ศูนย์ข่าวศรีราชา- จับตาเลือกตั้งประธาน ส.อ.ท. 2569 ท่ามกลางข้อกังวลความโปร่งใสสะท้อนการแข่งขันกลุ่มทุนใหญ่
จากกรณีที่สภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย (ส.อ.ท.) จะจัดให้มีการประชุมใหญ่สามัญประจำปีในวันที่ 30 มี.ค.2569 โดยมีวาระสำคัญเรื่องการเลือกตั้งคณะกรรมการชุดใหม่ และคัดเลือกประธาน ส.อ.ท. คนใหม่(วาระปี 2569–2571) แทน นายเกรียงไกร เธียรนุกุล ที่กำลังครบวาระนั้น
ซึ่งในส่วนของประธาน ส.อ.ท.นั้นถือว่าได้รับความสนใจอย่างกว้างขวางเนื่องจากการเลือกตั้งในครั้งนี้มีผู้เข้าชิงตำแหน่ง 2 ราย คือ นายอภิชิต ประสพรัตน์ ตัวแทนกลุ่มผู้ประกอบการ SME และ นายชนะ ภูมี ตัวแทนจากภาคอุตสาหกรรมขนาดใหญ่ ที่สะท้อนถึงการแข่งขันระหว่างกลุ่มทุนหลักภายในองค์กร
และในช่วงโค้งสุดท้ายของการเลือกตั้ง ได้ปรากฏกระแสข้อกังวลเกี่ยวกับความโปร่งใสของกระบวนการ เนื่องจากมีการกล่าวถึงพฤติการณ์ที่อาจเข้าข่ายการสร้างเครือข่ายสมาชิกในลักษณะ “นอมินี” ที่จะมีอิทธิพลต่อทิศทางการลงคะแนนเสียง
โดยแหล่งข่าวระบุว่า การเลือกตั้งในครั้งนี้อาจมีการใช้กลไกทางธุรกิจในการจูงใจหรือกดดันบริษัทในเครือ คู่ค้า และดีลเลอร์ ให้สมัครเป็นสมาชิก ส.อ.ท. พร้อมกำหนดตัวแทนใช้สิทธิเลือกตั้งตามเงื่อนไขที่วางไว้ พร้อมตั้งข้อสังเกตเกี่ยวกับความเป็นไปได้ของการเชื่อมโยงด้านการเงินระหว่างบุคคลหรือกลุ่มที่เกี่ยวข้อง
นอกจากนี้ยังมีรายงานว่า สถานการณ์ดังกล่าวได้ขยายไปถึงผู้ประกอบการในห่วงโซ่อุตสาหกรรม โดยเฉพาะกลุ่มยานยนต์ รวมถึงบริษัทต่างชาติบางแห่ง ซึ่งอาจก่อให้เกิดความกังวลด้านหลักธรรมาภิบาลขององค์กรแม่ในต่างประเทศ
ทั้งนี้ ส.อ.ท. เป็นหนึ่งในองค์กรภาคเอกชนที่มีบทบาทสำคัญต่อการขับเคลื่อนเศรษฐกิจของประเทศ ร่วมกับ สภาหอการค้าแห่งประเทศไทย และ สมาคมธนาคารไทย รวมถึงเป็นส่วนหนึ่งของคณะกรรมการร่วมภาคเอกชน 3 สถาบัน (กกร.)
สถานการณ์ที่เกิดขึ้นจึงเป็นประเด็นที่ต้องติดตามอย่างใกล้ชิด โดยเฉพาะในมิติของความโปร่งใส ความน่าเชื่อถือขององค์กร และผลกระทบต่อภาพรวมของภาคอุตสาหกรรมไทยในระยะยาว


