xs
xsm
sm
md
lg

ตำรวจทางหลวงสนธิกำลัง จับผู้ต้องหาขนสินค้าแบรนด์ดังหนีภาษี ยึดของกลางเพียบ

เผยแพร่:   ปรับปรุง:   โดย: ผู้จัดการออนไลน์



มุกดาหาร-ตำรวจทางหลวง สนธิกำลังหน่วยความมั่นคงในพื้นที่จ.มุกดาหาร รวบผู้ต้องหาขนสินค้าเลียนแบบแบรนด์ดัง ทั้งเสื้อยืด หมวก กระเป๋า กางเกง หนีภาษีเข้ามาในประเทศ คนขับรถบรรทุกสารภาพได้ค่าจ้าง 7,000 บาท รับสินค้าให้ไปส่งที่กรุงเทพฯ


วันนี้ (27 มี.ค.) เจ้าหน้าที่ตำรวจ ส.ทล.5 กก.6 บก.ทล. ประกอบด้วยร.ต.อ.พรชัย พวงใส, ร.ต.อ.อนันธ ทองแก้มแก้ว, ร.ต.อ.วิรัตน์ สุขเสริญ รอง สว.ส.ทล.5 กก.6 บก.ทล., พร้อมด้วยเจ้าหน้าที่ตำรวจ ส.รน.3 กก.10 บก.รน. เจ้าหน้าที่ตำรวจ ตม.จังหวัดมุกดาหาร เจ้าหน้าที่ ฝปป.สคส.ศก.2, นักวิชาการศุลกากรปฏิบัติการ, ด่านศุลกากรมุกดาหาร พร้อมด้วยผู้รับมอบอำนาจช่วงจากบริษัท ไนกี้ อินโนเวต ซี.วี., บริษัท อาดิดาส เยอี, บริษัท พาทาโกเนีย, อิงค์ และบริษัท คาลวิน ไคลน์ เทรดมาร์ค ทรัสต์

ร่วมกันแถลงจับกุมตัวนายสุพจน์ มงคลมะไฟ อายุ 51 ปี ที่อยู่ 152 หมู่ที่ 7 ตำบลนาม่อง อำเภอกุดบาก จังหวัดสกลนคร พร้อมของกลางรถยนต์บรรทุก 10 ล้อ ยี่ห้ออีซูซุ สีขาว หมายเลขทะเบียน 71-5807 พระนครศรีอยุธยา พร้อมของกลาง บรรจุอยู่ในกระสอบพลาสติกสีเขียวและสีดำ บรรทุกในรถยนต์บรรทุก 10 ล้อคันดังกล่าว เหตุเกิดที่บริเวณ ทางหลวงหมายเลข 212 กม. 445-446 ต.โชคชัย อ.นิคมคำสร้อย จ.มุกดาหาร

สืบเนื่องจากเจ้าหน้าที่ตำรวจชุดจับกุม ได้รับคำสั่งจากผู้บังคับบัญชาให้สืบสวนจับกุม กรณีมีผู้ลักลอบจำหน่ายสินค้าที่มีเครื่องหมายการค้าปลอมเครื่องหมายการค้าของบุคคลอื่นที่ได้จดทะเบียนไว้แล้วในราชอาณาจักร ต่อมาชุดจับกุมได้รับแจ้งจากสายลับว่าจะมีการขนสินค้าที่มีเครื่องหมายการค้าปลอม โดยใช้รถยนต์บรรทุก 10 ล้อ เป็นยานพาหนะขนสินค้าดังกล่าว โดยรถยนต์คันดังกล่าวจะวิ่งผ่านถนนทางหลวงหมายเลข 212 เจ้าหน้าที่ตำรวจชุดจับกุมจึงเฝ้าติดตามอยู่บริเวณจุดเกิดเหตุ

และเมื่อเวลาประมาณ 07.00 น. เจ้าหน้าที่ตำรวจชุดจับกุมได้พบรถยนต์บรรทุกต้องสงสัย ตรงตามที่สายลับแจ้งมา บริเวณทางหลวงหมายเลข 212 กิโลเมตรที่ 445-446 (ที่เกิดเหตุ) เจ้าหน้าที่ชุดจับกุมจึงได้เรียกให้จอดเพื่อตรวจสอบ พบนายสุพจน์ มงคลมะไฟ เป็นคนขับรถยนต์บรรทุก 10 ล้อ อีซูซุ สีขาว หมายเลขทะเบียน 71-5807 พระนครศรีอยุธยา




เจ้าหน้าที่ได้สอบถามว่า บรรทุกสินค้าอะไรมา นายสุพจน์ คนขับตอบว่าไม่ทราบว่าเป็นสินค้าชนิดใด เจ้าหน้าที่ชุดจับกุมจึงขอตรวจค้นสินค้าที่บรรทุกมา ซึ่งก่อนตรวจค้น เจ้าหน้าที่ได้แสดงความบริสุทธิ์ใจ จนเป็นที่พอใจ ผลการตรวจค้นพบ สินค้าที่มีเครื่องหมายการค้าปลอม เครื่องหมายการค้าของบุคคลอื่นที่ได้จดทะเบียนไว้แล้วในราชอาณาจักร จำนวนหลายรายการ

จากนั้นเจ้าหน้าที่ชุดจับกุมได้นำตัวนายสุพจน์ พร้อมด้วยรถยนต์และสินค้าดังกล่าว ไปตรวจสอบพร้อมนับรายการสินค้าโดยละเอียดที่หน่วยบริการตำรวจทางหลวงนิคมคำสร้อย ผลการตรวจสอบสินค้าพบสินค้าที่มีเครื่องหมายการค้าปลอมฯประกอบด้วยเสื้อยืด หมวก กระเป๋า และกางเกง

ทั้งนี้นายสุพจน์ มงคลมะไฟ คนขับรถบรรทุก รับว่าได้รับสินค้ามาจากลานจอดรถโล่ง แถวสะพานมิตรภาพมุกดาหาร-สะหวันเขต ในตัวเมืองมุกดาหาร เพื่อจะนำสินค้าไปส่งที่กรุงเทพฯ แต่ไม่ทราบปลายทางชัดเจน เมื่อถึงเขตกรุงเทพฯ นายจ้างจะแจ้งจุดหมายปลายทางที่ชัดเจนอีกครั้ง โดยนายสุพจน์ ได้รับค่าจ้าง เที่ยวละ 7,000 บาท ตนเป็นเพียงผู้รับจ้างขนส่งสินค้า




เจ้าหน้าที่ตำรวจชุดจับกุมได้แจ้งข้อกล่าวหา “มีไว้เพื่อจำหน่ายสินค้าที่มีเครื่องหมายการค้าปลอมเครื่องหมายการค้าของบุคคลอื่นที่ได้จดทะเบียนไว้แล้วในราชอาณาจักร” อันเป็นความผิดตามพระราชบัญญัติเครื่องหมายการค้า พ.ศ. 2534 มาตรา 4 มาตรา 110 (1) ประกอบมาตรา 108 ก่อนควบคุมตัวนายสุพจน์ พร้อมของกลาง ส่งพนักงานสอบสวน สภ.นิคมคำสร้อย เพื่อดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป