละบุรีศรีสุวรรณ (พระแก้วขาว) พระพุทธรูปศักดิ์สิทธิ์คู่บ้านคู่เมือง ออกจากที่ประดิษฐานมายังปะรำพิธี เพื่อให้ประชาชนได้ร่วมสรงน้ำเพื่อความเป็นสิริมงคล
โดยน้ำที่ใช้สรงเป็นน้ำมงคล ผสมเครื่องหอม ขมิ้น และส้มป่อย ผ่านพิธีกรรมอย่างถูกต้อง ซึ่งในปีนี้มีผู้เข้าร่วมสรงน้ำกว่า 3,000 คน ลดลงจากปีก่อน เนื่องจากปัญหาราคาน้ำมันในพื้นที่ที่ปรับตัวสูงขึ้น
ทั้งนี้ พระพุทธรัตนสังขละบุรีศรีสุวรรณ (พระแก้วขาว) เป็นพระพุทธรูปปางมารวิชัย หล่อจากแก้วใส หน้าตักกว้างประมาณ 5 นิ้ว มีอายุกว่า 200 ปี โดย พระบาทสมเด็จพระนั่งเกล้าเจ้าอยู่หัว พระราชทานให้แก่พระยาศรีสุวรรณคีรี เพื่อเป็นขวัญกำลังใจแก่ชาวกะเหรี่ยงในพื้นที่ และถือเป็นศูนย์รวมศรัทธาของชาวบ้านมาจนถึงปัจจุบัน
ประเพณีดังกล่าวสะท้อนถึงวิถีชีวิต ความเชื่อ และความศรัทธาที่ฝังรากลึกในชุมชน พร้อมทั้งเป็นการสืบสานวัฒนธรรมอันงดงามให้คงอยู่สืบไป


