เชียงใหม่ - ฝุ่นควันเชียงใหม่ส่อเผชิญวิกฤตหลังพบลอบเผาป่าทั่วพื้นที่ ดาวเทียมตรวจพบจุดความร้อนเพียบ ส่งผลฝุ่นปกคลุมหนาทึบทั่วทั้งเมือง พร้อมค่ามลพิษอากาศพุ่งสูงเกินมาตรฐาน ยึดอันดับ 3 เมืองหลักทั่วโลก แพทย์เตือนเลี่ยงทำกิจกรรมนอกอาคารและรักษาสุขภาพ พบประชาชนเริ่มได้รับผลกระทบมีเด็กเลือดกำเดาไหล
รายงานจากจังหวัดเชียงใหม่แจ้งว่า วันนี้ (26 มี.ค. 69) สภาพทั่วทั้งตัวเมืองเชียงใหม่ถูกปกคลุมหนาทึบไปด้วยฝุ่นควัน โดยเป็นผลสืบเนื่องจากสถานการณ์ไฟไหม้ป่าที่มีแนวโน้มรุนแรงขึ้นอย่างต่อเนื่องในช่วงหลายวันที่ผ่านมาในพื้นที่จังหวัดเชียงใหม่ ซึ่งพบว่ามีการลักลอบเผาป่าหลายจุดในหลายอำเภอ โดยเฉพาะในพื้นที่ป่าโดยรอบเขตอุทยานแห่งชาติดอยสุเทพ-ปุย ที่อยู่ใกล้ตัวเมืองเชียงใหม่ ในเขตตำบลบ้านปง อำเภอหางดง และตำบลสุเทพ อำเภอเมือง รวมถึงบริเวณใกล้ห้วยตึงเฒ่า อำเภอแม่ริม ส่งผลทำให้มีปริมาณฝุ่นควันสะสมเป็นจำนวนมากในพื้นที่ตัวเมืองเชียงใหม่ และทำให้ไม่สามารถมองเห็นยอดดอยสุเทพได้จากระยะไกลเหมือนในช่วงปกติ ซึ่งเป็นตัวชี้วัดอย่างง่ายๆ ที่สะท้อนให้เห็นถึงความรุนแรงของสถานการณ์
ทั้งนี้ ศูนย์บัญชาการสถานการณ์หมอกควันและไฟป่าเชียงใหม่รายงานผลจากดาวเทียมตรวจพบจุดความร้อน หรือจุดฮอตสปอต รอบเช้าวันนี้ จำนวน 110 จุด ซึ่งจะลดลงจากเมื่อวานนี้ที่มีกว่า 200 จุด แต่ยังถือว่าสถานการณ์รุนแรง ทั้งพบจุดความร้อนกระจายไปทั่วพื้นที่ มากที่สุดที่อำเภอเชียงดาว 24 จุด รองลงมา ได้แก่ อำเภอแม่วาง 16 จุด, อำเภอแม่แตง 14 จุด,อำเภอสะเมิง 12 จุด, อำเภออมก๋อย 10 จุด,อำเภอดอยสะเก็ด 8 จุด, อำเภอดอยเต่า 6 จุด, อำเภอพร้าว 6 จุด, อำเภอไชยปราการ 3 จุด,อำเภอแม่แจ่ม 3 จุด,อำเภอฮอด 2 จุด, อำเภอฝาง 1 จุก,อำเภอดอยหล่อ 1 จุด, อำเภอแม่ออน 1 จุด,อำเภอหางดง 1 จุด และอำเภอสันทราย 1 จุด
ขณะเดียวกันพบค่ามลพิษอากาศพุ่งสูงขึ้นอย่างต่อเนื่องจนเกินค่ามาตรฐาน และอยู่ในระดับที่เริ่มส่งผลกระทบต่อสุขภาพ โดยผลการตรวจวัดคุณภาพอากาศจากสถานีในตำบลช้างเผือก, ตำบลศรีภูมิ, ตำบลสุเทพ อำเภอเมือง จังหวัดเชียงใหม่,ตำบลหางดง อำเภอฮอด, ตำบลช่างเคิ่ง อำเภอแม่แจ่ม และตำบลเมืองนะ อำเภอเชียงดาว พบค่าฝุ่นละอองขนาดเล็ก PM 2.5 เฉลี่ยในรอบ 24 ชั่วโมง ณ เวลา 11.00 น. วันนี้อยู่ที่ 54.9 ไมโครกรัม/ลูกบาศก์เมตร, 36.5 ไมโครกรัม/ลูกบาศก์เมตร, 30.6 ไมโครกรัม/ลูกบาศก์เมตร, 68.4 ไมโครกรัม/ลูกบาศก์เมตร, 42.8 ไมโครกรัม/ลูกบาศก์เมตร และ 77.4 ไมโครกรัม/ลูกบาศก์เมตร ตามลำดับ จากค่ามาตรฐานไม่เกิน 37.5 ไมโครกรัม/ลูกบาศก์เมตร ส่วนค่าดัชนีคุณภาพอากาศ (AQI) อยู่ที่ 147, 96, 73, 183, 115 และ 203 ตามลำดับ จากค่ามาตรฐานไม่เกิน 100
ด้านเว็บไซต์ Iqair.com ซึ่งรายงานคุณภาพอากาศจากทั่วโลก แจ้งผลการตรวจวัดคุณภาพอากาศและการจัดอันดับเมืองที่มีมลพิษทั่วโลก เมื่อเวลา 11.00 น. วันนี้ พบว่าเทศบาลนครเชียงใหม่มีดัชนีคุณภาพอากาศอยู่ที่ 181 US AQI และค่า PM 2.5 วัดค่าได้ 98.1 ไมโครกรัม/ลูกบาศก์เมตร ซึ่งเกินค่ามาตรฐาน และอยู่ในระดับที่มีผลกระทบต่อทุกคน โดยผลการตรวจวัดคุณภาพอากาศดังกล่าวสูงเป็นอันดับที่ 3 ของเมืองหลักที่มีมลพิษอากาศสูงสุดของโลก ส่วนอันดับ 1 ได้แก่ ปักกิ่ง ประเทศจีน ดัชนีคุณภาพอากาศ 236 US AQI และอันดับ 2 เมืองเดลี ประเทศอินเดีย 198 US AQI
จากสถานการณ์ปัญหาฝุ่นควันไฟป่าและคุณภาพอากาศของจังหวัดเชียงใหม่ที่มีแนวโน้มรุนแรงในช่วงนี้มีรายงานว่าเริ่มมีประชาชนที่ได้รับผลกระทบต่อสุขภาพแล้ว เช่น แสบตา คันผิว และเลือดกำเดาไหล โดยเฉพาะในกลุ่มเด็กๆ ทั้งนี้ สำนักงานสาธารณสุขจังหวัดเชียงใหม่แนะนำประชาชนว่าควรงดหรือลดการทำกิจกรรมนอกบ้าน หากมีความจำเป็นต้องออกนอกบ้านให้สวมหน้ากากป้องกันฝุ่นตลอดเวลา และผู้มีโรคประจำตัวควรเฝ้าระวังสุขภาพตนเอง เตรียมยาและอุปกรณ์ที่จำเป็นให้พร้อม และเฝ้าระวังสุขภาพตนเอง หากพบอาการผิดปกติให้รีบไปพบแพทย์


