xs
xsm
sm
md
lg

มอบตัวแล้ว!หนุ่มเก๋งกร่างคลิปข่มขู่คู่กรณีที่เป็นคนแก่ ผู้หญิงและเด็ก4ขวบจนผวาหนัก อ้างโมโห-หวิดโดนตื้บ

เผยแพร่:   ปรับปรุง:   โดย: ผู้จัดการออนไลน์



เชียงใหม่ – หนุ่มขับเก๋งสุดกร่างเข้ามอบตัวแล้ว หลังโซเชียลแชร์ว่อนคลิปฉาวขับเฉี่ยวรถจักรยานยนต์คู่กรณีที่เป็นคนแก่ขับ และผู้หญิงกับเด็กซ้อนท้าย จนล้ม แทนที่จะลงไปช่วยกลับโชว์หัวร้อนด่าทอข่มขู่คุกคามจนเด็กหวาดผวา ทั้งนี้ระหว่างเดินขึ้นโรงพักโดนกลุ่มคนไม่พอใจดักรอและกระชากคอเสื้อหวังเอาคืน ยังดีตำรวจช่วยกันไว้ได้ทัน โดยผู้ก่อเหตุยอมรับสารภาพ อ้างทำไปเพราะโมโห ขณะที่ทาง ตร.แจ้งดำเนินคดีเบื้องต้น 3 ข้อหา ทั้งเรื่องการขับขี่ ข่มขู่ และสารเสพติด พร้อมชงศาลพิจารณาพักใบอนุญาตขับขี่และยึดรถ


จากกรณีช่วงเย็นวานนี้( 1เม.ย.69) เพจชื่อดังในจังหวัดเชียงใหม่มีการเผยแพร่ภาพคลิปวิดีโอที่บันทึกเหตุการณ์ที่ผู้ชายคนหนึ่งแสดงอาการโมโหเกรี้ยวกราดด่าทอและคล้ายจะใช้ความรุนแรงด่าทอข่มขู่คู่กรณีที่เป็นคนแก่,ผู้หญิงและเด็ก หลังจากที่รถยนต์ยี่ห้อนิสสัน สีดำ ของผู้ชายคนดังกล่าวเกิดอุบัติเหตเฉี่ยวชนกับรถจักรยานยนต์ของคู่กรณี บนถนนคันคลองชลประทาน ตำบลแม่เหียะ อำเภอเมือง จังหวัดเชียงใหม่ เมื่อช่วงเย็นวานนี้ โดยทางฝ่ายคู่กรณีทั้ง 3 คนได้รับบาดเจ็บ แต่แทนที่ทางฝ่ายผู้ชายคนดังกล่าวจะลงจากรถมาให้ความช่วยเหลือ กลับแสดงพฤติกรรมดังกล่าว จนทำให้คู่กรณีหวาดกลัว โดยเฉพาะเด็กหญิงอายุ 4 ปี ที่ทั้งได้รับบาดเจ็บและหวาดผวาอย่างหนัก ซึ่งคลิปดังกล่าวที่มีการเผยแพร่ได้ถูกแชร์ออกไปเป็นวงกว้างอย่างรวดเร็ว พร้อมกับมีผู้เข้ามาแสดงความคิดเห็นไม่พอใจการกระทำดังกล่าว รวมทั้งมีผู้ให้ข้อมูลเบาะแสเกี่ยวกับผู้ชายคนนี้ด้วยว่ามีการแสดงพฤติกรรมไม่ที่เหมาะสมเช่นนี้อยู่บ่อยครั้ง ขณะที่ทางเจ้าหน้าที่ตำรวจได้เร่งติดตามตัวเช่นกัน จนทราบว่าคือ นายธรรมฤทธิ์ เสาร์ศรีจันทร์ อายุ 33 ปี

ความคืบหน้าล่าสุดช่วงบ่ายวันนี้(2 เม.ย.69) ที่สถานีตำรวจภูธรเมืองเชียงใหม่ พันตำรวจเอก ปรัชญา ทิศลา ผู้กำกับการสถานีตำรวจภูธรเมืองเชียงใหม่ ได้เรียกตัวนายธรรมฤทธิ์ เสาร์ศรีจันทร์ อายุ 33 ปี ให้เข้าพบพนักงานสอบสวน และสอบปากคำ ซึ่งนายธรรมฤทธิ์ได้ขับรถยนต์ในวันเกิดเหตุมาด้วย แต่เมื่อพบเห็นผู้สื่อข่าว จึงได้พยายามหลบเลี่ยงด้วยการขับออกไปแล้ววนไปเข้าทางด้านหลัง อย่างไรก็ตามไม่รอดพ้นสายตาของกลุ่มผู้ที่ไม่พอใจการกระทำของนายธรรมฤทธิ์ และพากันมาดักรอ ซึ่งเมื่อเห็นนายธรรมฤทธิ์ จึงได้เข้าไปกระชากคอเสื้อของนายธรรมฤทธิ์ และตะโกนด่าทอกันอยู่สักพัก ก่อนที่ทางตำรวจจะเข้ามาห้ามและรีบนำตัวนายธรรมฤทธิ์เข้าไปที่ห้องสืบสวนทันที

ต่อมาภายหลังการสอบปากคำเบื้องต้นแล้ว ทางเจ้าหน้าที่ตำรวจได้นำตัวนายธรรมฤทธิ์ ไปค้นรถยนต์คันที่เกิดเหตุ และทางผู้สื่อข่าวได้สอบถามเกี่ยวกับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น โดยนายธรรมฤทธิ์ บอกว่า ก่อนเกิดเหตุนั้นตนเองได้ขับรถมาตามปกติ กระทั่งถึงจุดเกิดเหตุได้มีคู่กรณีได้ขับขี่รถจักรยายนต์มาจากเลนซ้ายและขับเบียดมายังเลนขวาโดยไม่ได้มองทำให้เฉี่ยวชนรถตัวเองจนเกิดอุบัติเหตุและแฉลบล้ม ตนเองจึงได้ลงไปดู ตามคลิปที่ปรากฎนั้นตนได้ต่อว่าป้าคนขับพร้อมกับแสดงความไม่พอใจและเตะขวดน้ำเนื่องจากโมโหที่ป้าขับประมาทและอ้างว่าเป็นห่วงเด็ก โดยไม่ได้มีเจตนาตะคอกเด็กแต่อย่างใด ซึ่งหลังเกิดเหตุมีคลิปออกมาทำให้ตนรู้สึกเสียใจและรู้สึกผิดอยากขอโทษคู่กรณีด้วย ยืนยันไม่ได้ตั้งใจจะให้เรื่องมันเป็นเช่นนี้ โดยที่ตนที่หงุดหงิดนั้นเพราะคู่กรณีไม่ดูทางอ้างเป็นห่วงเด็ก


ทางด้าน พ.ต.อ.ปรัชญา ทิศลา ผกก.สภ.เมืองเชียงใหม่ เปิดเผยว่า จากการสอบสวน นายธรรมฤทธิ์ ได้ยอมรับและรู้สึกเสียใจกับเรื่องที่เกิดขึ้น โดยบอกว่าที่ทำลงไปเพราะเกิดอารมณ์โมโห พร้อมกับได้ฝากขอโทษไปยังคู่กรณี รวมถึงพี่น้องประชานชาวเชียงใหม่ ที่ตัวเองได้ใช้อารมณ์รุนแรงจนเกินไปในการพูดคุยกับคู่กรณีที่เกิดขึ้นตามคลิป อย่างไรก็ตามจากการรวบรวมพยานหลักฐานทางเจ้าหน้าที่ตำรวจก็พบหลักฐานเพิ่มเติมในเรื่องของพฤติกรรมการขับรถที่มีลักษณะเป็นอันตรายและไม่คำนึงถึงความปลอดภัยของผู้ใช้รถใช้ถนนร่วมกัน โดยในตอนนี้ก็อยู่ระหว่างการรวบรวมพยานหลักฐานเพิ่มเติม และจะได้มีการดำเนินการตามขั้นตอนต่อไป

ส่วนข้อหาที่มีการดำเนินคดีกับ นายธรรมฤทธิ์ เบื้องต้นมี 3 ข้อหาหลัก ข้อหาแรกคือเรื่องของการขับขี่รถโดยไม่คำนึงถึงความปลอดภัย ที่เป็น พ.ร.บ.จราจร มีอัตราโทษจำคุก 1 ปี และปรับตั้งแต่ 5,000-20,000 บาท ส่วนข้อหาที่สองคือ เรื่องของการข่มขู่ผู้อื่นให้ผู้อื่นตกใจกลัว ซึ่งเป็นความผิดทางอาญา และเป็นลหุโทษ ซึ่งจะได้มีการพิจารณาบทลงโทษ และในข้อหาที่สาม ทางเจ้าหน้าที่ตำรวจได้ทำการตรวจสอบสารเสพติดในร่างกายของผู้ต้องหา เบื้องต้นพบว่ามีสารเสพติดในร่างกาย เป็นมอร์ฟิน จึงได้มีการแจ้งข้อหา คือการขับรถโดยเสพสารเสพติดผิดกฎหมาย

ขณะเดียวกัน ผกก.สภ.เมืองเชียงใหม่ กล่าวเพิ่มเติมว่า นอกจากนี้ทางเจ้าหน้าที่ตำรวจได้ทำการตรวจยึดรถของกลางนิสสัน สีดำ ที่ผู้ต้องหาขังไว้เป็นของกลางเพื่อรวบรวมพยานหลักฐานและพิจารณาหลังจากนั้นให้ศาลแขวงจังหวัดเชียงใหม่ พิจารณาในการตรวจยึดไม่ให้ใช้ เนื่องจากพฤติกรรมของ นายธรรมฤทธิ์ มีความเป็นอันตรายต่อผู้ใช้รถใช้ถนน และอาจเกิดอุบัติเหตุขึ้นอีกได้


สำหรับเหตุการณ์นี้เกิดขึ้นเมื่อวันที่ 1 เมษายน ที่ผ่านมา โดยรถยนต์ของนายธรรมฤทธิ์ได้เฉี่ยวชนกับรถจักรยานยนต์ของนางจินดาวรรณ ตันวงศ์ อายุ 62 ปี เป็นเหตุให้นางจินดาวรรณ พร้อมด้วยผู้ที่ซ้อนท้ายมาด้วยคือ นางคำข่วง ลุงยี่ อายุ 30 ปี และเด็กหญิงณฐพร มูหลิ่ง อายุ 4 ปี ได้รับบาดเจ็บรวม 3 ราย และถูกนำตัวส่งโรงพยาบาลรวมแพทย์ไปก่อนหน้านี้ โดยพนักงานสอบสวนได้ดำเนินการตรวจยึดรถยนต์คันที่ใช้ก่อเหตุไว้เป็นของกลาง พร้อมเตรียมประสานศาลแขวงจังหวัดเชียงใหม่เพื่อพิจารณาเรื่องใบอนุญาตขับรถ เพื่อป้องกันไม่ให้ผู้ก่อเหตุกลับไปสร้างความเดือดร้อนบนท้องถนนได้อีก

นอกจากนี้ ทางตำรวจยังได้ฝากประชาสัมพันธ์ถึงประชาชน หากใครเคยประสบเหตุในลักษณะเดียวกันจากรถยนต์คันนี้ในพื้นที่ใกล้เคียง เช่น สภ.หางดง หรือ สภ.สารภี สามารถเข้าแจ้งความเพิ่มเติมได้ทันที เพื่อรวบรวมหลักฐานดำเนินคดีให้ครบทุกข้อหาและยืนยันว่าจะดำเนินการอย่างถึงที่สุดเพื่อสร้างความเป็นธรรมให้กับผู้เสียหายทุกคน