ตราด-ศรชล.ตราด สนธิกำลังทหารเรือ บุกจับ 3 เรือประมงกัมพูชา ลอบขนของเถื่อนข้ามชาติกลางดึก สารภาพจำใจทำเพราะพิษเศรษฐกิจและหาค่าเทอมให้ลูก ยันปิดด่านชายแดนทำเขมรเดือดร้อนหนัก
เมื่อเวลา 08:30 น. วันนี้ ( 2 เม.ย.) น.อ.วุฒิฉัตร ราชรัตนารักษ์ รอง ผอ.ศรชล.ตราด พร้อมกำลังทหารนาวิกโยธิน ได้เข้าตรวจสอบเรือประมงสัญชาติกัมพูชา 3 ลำ พร้อมลูกเรือรวม 6 คนที่บริเวณท่าเทียบเรือคลองใหญ่อเนกประสงค์ อ.คลองใหญ่ จ.ตราด
หลังเจ้าหน้าที่ชุดจับกุมสามารถสกัดจับได้ในช่วงระหว่างเวลา 21:00 - 22:00 น. คืนที่ผ่านมา ( 1 เม.ย.) ขณะที่เรือลำหนึ่งกำลังลักลอบนำสินค้าเข้ามาส่งให้พ่อค้าชาวไทย และอีกสองลำกำลังเตรียมมารับสินค้าจากฝั่งไทยข้ามไปยังกัมพูชา
พบเรือประมงขนาด 15 เมตรจำนวน 1 ลำบรรทุกลังโฟม โดยมีของกลางเป็นปูแกะแช่แข็ง จำนวน 66 ลัง น้ำหนักแต่ละลังประมาณ 25 - 35 กิโลกรัม รวมน้ำหนักสินค้าทั้งหมดประมาณ 1,650 - 1,980 กิโลกรัม เจ้าหน้าที่จึงได้ทำการตรวจยึดไว้เป็นหลักฐานพร้อมควบคุมตัวลูกเรือ 2 คน ดำเนินคดี
ส่วนเรือประมงอีก 2 ลำ ขนาด 45 ตันกรอส ที่มีลูกเรือลำละ 2 คน เป็นเรือที่ขับข้ามแดนเข้ามาตามนัดหมายเพื่อรอรับสินค้าอุปโภคบริโภค บริเวณชายหาดแห่งหนึ่งใน ต.หาดเล็กและ ต.คลองใหญ่ ซึ่งถูกจับกุมได้ในเวลาไล่เลี่ยกันเนื่องจากขับเรือตามกันมา
นายโซ๊ะ อายุ 48 ปี ชาวจังหวัดเกาะกง ผู้รับจ้างขับเรือขนส่งปูแกะแช่แข็ง อ้างว่าเป็นเพียงผู้รับจ้างขับเรือตามคำสั่งโดยได้รับค่าจ้างเที่ยวละ 1,000 บาท ซึ่งจะใช้วิธีนัดแนะผ่านสัญญาณไฟจากฝั่งไทย เมื่อเห็นแสงไฟสัญญาณจึงจะขับเรือเข้าเทียบท่าตามจุดทีีกำหนด
และยังอ้างว่าเพิ่งทำเป็นครั้งที่ 2 เพราะมาทำงานแทนผู้อื่นโดยฃรู้สึกหวาดกลัวอยู่ตลอดเวลา
ทั้งนี้ยังระบุด้วยความอัดอั้นว่า สาเหตุที่ต้องทำผิดกฎหมายมาจากปัญหาความยากจนและภาระค่าเทอมลูกที่กำลังจะเข้าโรงเรียน จึงตัดสินใจคิดสั้นเพื่อหาเงินให้ลูกเรียนหนังสือโดยไม่ได้คำนึงถึงผลเสียระยะยาว พร้อมยืนยันว่าหากพ้นผิดไปได้จะเลิกทำอย่างเด็ดขาด
นอกจากนี้ยังสะท้อนถึงความลำบากของคนในพื้นที่กัมพูชาว่า ตั้งแต่ปิดด่านชายแดนทำให้การประกอบอาชีพสุจริตเช่นการรับจ้างยกของทำได้ยากขึ้น จึงอยากให้มีการเปิดด่านตามปกติเพื่อให้ชาวบ้านกลับมาทำมาหากินเลี้ยงชีพได้ตามเดิม
เช่นเดียวกับ นายโนด อายุ 63 ปี ชาวบ้านปากคลอง อ.มณฑลเสมา จ.เกาะกง ที่บอกว่าตนเองทำหน้าที่เป็นไต๋เรือ โดยได้รับว่าจ้างด้วยเงิน 1,000 บาท ให้ขับเรือเปล่ามารับสินค้าตามจุดนัดหมายในช่วงกลางดึกเพื่อพรางตัวจากสายตาเจ้าหน้าที่ โดยติดต่อผ่านโทรศัพท์มือถือเป็นหลัก และเมื่อถึงจุดหมายจะมีกลุ่มบุคคลช่วยขนถ่ายสินค้าด้วยวิธีการโยนลงเรือ
ซึ่งสินค้าส่วนใหญ่เป็นอุปกรณ์ก่อสร้างและเครื่องนุ่งห่ม อาทิ น็อต เชือก ถังสี และเคมีภัณฑ์ โดยไม่มีสินค้าประเภทอาหารปะปนอยู่ และยอมทำมาแล้วประมาณ 4-5 ครั้ง เนื่องจากไม่มีงานทำและอายุมากจึงไม่มีใครจ้างงาน
ด้าน น.อ.วุฒิฉัตร ราชรัตนารักษ์ รอง ผอ.ศรชล.ตราด ระบุเพิ่มเติมว่า หลังการปิดด่านชายแดนถาวร ศรชล. ได้ยกระดับการเฝ้าตรวจทางทะเลในระยะ 12 ไมล์ทะเลอย่างเข้มข้นตลอด 24 ชั่วโมง โดยใช้อำนาจตาม พรบ.การรักษาผลประโยชน์ของชาติทางทะเล มุ่งเน้นสกัดกั้นการขนส่งเสบียงทุกรูปแบบ ทั้งอาหาร น้ำมัน และสิ่งของอุปโภคบริโภคไม่ให้หลุดรอดไปยังฝั่งตรงข้าม
ซึ่งการปฏิบัติงานในครั้งนี้ได้ใช้เทคโนโลยีระดับสูงในการพล็อตเป้าและติดตามเรือต้องสงสัยจนนำไปสู่การจับกุม
ขณะที่ สถานการณ์การลักลอบน้ำมันในปัจจุบันยังไม่พบการกระทำผิดเนื่องจากมีการคุมเข้มเป็นพิเศษ พร้อมกันนี้ยังฝากขอความร่วมมือให้ผู้ประกอบการเห็นแก่ความมั่นคงของชาติมากกว่าผลประโยชน์ส่วนตน เพราะการสนับสนุนฝ่ายตรงข้ามอาจส่งผลกระทบย้อนกลับมาสร้างความเดือดร้อนให้กับคนในชาติเองในที่สุด


