กาญจนบุรี - ชาวบ้านชายป่าเขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าสลักพระ จ.กาญจนบุรี ร้องรัฐบาลเร่งแก้ปัญหาช้างป่าบุกพืชไร่ หลังความเสียหายพุ่งต่อเนื่อง หวั่นเกิดโศกนาฏกรรมซ้ำ
วันนี้( 26 มี.ค.) ผู้สื่อข่าวรายงานสถานการณ์ความขัดแย้งระหว่างคนกับช้างป่าในพื้นที่รอบ เขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าสลักพระ ซึ่งมีพื้นที่กว่า 858.55 ตารางกิโลเมตร ครอบคลุม 4 อำเภอของจังหวัดกาญจนบุรี ได้แก่ บ่อพลอย หนองปรือ ศรีสวัสดิ์ และเมืองกาญจนบุรี โดยพื้นที่ดังกล่าวถือเป็นเขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าแห่งแรกของประเทศไทย และปัจจุบันมีประชากรช้างป่ากว่า 400 ตัว
อย่างไรก็ตาม ในช่วงหลายปีที่ผ่านมา ปัญหาช้างป่าออกนอกพื้นที่อนุรักษ์ทวีความรุนแรงขึ้น แม้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องจะพยายามสร้างรั้วไฟฟ้ากันช้างระยะทางกว่า 13 กิโลเมตร แต่ไม่สามารถหยุดยั้งได้ เนื่องจากช้างป่ามีพฤติกรรมปรับตัวและทำลายแนวป้องกันได้ง่าย
ล่าสุดเมื่อวันที่ 24 มี.ค.ที่ผ่านมา พบช้างป่ากว่า 50–60 ตัว ออกหากินในพื้นที่เกษตร ต.หลุมรัง และ ต.หนองรี อ.บ่อพลอย ทำลายพืชผลทางการเกษตร เช่น อ้อย ข้าวโพด และมันสำปะหลัง เสียหายไม่ต่ำกว่า 500 ไร่ พร้อมเหยียบทำลายระบบท่อส่งน้ำพีวีซีจำนวนมาก สร้างความเดือดร้อนแก่เกษตรกรอย่างหนัก
ตลอดหลายวัน ชาวบ้านต้องร่วมกับเจ้าหน้าที่เฝ้าระวังและผลักดันช้างทั้งวันทั้งคืน โดยใช้ประทัดและระเบิดลูกปิงปองไล่ แต่กลับยิ่งทำให้ช้างแตกฝูง กระจายไปหลายทิศทาง เพิ่มความเสี่ยงและความหวาดกลัวให้ชุมชน
ผู้นำท้องถิ่นเผยว่า ชาวบ้านเสนอแนวทางแก้ปัญหามายาวนาน ทั้งการสร้างแหล่งน้ำและอาหารในป่าชั้นใน รวมถึงยอมสละพื้นที่เกษตรเพื่อขุดสระน้ำให้ช้าง แต่ติดขั้นตอนราชการหลายหน่วยงาน ส่งผลให้ปัญหายังไม่ได้รับการแก้ไขอย่างเป็นรูปธรรม พร้อมย้ำว่าเรื่องนี้เกินกำลังระดับจังหวัด ต้องอาศัยการผลักดันจากรัฐบาล
ด้าน วิสุดา วิเชียรศิลป์ ส.ส.กาญจนบุรี เขต 4 เปิดเผยแนวทางแก้ปัญหา 3 ระยะ ได้แก่ ระยะเร่งด่วน จัดงบเครือข่ายเฝ้าระวังหมู่บ้านละ 50,000 บาท และตั้งชุดเคลื่อนที่เร็วผลักดันช้าง ระยะกลาง สำรวจความเสียหายและเร่งเยียวยาเกษตรกร ระยะยาว บรรจุแผนสร้างแนวป้องกันช้าง เช่น คูกั้นช้าง รั้วไฟฟ้า และรั้วกึ่งถาวรในแผนพัฒนาท้องถิ่น
ชาวบ้านย้ำตรงกันว่า ต้องการเห็นการแก้ปัญหาอย่างจริงใจและยั่งยืน เพื่อให้คนกับช้างอยู่ร่วมกันได้ ก่อนความสูญเสียจะเกิดขึ้นมากกว่านี้.


