เพชรบุรี — รองนายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม (รมว.ทส.) ลงพื้นที่จังหวัดเพชรบุรี ติดตามสถานการณ์ด้านทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม พร้อมรับฟังปัญหาเชิงลึกจากทุกภาคส่วน ก่อนกำชับเดินหน้าบูรณาการความร่วมมือ เร่งแก้ไขอย่างเป็นรูปธรรมและยั่งยืน
วันนึ้ ( 27 มี.ค.) นายสุชาติ ชมกลิ่น พร้อมคณะผู้บริหารระดับสูง อาทิ อธิบดีกรมป่าไม้ กรมทรัพยากรน้ำ และกรมทรัพยากรธรณี ลงพื้นที่ตรวจราชการ โดยมีนายภคพัส ส่งวัฒนายุทธ รองผู้ว่าราชการจังหวัดเพชรบุรี ให้การต้อนรับ พร้อมด้วยหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง และสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรทั้ง 3 เขต ร่วมสะท้อนปัญหาในพื้นที่ ที่สโมสรนายทหาร มณฑลทหารบกที่ 15 จังหวัดเพชรบุรี
นายสุชาติ กล่าวย้ำว่า การลงพื้นที่ครั้งนี้มีเป้าหมายเพื่อติดตามความก้าวหน้าการดำเนินงาน รับฟังอุปสรรคโดยตรงจากประชาชน และผลักดันการทำงานแบบบูรณาการทุกภาคส่วน เพื่อปลดล็อกข้อจำกัดและยกระดับคุณภาพชีวิตของประชาชนให้เห็นผลอย่างเป็นรูปธรรม
ด้านจังหวัดเพชรบุรีได้สะท้อน “5 วิกฤตสิ่งแวดล้อมเร่งด่วน” ประกอบด้วย 1.ปัญหาสัตว์ป่า โดยเฉพาะลิงในเขตเมือง สร้างผลกระทบด้านความปลอดภัยและสาธารณสุข 2.การขาดแคลนน้ำอุปโภคบริโภค โดยเฉพาะพื้นที่เสี่ยงน้ำเค็มรุก
3.ปัญหาการกัดเซาะชายฝั่งในพื้นที่อำเภอบ้านแหลม กระทบวิถีชีวิตชาวประมง 4.การบริหารจัดการพื้นที่มรดกโลก อุทยานแห่งชาติแก่งกระจาน ให้สมดุลระหว่างการอนุรักษ์และการอยู่ร่วมกับชุมชน 5.สถานการณ์ไฟป่าและฝุ่น PM 2.5 ซึ่งในช่วง 5 เดือนที่ผ่านมา พบจุดความร้อน 87 จุด พื้นที่เสียหายกว่า 4,500 ไร่
นอกจากนี้ ที่ประชุมยังรับฟังข้อห่วงกังวลจาก น.ส.ธิวัลรัตน์ อังกินันท์ ส.ส.เพชรบุรี เขต 3 เกี่ยวกับโครงการขยายโรงกลั่นน้ำมัน ที่อาจส่งผลกระทบต่อแหล่งท่องเที่ยวเชิงนิเวศ “จุดชมวิวและจุดดูนกบางแก้ว” ซึ่งเป็นพื้นที่สำคัญด้านทรัพยากรธรรมชาติของจังหวัด
ทั้งนี้ รองนายกรัฐมนตรีได้รับทราบทุกข้อเสนอ พร้อมเตรียมนำข้อมูลเข้าสู่กระบวนการพิจารณาเพื่อจัดสรรงบประมาณ และกำหนดมาตรการแก้ไขร่วมกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เพื่อคลี่คลายปัญหาและสร้างความยั่งยืนด้านสิ่งแวดล้อมในพื้นที่ต่อไป


