อ่างทอง - พาณิชย์อ่างทองสนธิกำลังหลายหน่วยงานลงพื้นที่ตรวจราคาสินค้า พบส่วนใหญ่ยังทรงตัว แต่ผัก-ไข่ขยับขึ้น ขณะที่แม่ค้าหมู-ไก่สดสะท้อนต้นทุนพุ่ง แบกภาระหนัก ยอดขายตก วอนรัฐคุมราคาหน้าฟาร์มช่วยรายย่อย
วันนี้ ( 1 เม.ย.) ผู้สื่อข่าวรายงานว่า เจ้าหน้าที่จากสำนักงานพาณิชย์จังหวัดอ่างทอง ร่วมกับปลัดอำเภอเมืองอ่างทอง เจ้าหน้าที่กองสาธารณสุข เทศบาลเมืองอ่างทอง และเจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.เมืองอ่างทอง ลงพื้นที่ตรวจสอบสถานการณ์ราคาสินค้าอุปโภคบริโภค ภายในตลาดอ่างทอง และตลาดเกษตรสุวพันธุ์เมืองทอง
จากการตรวจสอบเบื้องต้น พบว่าสินค้าส่วนใหญ่ยังคงราคาทรงตัว ทั้งของสด ของแห้ง และบะหมี่กึ่งสำเร็จรูป รวมถึงน้ำดื่มแบบแพ็กยังจำหน่ายในราคาปกติ ยกเว้นบางยี่ห้อที่ผลิตในพื้นที่มีการปรับขึ้นประมาณ 2 บาท ขณะที่ผักสดปรับขึ้นประมาณ 5-10 บาท และไข่ไก่เบอร์ 1 และเบอร์ 2 ปรับขึ้น 1-2 บาท
ส่วนปุ๋ยเคมีมีราคาผันผวน เนื่องจากสินค้าที่จำหน่ายส่วนหนึ่งยังเป็นสต๊อกเก่า หากมีการสั่งซื้อในล็อตใหม่ ผู้ค้าอาจต้องรับภาระต้นทุนที่สูงขึ้น ทั้งนี้ เจ้าหน้าที่ยังได้กำชับผู้ประกอบการให้ติดป้ายแสดงราคาสินค้าอย่างชัดเจน และจำหน่ายตามราคาที่แสดงไว้ เพื่อป้องกันการฉวยโอกาสขึ้นราคา โดยเฉพาะร้านจำหน่ายเนื้อหมูสด
อย่างไรก็ตาม จากการสอบถามผู้ค้าในตลาด พบว่า ผู้ประกอบการรายย่อยโดยเฉพาะร้านจำหน่ายหมูและไก่สด กำลังเผชิญปัญหาต้นทุนที่เพิ่มสูงขึ้นอย่างต่อเนื่อง
น.ส.ชวัลนัทธ์ ปาหนัน เจ้าของร้านคิง & ขวัญหมูสด เปิดเผยว่า ปัจจุบันผู้ประกอบการร้านเขียงหมูต้องแบกรับต้นทุนจำนวนมาก เนื่องจากไม่สามารถปรับขึ้นราคาขายได้ทันที ต่างจากผู้ประกอบการรายใหญ่ที่ยังสามารถตรึงราคาได้ ทำให้ร้านขนาดเล็กได้รับผลกระทบอย่างหนัก โดยต้องลดปริมาณการจำหน่ายลง จากเดิมขายได้วันละ 3-4 ตัว ปัจจุบันหมู 1 ตัว ใช้เวลาขายถึง 2-3 วันจึงหมด
“อยากให้ภาครัฐช่วยควบคุมราคาหมูหน้าฟาร์ม ไม่ให้ปรับขึ้นรายวัน เพราะแม่ค้าปรับตัวไม่ทัน” น.ส.ชวัลนัทธ์ กล่าว
ขณะที่ น.ส.อาภาพร จิตระเบียบ เจ้าของร้านอามีเน๊าะฮ์ ไก่สด กล่าวว่า ราคาไก่หน้าฟาร์มปรับสูงขึ้น ทำให้ต้นทุนไก่ต่อตัวเพิ่มเป็นประมาณ 50 บาท จากเดิมราว 40 บาท และยังมีต้นทุนอื่นเพิ่มเติม เช่น ค่าเชือดและค่าขนส่ง อีกทั้งผู้บริโภคยังหันไปซื้อสินค้าจากร้านแฟรนไชส์ที่มีราคาถูกกว่า ส่งผลให้ยอดขายหน้าเขียงลดลงอย่างเห็นได้ชัด
ผู้ประกอบการจึงเรียกร้องให้ภาครัฐเข้ามาดูแลและควบคุมราคาสินค้าหน้าฟาร์ม รวมถึงสินค้าอุปโภคบริโภค เพื่อบรรเทาภาระค่าครองชีพของประชาชน และช่วยให้ผู้ค้ารายย่อยสามารถดำเนินธุรกิจต่อไปได้อย่างยั่งยืน


