เชียงใหม่ – นัดพร้อมคนทั้งโลก..ทั้งคนไทย ชาวฝรั่งหลากสัญชาติ รวมตัวชูป้ายต้านสงครามหน้ากงสุลอเมริกาเชียงใหม่ ชี้หน้าอเมริกาคือผู้รุกราน ก่อสงครามอิหร่าน ยึดแนวคิด “อำนาจคือความชอบธรรม” เสี่ยงก่อวิกฤตลุกลามทั้งโลก
วันนี้ (28 มี.ค.69)ชาวไทยและชาวต่างชาติ ที่ประกาศตัวในชื่อกลุ่ม CNX4PEACE กว่า 30 คน รวมตัวที่สถานกงสุลสหรัฐอเมริกาเชียงใหม่ ชูป้ายข้อความทั้งภาษาไทยและภาษาอังกฤษต่อต้านสงคราม โดยมีเจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.แม่ปิง จ.เชียงใหม่ และเจ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัยประจำกงสุลดูแลความเรียบร้อย
กลุ่ม CNX4PEACE ได้ออกแถลงการณ์ว่า กลุ่ม CNX4PEACE ประกอบด้วยชาวอเมริกัน ชาวไทย และพลเมืองผู้รักสันติจากหลากหลายประเทศ ที่รวมตัวกันด้วยความปรารถนาร่วมกันในการส่งเสริมสันติภาพ เราได้รับแรงบันดาลใจและยืนหยัดเคียงข้างการเคลื่อนไหวระดับ โลกที่เกิดขึ้น
พร้อมกันในวันนี้ ซึ่งมีประชาชนผู้ห่วงใยจากกว่า 3,000 พื้นที่ทั่วโลกนับล้านคนเข้าร่วม เราขอเรียกร้องให้รัฐบาลสหรัฐอเมริกายุติการใช้อำนาจในทางที่ไม่เหมาะสม และยึดมั่นในหลักการประชาธิปไตยของอเมริกา ซึ่งมีประวัติยาวนานกว่า 250 ปี
สงครามกับสาธารณรัฐอิสลามอิหร่านได้เริ่มต้นขึ้น โดยปราศจากความชอบธรรมทางกฎหมาย ไม่มีการยินยอมจากสภาคองเกรส ไม่มีการพิจารณาผลกระทบในระดับโลก ไม่มีการชี้แจงเหตุผลที่ชัดเจนต่อสาธารณชน และ ไม่มีเป้าหมายที่ชัดเจน การดำเนินการดังกล่าวกำลังบั่นทอนชื่อเสียงของสหรัฐอเมริกาในฐานะประเทศที่ยึดมั่นในคุณค่าประชาธิปไตย
ตรงกันข้าม สหรัฐอเมริกากลับใช้ทรัพยากรและกำลังทางทหารอันมหาศาลในลักษณะของผู้รุกราน ยึดถือแนวคิดว่า "อำนาจคือความชอบธรรม" และแสคงท่าทีแข็งกร้าวที่สะท้อนลักษณะจักรวรรดินิยม
พฤติกรรมเช่นนี้มีแต่จะนำไปสู่ความทุกข์ยาก ความวุ่นวายและความไม่มั่นคงในระดับโลก พร้อมทั้งสร้างแบบอย่างที่อันตรายต่ออนาคต หากความขัดแย้งนี้ยืดเยื้อ และราคาน้ำมันยังคงปรับตัวสูงขึ้น โลกอาจเผชิญภาวะเศรษฐกิจถดถอยระดับโลก ซึ่งจะยิ่งเพิ่มความยากลำบากให้กับประชาชนหลายร้อยล้านคนที่กำลังเผชิญความยากจนอยู่แล้ว รวมถึงในประเทศไทย ซึ่งเป็นพันธมิตรและมิตรประเทศที่มีความสัมพันธ์ยาวนานกับสหรัฐอเมริกา
เราขอแสดงความเสียใจอย่างยิ่งต่อทิศทางดังกล่าวของสหรัฐอเมริกา เราขอเรือกร้องให้รัฐบาลสหรัฐอเมริกายุตินโยบายและการดำเนินการที่ให้ความสำคัญกับการสังหาร การทิ้งระเบิด การรุกราน และการละเมิดกฎหมายระหว่างประเทศ มากกว่าการเจรจาอย่างสันติและการแก้ไขความขัดแย้งผ่านช่องทางทางการทูต
นอกจากนี้ เรายังขอเรียกร้องให้รัฐบาลทั่วโลกมุ่งเน้นการสร้างสันติภาพและฉันทามติเพื่อให้สิทธิมนุษยชนของทุกคนได้รับการเคารพอย่างแท้จริง เราต้องการสันติภาพ ไม่ใช่สงคราม


